POAR ออกแบบ Vows Villa รีสอร์ทและสถานที่จัดงานแต่งงานบนเกาะสมุยภายใต้เงื่อนไขของที่ดินที่มีข้อจำกัด ให้กลายเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศริมทะเล และความยืดหยุ่นในการใช้งาน
TEXT: NATHATAI TANGCHADAKORN
PHOTO: KUKKONG THIRATHOMRONGKIAT
(For English, press here)
Vows Villa เป็นรีสอร์ทบนถนนทวีราษฎร์ภักดี เกาะสมุย โดยฝีมือการออกแบบของ POAR ซึ่งได้รับบรีฟจากเจ้าของ The Humble Villas บนที่ดินติดกัน โปรเจกต์นี้จึงต้องมีจุดแตกต่างจากรีสอร์ททั่วไปที่เน้นการนำเสนอเพียงประสบการณ์พักอาศัยระยะสั้นในห้องพัก ทีมออกแบบได้ดึงเอาจุดเด่นของเกาะสมุยที่เป็นจุดหมายปลายทางของการจัดงานแต่งงานริมทะเลมาทำงานต่อ สร้างสรรค์ให้ที่นี่เป็นสถานที่จัดงานแต่งงานอันเต็มเปี่ยมด้วยบรรยากาศริมทะเล พร้อมมอบความยืดหยุ่นในการใช้งานให้ด้วย


เมื่อพิจารณาพื้นที่ดินสี่เหลี่ยมคางหมูที่ถูกประกบอยู่ระหว่างถนนและริมหาดนี้ จะพบว่ามีความลึกประมาณ 40 – 60 เมตรเท่านั้น การสร้างความเป็นส่วนตัวให้รีสอร์ทจึงเริ่มด้วยการวางอาคารต้อนรับตามแนวยาวเพื่อกรองสิ่งรบกวนจากถนน เพิ่มพูนความเป็นส่วนตัวให้พื้นที่ภายในซึ่งลาดลงสู่ชายหาด โซนวิลล่าถูกจัดให้ชิดกับ The Humble Villas เพื่อความสะดวกในการจัดการและต่อพนักงานซึ่งต้องไปมาระหว่างกัน อีกมุมที่เหลือของไซต์ซึ่งมีระยะไม่เพียงพอต่อการสร้างอาคารหลัง setback นั้นก็กลับกลายเป็นข้อดี เพราะพื้นที่ที่คงธรรมชาติไว้ดังเดิมได้ช่วยเปิดทิวทัศน์ที่มองจาก Vows Villa ให้กว้างขึ้น เสมือน 2 ด้านของไซต์ติดทะเล


วิธีการจัดการความสัมพันธ์ระหว่างอาคารแต่ละหลังและประสบการณ์ใช้บริการเป็นไปอย่างเรียบง่ายและซื่อตรง อาคารต้อนรับที่วางตัวขวางด้านหน้าจะดึงให้ผู้ใช้งานเข้าสู่ทางเดินยาวก่อนจะเปิดมุมมองตรงปลายทาง กำแพงที่ขวางกั้นทำหน้าที่ดึงระยะเวลาที่ใช้ในการเดินให้นานขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ทำให้สามารถกรอบทิวทัศน์แรกที่ทุกคนจะเห็นได้ ซึ่งเชื่อมโยงมาสู่ไฮไลต์ของโปรเจกต์อย่างลานหญ้าและ reflecting pool กลางหมู่ไม้


ไอเดียของลานวงกลมนี้มาจากความต้องการสร้าง ‘สถานที่แต่งงาน’ ที่สามารถจัดงานได้หลากหลายแบบ และปรับเปลี่ยนได้ตามสภาพอากาศของภาคใต้ที่ความชื้นสูง ซึ่งมีโอกาสฝนตกในวันสำคัญไม่ว่าจะฤดูไหน ลานหญ้าและ reflecting pool เป็นเพียง 2 พื้นที่หลักสำหรับจัดงาน แต่หากมองหาตัวเลือกอื่นๆ ข้างใต้ของทั้งสองลานนี้ก็มีลานหินในร่มอีก 2 แห่ง ประกอบกับพื้นที่สนามหญ้ากว้าง ชายหาด และห้องนั่งเล่นของวิลล่าใหญ่ที่ติดกัน งานแต่งงานก็ขยายรูปแบบการใช้งานพื้นที่ไปได้อีกมาก



