SANSIRI DESIGN COLLECTION

จากเศษหินอ่อน ขวดพลาสติก และอวนประมง สู่ผลงานการออกแบบที่ผสานความงามและความยั่งยืนไว้ด้วยกัน ผ่านกระบวนการคิดแบบ Circular Design ใน SANSIRI Design Collection

TEXT: SARUNKORN ARTHAN
PHOTO COURTESY OF SANSIRI

(For English, press here)

ในโลกที่ทรัพยากรเริ่มลดลง ‘ความยั่งยืน’ หรือ ‘sustainability’ จึงเริ่มเป็นคำที่คนพูดกันอย่างแพร่หลายมากขึ้น แต่สำหรับ SANSIRI คำๆ นี้ต้องไม่ใช่เพียงคำพูดสวยหรู หรือทฤษฎีสีเขียวในหน้าหนังสือเล่มหนา หากแต่เป็นประสบการณ์ที่ลูกบ้านและผู้คนสัมผัสได้ผ่านงานออกแบบที่กลายเป็น ‘งานศิลป์ที่ใช้ได้จริง’ และดำรงอยู่ในความสมดุลของความยั่งยืน และการออกแบบ

อิสรีย์ นิธิพิพิธชัย (ซ้าย) และ เบญญา สิงห์อุสาหะ (ขวา)

วันนี้ art4d พูดคุยกับ เบลล์–อิสรีย์ นิธิพิพิธชัย Department Manager – Customer Experience and Partnership และ ยาหยี–เบญญา สิงห์อุสาหะ Deputy Section Manager – Creative Marketing สองกำลังสำคัญผู้อยู่เบื้องหลังการหลอมรวมความสวยงามและแนวคิดด้านความยั่งยืนให้เกิดขึ้นอย่างลงตัวใน SANSIRI Design Collection ที่แต่ละโปรเจกต์ล้วนสะท้อนกระบวนการทำงานและประกายความคิดที่น่าสนใจ

จุดเริ่มต้นและการทำงานร่วมกันด้วย ‘ความยั่งยืน’

“ในบทบาทของการสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างให้กับลูกบ้าน เราไม่ได้เพียงออกแบบพื้นที่อยู่อาศัย แต่สื่อสารแนวคิดและวิสัยทัศน์ของแสนสิริให้ออกมาในรูปแบบที่เข้าใจง่ายและจับต้องได้ ด้วย DNA ของการเป็น design leader หลายคนอาจคุ้นเคยกับงานออกแบบบ้านและคอนโดที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้า แต่อีกมิติหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือประสบการณ์หลังการขายที่ต่อเนื่องและใส่ใจในทุกรายละเอียด ‘SANSIRI DESIGN COLLECTION’ จึงเกิดขึ้นเพื่อรวมโปรเจกต์ที่ผ่านการออกแบบอย่างพิถีพิถัน ภายใต้แนวคิด ‘Livable Beauty – งานศิลป์ที่ใช้ได้จริง’ ซึ่งผสานความงามและการใช้งานเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ทำให้ประสบการณ์การอยู่อาศัยที่แสนสิรินั้นแตกต่าง” เบญญาเริ่มต้นเรื่องราวของคอลเล็กชันนี้อย่างเป็นกันเอง

ด้วยพื้นฐานด้านการออกแบบของอิสรีย์และเบญญา ทั้งคู่จึงเข้าใจกระบวนการความคิดและพัฒนางานอย่างเป็นธรรมชาติ และแชร์ภาษาดีไซน์เดียวกันตั้งแต่แนวคิดตั้งต้น จนตกผลึกเป็นคอลเล็กชันและโปรเจกต์ต่างๆ โดยมีจุดร่วมสำคัญคือการค้นหาสมดุลระหว่าง ‘ความงาม ฟังก์ชัน และความยั่งยืน’ ซึ่งเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าความยั่งยืนไม่ควรถูกทำให้เป็นเรื่องไกลตัวหรือซับซ้อนเกินจำเป็น แต่ควรถูกเล่าอย่างเรียบง่าย ปรับใช้ได้จริง และอยู่กับชีวิตประจำวันได้ในระยะยาว

สำหรับทั้งคู่ งานออกแบบที่ดีไม่ใช่ ‘fast fashion’ ที่เคลื่อนไปตามกระแสเพียงชั่วคราว หากต้องเป็นสิ่งที่เข้าใจผู้คน สร้างประโยชน์ และคงคุณค่าไว้เหนือกาลเวลา นี่คือแก่นของ SANSIRI Design Collection ที่ตั้งใจให้ผู้ชมสัมผัสและเชื่อมโยงได้อย่างแท้จริง

Marble Waste to Marble Worth: เปลี่ยนของเหลือเป็นคุณค่า

แน่นอนว่าธุรกิจการก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์เป็นธุรกิจที่สร้างขยะจากทรัพยากรมากเป็นอันดับต้นๆ แต่ SANSIRI ยึดแนวคิดเรื่องความยั่งยืน และนำขยะในโครงการมาสร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์

หนึ่งในโปรเจกต์นั้นคือ ‘Marble Waste’ ที่นำเศษหินอ่อนเหลือจากงานอินทีเรียมาต่อยอดด้วยแนวคิดด้านดีไซน์ แปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์และของใช้ เช่น เชิงเทียน ที่คั่นหนังสือ จานรองแก้ว และที่วางร่ม นำเสนอความยั่งยืนผ่านการตีกรอบใหม่ และทำให้เห็นว่า ‘Sustainable is sexy (too!)’ เพราะความยั่งยืนจะส่งเสริมทั้งความงดงาม ความมีชีวิตชีวา และเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นธรรมชาติ

Reimagine the ‘MOVE-IN KIT’: กล่องโอนที่ไม่ได้ใช้แค่ตอนโอนกรรมสิทธิ์

ปกติแล้ว ‘กล่องโอน’ มักถูกเก็บไว้ทันทีหลังวันเซ็นสัญญา แต่ SANSIRI ได้สร้างคุณค่าของกล่องโอนมากกว่านั้น ผ่านคอลเล็กชัน ‘Move-in Kit’ ที่สร้างมาสำหรับลูกบ้านและสัตว์เลี้ยงซึ่งเป็นสมาชิกคนสำคัญของบ้าน ทุกชิ้นถูกเติมฟังก์ชันมากมายให้ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน พร้อมถ่ายทอดเอกลักษณ์ของแบรนด์ผ่าน signature print ลายโมโนแกรมที่สร้างจากโลโก้ของ SANSIRI ที่ซ้อนทับและถักทอเป็นแพทเทิร์นผ้าอย่างประณีต กลายเป็นดีไซน์ที่ทั้งงดงามและมีความหมาย

ยิ่งไปกว่านั้น กล่องโอนยังถูกต่อยอดผ่านโปรเจกต์ ‘Sansiri Artist-Made’ ที่เชิญ 5 ศิลปินไทยมาร่วมออกแบบลวดลาย ถ่ายทอดเส้นสายผ่านการเพนต์มือลงบนกระเป๋าโอน มอบให้เป็นชิ้นงานพิเศษสำหรับลูกบ้าน 3 ท่านแรกใน 6 โครงการของ SANSIRI

เบญญาเพิ่มเติมว่า “เราได้คัดสรรสไตล์งานวาดของศิลปินแต่ละคนให้สอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ของแต่ละโครงการ พร้อมเปิดพื้นที่ให้อิสระในการออกแบบลวดลายที่สะท้อนตัวตนของศิลปิน ผสานเข้ากับเอกลักษณ์ของโครงการอย่างกลมกลืน กล่องโอนใน Sansiri Artist-Made Collection จึงกลายเป็นของขวัญที่มีคุณค่าในฐานะของสะสมที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก และยังตอบโจทย์ด้านความยั่งยืนอีกด้วย เพราะเป็นกล่องโอนที่สามารถใช้งานได้หลากหลายและยาวนาน”

Make Plastic Great Again!: ฟื้นชีวิตพลาสติก

ขวดน้ำพลาสติก คือ จุดเริ่มต้นของ The Mirage Collection โปรเจกต์ที่ SANSIRI ร่วมกับแบรนด์ FAHCHAK และบริษัท PTT Global Chemical (GC) เปลี่ยนขยะให้กลายเป็น Daybed และร่มกลางแจ้งสุดหรูภายในโครงการเศรษฐสิริ ดอนเมือง โดยหยิบกลิ่นอายสถาปัตยกรรมยุค Georgian ที่มีความคลาสสิกมาตีความใหม่ผ่านดีไซน์โค้งมนที่ผสมผสานความ Feminine และ Masculine ไว้อย่างลงตัว

“ความท้าทายของการทำ Daybed คือ ทั้ง 3 องค์กรไม่เชี่ยวชาญในการทำเฟอร์นิเจอร์กลางแจ้งเลย จึงต้องหาคำตอบร่วมกันที่ว่าจะทำอย่างไรให้ขวดน้ำพลาสติกแปรรูปไปเป็นผ้าที่ใช้งานกลางแจ้งได้จริง ทั้งยังต้องทนแดด ทนฝน ทนเชื้อรา ทนความชื้น ซึ่งผ่านการทดลองทำต้นแบบหลายครั้ง จนกลายเป็น Daybed และร่ม รวมถึงกระเป๋าผ้าที่คิดมาอย่างดีในเชิง Circular Design” อิสรีย์พูดถึงความท้าทายที่ท้ายสุดมากับความสำเร็จและการต่อยอดของเหลือใช้

เพราะแนวคิด Circular Design ถูกวางไว้ตั้งแต่วันแรกของการออกแบบ ไปจนถึงปลายทางของอายุการใช้งาน เฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นจึงไม่ได้สิ้นสุดลงเมื่อเสื่อมสภาพ แต่ถูกคิดเผื่อถึงชีวิตถัดไปไว้แล้ว ผ้าจาก Daybed และร่มในอนาคตจะถูกนำมา Upcycle เป็น Hamper Bag เพื่อส่งต่อคุณค่าใหม่และลดการสร้างขยะเพิ่มเติม การออกแบบครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการสร้าง ‘ผลิตภัณฑ์’ หากคือการออกแบบวงจรชีวิตของวัสดุให้หมุนเวียนต่อเนื่อง และเหนือสิ่งอื่นใด นี่คือการสร้างแรงบันดาลใจที่ลูกบ้านจะได้สัมผัสและซึมซับในเรื่องของความยั่งยืนในทุกวัน

When Recycled Fishnets Become Endless Possibilities: จากอวนเก่าเป็นการเรียนรู้ใหม่ๆ

SANSIRI กระโดดออกจากความเป็นแบรนด์อสังหาริมทรัพย์อย่างเต็มตัว และก้าวข้ามไปอีกขั้นกับการตีโจทย์ในเรื่องของความยั่งยืนในงานดีไซน์ Art Installation ในโปรเจกต์ ‘Aqua Playground’ ที่ตั้งอยู่ที่ The Society Phuket โซเชียลสเปซแห่งใหม่ของแสนสิริ

ในการทำงานเพื่อเชื่อมโยงกับคอมมูนิตี้ภูเก็ต SANSIRI ได้ร่วมกับ PIPATCHARA แบรนด์แฟชันรักษ์โลกที่ต่อยอดการใช้วัสดุใหม่ๆ คือ ขยะจากแหอวนประมงในอุตสาหกรรมประมงกว่า 1.5 ตัน สร้างเป็นประติมากรรม Modular ขนาดใหญ่ ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการออกแบบสุดยูนีคของ PIPATCHARA ในคอลเล็กชัน Aqua-R-Us ที่นำมาขยายสเกลเกือบ 500 เท่า เพื่อให้ผู้เข้าชมทุกวัยสามารถเรียนรู้ผ่านการเล่นสนุก และปรับเปลี่ยนรูปทรงได้ตามแต่จินตนาการ

ทั้งสองท่านได้แบ่งปันถึงเสียงตอบรับที่อบอุ่นต่อ Aqua Playground ว่า “หลังจากทีม SANSIRI อธิบายถึงที่มาและแนวคิดของโครงการ ไม่ว่าจะเป็นเด็กๆ ชาวต่างชาติ หรือแม้แต่วัยรุ่นก็ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก กลุ่มโรงเรียนนานาชาติ โดยเฉพาะนักเรียนที่อยู่ในชมรมด้านสิ่งแวดล้อม ต่างตั้งคำถามเชิงลึกเกี่ยวกับความยั่งยืนอย่างจริงจัง ขณะที่กลุ่มนักเรียนไทยให้ความสนใจกับมิติของความคิดสร้างสรรค์ และค่อยๆ เปิดมุมมองใหม่ต่อประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมในแบบของตัวเอง แม้ความสนใจจะต่างกันในรายละเอียด แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ การได้จุดประกายความคิดและบทสนทนาเรื่องความยั่งยืนให้เกิดขึ้นในอีกเจเนอเรชันหนึ่งอย่างงดงาม”

SANSIRI Design Collection คือบทพิสูจน์ว่าเมื่อ ‘ความคิดสร้างสรรค์’ ทำงานร่วมกับ ‘ความรับผิดชอบ’ งานดีไซน์จะทำหน้าที่เป็นมากกว่าแค่สิ่งของตกแต่ง แต่เป็นเครื่องมือสื่อสารทัศนคติที่เปลี่ยนขยะให้กลายเป็นงานศิลปะที่จับต้องได้ ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่าความยั่งยืนที่ทรงพลังที่สุด คือความยั่งยืนที่กลมกลืนไปกับไลฟ์สไตล์และสวยงามพอที่จะทำให้คนอยากเก็บรักษาไว้ให้นานที่สุด

ท้ายที่สุด การขยับตัวของ SANSIRI ผ่านทั้งสองนักออกแบบ—อิสรีย์และเบญญา ไม่ใช่เพียงการทำแคมเปญรักษ์โลกตามกระแส แต่คือการปักหมุดหมายใหม่ให้วงการอสังหาริมทรัพย์ว่า ‘ดีไซน์’ และ ‘ความยั่งยืน’ คือเนื้อเดียวกันที่แยกขาดไม่ได้ และเมื่อแบรนด์สามารถเปลี่ยนนโยบายที่ฟังดูยากให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ ‘สัมผัสและใช้งานได้จริง’ เมื่อนั้นความยั่งยืนจะไม่ได้เป็นเพียงคำสวยหรูอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตที่ทรงคุณค่าและส่งต่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับสังคมต่อไป

sansiri.com
facebook.com/sansirifamily