UNTIL WE MEET AGAIN

สำรวจความบังเอิญและเส้นทางชีวิตที่พาสองศิลปินมาพบกันผ่านงานศิลปะใน นิทรรศการ ‘Until We Meet Again – จนกว่าจะพบกันอีก’

TEXT: SARUNKORN ARTHAN
PHOTO COURTESY OF BANGKOK ART AND CULTURE CENTRE

(For English, press  here)

ท่ามกลางประชากรโลกกว่า 8 พันล้านคน การพบกันระหว่างคนสองคนที่อยู่ต่างถิ่นกันอาจไม่ใช่เรื่องง่าย แม้กระแสโลกาภิวัตน์จะไหลแรงเท่าไร แม้เทคโนโลยีจะทำให้เราเข้าถึงกันง่ายเพียงไร แต่คนที่เหมือนๆ กันจะพานพบในที่เดียวกันเมื่อถึงแก่เวลาคงจะเป็นไปด้วยความบังเอิญ จริงไหม? และหากจะถามต่อไปว่าความบังเอิญมีอยู่จริงหรือเปล่า? หลายคนคงจะมีคำตอบอยู่ในใจเช่นกัน

สำหรับภาพตะวัน สุวรรณกูฏ และเฮเลน เกรซ สองศิลปินชาวไทยและออสเตรเลียน ‘ความบังเอิญ’ อาจไม่มีจริง และเธอทั้งสองเชื่อว่าการพบกันครั้งนี้อาจมาด้วยพระเจ้า—ผู้ลิขิตชะตาจากเส้นขนานให้มาบรรจบกันในจุดหนึ่งของเส้นเวลา พระองค์ขีดเส้นให้พวกเธอทั้งสองคนผู้เหมือนกันอย่างมาก ไม่ใช่ในรูปลักษณ์ แต่กลับเป็นสภาวะแห่งตน คือ เป็นแม่ เป็นคู่สมรส เป็นผู้ผ่านสงคราม เป็นผู้สร้างสรรค์ เป็นผู้เห็นสิ่งดับ เป็นผู้เห็นสิ่งเกิด

ทั้งสองได้สร้างบทสนทนาถึงอดีต การเมืองวัฒนธรรม ความเหลื่อมล้ำ ความตะวันออกพบตะวันตก และเพศสภาวะ เพื่อสำรวจลำดับขั้นชั้นเวลาและที่มาของตัวตน ผสมผสานกับแรงบันดาลใจบางส่วนจาก จนกว่าจะพบกันอีก นวนิยายเพื่อชีวิตของศรีบูรพา จากนั้นจึงจำแนก-แยกออก-ร้อยเรียงให้สอดรับกับเส้นเรื่องทางประวัติศาสตร์และความทรงจำ กลายเป็นเรื่องราวที่ทั้งสองศิลปินนำมาทำเป็นปรากฏการณ์ทางการจ้องมองในนิทรรศการ Until We Meet Again – จนกว่าจะพบกันอีก

ภาพตะวัน สุวรรณกูฏ สื่อสารวิถีของการซ้อนทับเรื่องราวต่างๆ ผ่านผลงาน ลับแล ม่านความทรงจำแห่งความซ่อนเร้น (Hidden Screens: Laplae) (2568) ที่มุ่งแสดงให้เห็น ‘ความลับ’ ของลับแล ที่แม้ด้านหน้าจะเขียนภาพวิจิตรพิศดารเพียงใด แต่ที่ด้านหลังก็อาจปกปิดเรื่องราวบางอย่างเอาไว้ และในขณะที่ผู้ชมย่ำเท้าและจ้องมองโดยรอบผลงานก็จะเห็นช่องว่างแห่งเรื่องราวที่คลุมเครือ ไม่ชัดเจน แถมยังพร่าเลือน และต้องปะติดปะต่อเองในจินตนาการ เช่น สภาวะเมืองพุทธของรัฐไทยภายใต้บริบทสงครามเย็น หรือแม้แต่พื้นที่ในระหว่าง (In-between Space) ที่เชื่อมโยงเรื่องราวมิตรภาพระหว่างภาพตะวันและเฮเลนด้วย