เดิมทีในที่ดินแห่งนี้อุดมไปด้วยพืชพรรณตั้งแต่ระดับผิวดินไปจนถึงไม้สูงชะลูด แต่ภายหลังการเคลียร์ไซต์เบื้องต้น ทีมออกแบบกลับเห็นว่าความรู้สึก ‘ถูกห้อมล้อมด้วยสีเขียว’ เป็นชิ้นส่วนที่หายไป reflecting pool จึงเป็นองค์ประกอบที่มาเติมภาพของสีเขียวให้เต็มอีกครั้ง โดยใช้จานโลหะติดตั้งบนหลังคา flat slab เพื่อพรางขอบบ่อ แล้วเปิดช่องว่างบนหลังคาให้ต้นไม้เติบโตลอดขึ้นมาได้ ขณะเดียวกันโครงสร้างที่รองรับทั้งสองลานนี้ก็มีความน่าสนใจ เพราะสถาปนิกเลือกใช้ไม้ ทั้งยังเป็นไม้เก่าเสียด้วย



“เราก็คิดว่าทำอย่างไรให้อาคารมันอยู่กับทะเล อยู่กับลม อยู่กับฝนได้โดยที่ไม่พัง ซึ่งพอเราเริ่มรีเสิร์ช ปรากฏว่าอาคารที่อยู่ริมทะเลแล้วไม่พังก็คืออาคารไม้นี่แหละ สมัยก่อนชาวเลทําเสาไม้ปักลงไปในทะเลก็ไม่พัง ตัวเราเองแน่ใจ แต่วัสดุไม้ยังถูกมองทั้งโดยสถาปนิกและคนทั่วไปว่าเป็นวัสดุที่อ่อนแอที่สุด ซึ่งความจริงไม้เป็นรากฐานของสถาปัตยกรรมมาตั้งแต่แรก เราเลยอยากจะใช้โปรเจกต์นี้แสดงความคงทนถาวรของไม้ แล้วก็ทําให้เห็นเลยว่าไม้มีศักยภาพที่สูงมาก เราใช้คอนกรีตวางเทินบนไม้โดยตรงเลย ไม่มีคานเหล็ก” พัชระ วงศ์บุญสิน ผู้ร่วมก่อตั้ง POAR เล่า


เจ้าของ Vows Villa เป็นผู้รับเหมาทำประตูหน้าต่างในเกาะสมุยที่มีความรู้เรื่องไม้และมีช่างไม้ในมืออยู่แล้ว พอดีได้ไปเจอเข้ากับไม้เต็งที่ถูกถอดออกมาจากโรงเรียนแห่งหนึ่งในพะเยา ไม้เต็ง โดยเฉพาะที่มาจากจังหวัดพะเยานี้จะมีน้ำมันอยู่ในเนื้อไม้หนาแน่นสูง ทำให้ปลวกกินไม่ได้ ทั้งยังกันน้ำซึมเข้าไปด้านใน แต่ด้วยความแข็งและน้ำมันนี้เองจึงนำมาตัดทำเฟอร์นิเจอร์หรือแปรรูปได้ยาก เสาเหล่านี้ก็มีราคาถูกมากตามไปด้วย
“ข้างในไม้เป็นน้ำมันก็จริง แต่มีความหนาแน่นสูงจนไม่ติดไฟ การที่เราพยายามจะใช้ไม้ในงานสถาปัตยกรรม ก็ต้องพิสูจน์ให้คนอื่นเห็นว่าไม้ดีกว่ายังไง เหล็กมันแข็งแรงกว่าไม้ก็จริง แต่ไหม้ไฟแล้วแทบจะเรียกได้ว่าเสีย strength ไปเลย คุณสมบัติการรับแรง tension หาย คอนกรีตเองก็มีเหล็กอยู่ข้างใน ส่วนไม้ที่โดนไฟเผา ต่อให้โดนเผาจนผิวข้างนอกไหม้ไปหมด แกนตรงกลางที่มันเป็นความแข็งแกร่งจริงๆ ก็ยังเหลือและยังแข็งแรงกว่า ไม้จะดีที่สุดถ้าเราเข้าใจ”


ด้วยเหตุนี้อาคารสำหรับจัดงานแต่งงานที่ต้องรับลมทะเลตลอดเวลาก็ตกลงเป็นโครงสร้างไม้ โดยเป็นเสาไม้เก่าตั้งบนเหล็กเพื่อปรับระดับ ไม่ได้มีฐานรากหรือตอม่อที่ฝังลึกลงไปในดิน จึงสามารถวางตำแหน่งเสาชิดต้นไม้เดิมในไซต์ ชิ้นส่วนประดับอื่นๆ ก็รับมาจากกรอบประตูหน้าต่างเก่า โดยสังเกตได้จากรอยปาดเฉียงเพื่อเข้ามุมวงกบ



ด้านห้องพักนั้นถูกออกแบบโดยกลับมาคำนึงถึงความยืดหยุ่นเช่นเดียวกัน หากแต่เป็นความยืดหยุ่นคนละแบบกับพื้นที่จัดงานแต่งงานซึ่งต้องรองรับสภาพอากาศ สิ่งที่ห้องพักต้องรับใช้คือผู้ใช้งาน ในไฮซีซันที่งานมงคลสมรสถูกจัดแทบจะวันเว้นวัน ครอบครัวใหญ่มักจะอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาและเข้าพักเต็มวิลล่า การออกแบบให้ยูนิตทั้งหมดมีกายภาพเป็นอาคารเดียว ย่อมมอบความรู้สึกสะดวกสบายได้มากกว่า ทว่าอีกมุมหนึ่งก็อาจทำให้รีสอร์ทพลาดโอกาสรับรองลูกค้ากลุ่มเล็กๆ ในช่วงโลว์ซีซัน

ผลลัพธ์คือ POAR เลือกจับกลุ่มวิลล่า 5 ห้องนอนเป็นก้อนเดียวเพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าหลัก ขณะเดียวกันก็เข้าใจความต้องการของผู้ใช้งานทั่วไปที่มักจะเลือกเช่าวิลล่าเป็นหลังแยกจากเหตุผลด้านความเป็นส่วนตัว ภายในโซนที่พักซึ่งเป็นอาคาร 3 ชั้นนี้ จึงมีการเจาะช่อง skylight ในห้องน้ำและเว้นพื้นที่ semi-outdoor ช่วยขับเน้นความรู้สึกของการมี ‘พื้นที่ระหว่าง’ คอยคั่นชัดเจนขึ้น นอกจากนี้ทุกห้องยังแตกต่างกันตั้งแต่ลักษณะภายในไปจนถึงวิวภายนอก เพราะทิศทางการหันช่องเปิดที่ตั้งใจนำมาช่วยสร้างประสบการณ์พักอาศัยที่ไม่จำเจแม้จะอยู่ในอาคารเดียวกัน ตั้งแต่ทิวทัศน์ทะเล ลานหญ้า หรือคอร์ทยาร์ดภายใน


ปฏิเสธไม่ได้ว่า Vows Villa เป็นสถาปัตยกรรมที่แสดงรูปลักษณ์ของคอนกรีตอย่างโดดเด่น หลายคนคงถูกที่นี่ดึงดูดเข้ามาด้วยภาพผนังคอนกรีตโค้งที่ตั้งตระหง่านตัดกับราวโลหะบางๆ และไม้ แต่ในบทความนี้คอนกรีตกลับเป็นสิ่งที่แทบไม่ถูกกล่าวถึงเลย สำหรับผู้เขียนเอง Vows Villa ทำให้นึกขึ้นได้ว่า บางครั้งสาระกับความสวยงามของงานออกแบบอาจไม่ต้องถูกรวมเป็นเรื่องเดียวเสมอ ภายใต้ความคุ้นชินที่เรามักจะตั้งจุดหมายปลายทางบางอย่างขึ้นมา แล้วก็มุ่งหน้าตรงไปทางนั้น Vows Villa นับว่าเก็บตกทิวทัศน์รอบข้างได้ครบถ้วนสมบูรณ์