ในขณะผลงานวิดีโอชุด Five Tales of Future Dreams (2568) ของเฮเลน เกรซ ได้ใช้ภาพเคลื่อนไหวตามอย่างที่เธอจัดเจน โดยเฮเลนพาเราไปสำรวจช่วงชีวิตของเธอและภาพตะวันที่เทียมคู่กันมาจนมาถึงวันที่ทั้งสองได้พบกันจริงๆ เช่น บทแรก ‘เรื่องราวของหญิงสาวที่มาพร้อมกับกล้องถ่ายรูปแต่กลับมองไม่เห็น’ ที่จำลองภาพพวกเธอทั้งสองว่าเคยพบกันแล้ว (แม้จะเป็นในจินตนาการก็ตาม) หรือในบทที่ 3 ‘เรื่องราวในช่วงหว่างปีของสงครามอันยาวนาน’ ที่นำแรงบันดาลใจจาก จนกว่าเราจะพบกันอีก ของศรีบูรพานำร่องจากความแตกต่างทาง ‘ชนชั้น’ ของภาพตะวันและเฮเลนมาถึงการทำงานศิลปะกับการเมืองของทั้งสองคนในปัจจุบัน ซึ่งผลงานวิดีโอชุดของเฮเลนได้ร้อยเรียงให้ผู้ชมสัมผัสถึงการแลกเปลี่ยนเรื่องราว ความใกล้ชิด และมิตรภาพที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในระหว่างเฮเลนและภาพตะวันในปัจจุบัน

และหากต้องการใกล้ชิดในเชิงเนื้อหา นิทรรศการนี้ยังมีส่วนจดหมายเหตุ เสมือนเป็นที่จัดวางสารตั้งต้นและที่มาของการทำงานของทั้งสองคน—ภาพตะวันและเฮเลน ไม่ว่าจะเป็นเอกสารและผ้าไหมที่เฮเลนเก็บเอาไว้ระหว่างอยู่ในไทยช่วงปลายสงครามเวียดนาม ช่วงที่เธอพบกับภาพตะวันในจินตนาการ หรือคลังภาพถ่ายที่ทำให้เห็นจริงๆ ว่าทั้งสองเคยพบกันมาหลายครั้งในโลกนี้แล้ว เพียงแต่ไม่ได้รู้จักกันเท่านั้น

และหลังจากได้เดินผ่านทั้งผลงานของภาพตะวันและเฮเลน รวมถึงเอกสารและจดหมายเหตุที่บันทึกไว้ ก็จะสัมผัสได้ว่าการพบกันของทั้งสองไม่ใช่เพียงเหตุการณ์ แต่คือการร้อยเรียงความทรงจำที่กระจัดกระจายให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ดั่งบางส่วนของ จนกว่าเราจะพบกันอีก ที่สะท้อนความรู้สึกของการแสวงหาและการพบเจอว่า

“ฉันใจหายวาบ เมื่อระลึกถึงดวงหน้าแฉล้มสีกรำแดดนั้น เซ้นต์กิลด้าเป็นตำบลกว้างใหญ่นักหนา ถ้าฉัน เกิดอยากพบเขาอีกสักครั้งหนึ่ง ฉันจะพบเขาได้อย่างไรเล่า และถ้าเขาอยากพบฉันอีกสักครั้ง เขาจะควานหาฉันทั่วตำบลเอลวู้ดได้อย่างไร…”1

ความพร่าเลือนและการค้นหานี้เองที่ทำให้ผลงานในนิทรรศการ Until We Meet Again – จนกว่าจะพบกันอีกเป็นทั้งคำถามและคำตอบในเวลาเดียวกัน

จนในท้ายที่สุด ภาพตะวันและเฮเลน (ที่ชื่อก็ต่างแปลว่าดวงอาทิตย์ทั้งคู่) ก็เฝ้าฝันในวันผันผ่านแห่งอนาคตว่าเมื่อใดหนอที่เราจะร่วมทำงานกันอีก เป็นไปได้ไหมว่าอาจในเวลาจนกว่าเราจะพบกันอีกในวันที่ ‘ตะวันออก’ พบ ‘ตะวันตก’ อีกครั้ง…

นิทรรศการ Until We Meet Again – จนกว่าจะพบกันอีก จัดแสดงตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม – 26 พฤศจิกายน 2568 ณ ชั้น 9 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)

_

1 ศรีบูรพา, จนกว่าจะพบกันอีก, พิมพ์ครั้งที่ 3, (โรงพิมพ์เจริญธรรม: กรุงเทพ, 2517).

bacc.or.th
facebook.com/baccpage

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *