วิทยานิพนธ์ 6 เรื่อง จากนักศึกษาหลักสูตรสถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ศิลปะ และการออกแบบ มหาวิทยาลัยนเรศวร
(For English, press here)
หลักสูตรสถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยนเรศวร มุ่งผลิตบัณฑิตที่ออกแบบสถาปัตยกรรมได้อย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน โดยเน้นให้ผู้เรียนสามารถสร้างสรรค์งานร่วมกับผู้อื่นได้ (co-create) ด้วยกระบวนการคิดของผู้ประกอบการเชิงสร้างสรรค์ ที่อยู่บนพื้นฐานของความรู้ตามมาตรฐานวิชาชีพ และทักษะในการใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีในยุคดิจิทัล สอดประสานกับความต้องการของชุมชน สังคม เศรษฐกิจและสภาพแวดล้อมอย่างยั่งยืน ด้วยการประยุกต์และบูรณาการองค์ความรู้พื้นถิ่นเข้ากับศาสตร์สมัยใหม่ ภายใต้วัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใส เข้มแข็ง

พิพิธภัณฑ์บนพื้นที่การค้นพบทางโบราณคดี ทวารวดีเมืองอู่ทอง
โดย ถิรวัฒน์ ลอยลม
หน้าที่หลักของโครงการนี้เป็นการเชื่อมผสานระหว่าง คนกับโบราณสถาน กล่าวคือการนำพาปัจจุบันได้มองกลับไปเห็นอดีต ตระหนักในคุณค่าสืบสานวัฒนธรรมสู่อนาคต ดังนั้นองค์ประกอบโครงการจึงประกอบไปด้วยนิทรรศการที่เล่าถึงประวัติความเป็นมาของบรรพชนคนโบราณก่อนจะเข้าสู่ยุคสมัยทวารวดีซึ่งเป็นยุคสมัยที่โดดเด่นของเมืองโบราณอู่ทองก่อนจะจางหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ การโยกย้ายสู่เมืองสุวรรณปุระ สุพรรณภูมิเป็นรากฐานให้กำเนิดกรุงศรีอยุธยา เปลี่ยนผ่านเป็นจังหวัดสุพรรณบุรีและในท้ายที่สุดก็จะมาเป็นเราในปัจจุบัน พูดถึงสภาพปัญหาที่ประวัติศาสตร์กำลังจะตายจากไป แม้จะมีรากเหง้าเดียวกันแต่ความต่างกันทางเชื้อชาติและภาษา ทำให้เราต้องแยกจากกันอย่างน่าเสียดาย การบ่งบอกถึงวิธีการอนุรักษ์ สิ่งเหล่านี้ให้คงอยู่ด้วยพื้นที่ปฏิบัติงานทางโบราณคดีที่เปิดได้ ให้ผู้คนได้เห็นกระบวนการทำงานอนุรักษ์ สืบค้นหาความจริง อีกฝั่งนึงของพื้นที่ที่สำคัญคือพื้นที่จัดแสดงประเพณีอันดีงามของชุมชน ชาวบ้านที่ยังมีลมหายใจได้ภาคภูมิใจกับวัฒนธรรมของตนเอง งานศิลปหัตถกรรม ประเพณีต่างๆ ได้แสดงสิ่งเหล่านี้ออกสู่สายตาผู้เยี่ยมชม เป็นการผสานวัฒนธรรมจากรุ่นเก่าที่ตายไปแล้วเชื่อมถึงคนรุ่นใหม่ทั้งคนในท้องที่และนอกพื้นที่ให้มาพบเจอกัน
นักศึกษา: ถิรวัฒน์ ลอยลม
ที่ปรึกษา: ดร.ศิโรดม เสือคล้าย

ศูนย์การค้าปลีกเพื่อการรองรับกลุ่มผู้มีสัตว์เลี้ยง
โดย ธราดล อูปคำ
ในยุคหลังโควิด-19 ผู้คนใช้เวลาร่วมกับสัตว์เลี้ยงมากขึ้น ‘สัตว์เลี้ยง’ จึงไม่ใช่เพียงเพื่อนเล่น แต่กลายเป็นสมาชิกในครอบครัวที่เติมเต็มความสุขและความผูกพันทางใจ ความเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้เกิดวิถีชีวิตใหม่ ที่ผู้คนต้องการพื้นที่ซึ่งมนุษย์และสัตว์เลี้ยงสามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างอิสระ ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
จากแนวโน้มดังกล่าว จึงเกิดแนวคิด ‘ปราการความสุข’ ศูนย์การค้าแห่งใหม่ในจังหวัดสมุทรปราการ ภายใต้แบรนด์ ‘เซ็นทรัล สมุทรปราการ’ บนพื้นที่กว่า 37 ไร่ พื้นที่ใช้สอยรวม 86,000 ตารางเมตร โครงการนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากอัตลักษณ์ของจังหวัดสมุทรปราการ เมืองที่หลอมรวมประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติไว้ด้วยกัน เพื่อสร้าง ‘พื้นที่กลางของชีวิต’ ที่เชื่อมโยงมนุษย์ ธรรมชาติ และสัตว์เลี้ยงอย่างกลมกลืน
สถาปัตยกรรมของโครงการสื่อสารด้วยภาษาที่อ่อนโยนและอบอุ่น ผ่านเส้นโค้งที่ลื่นไหล วัสดุธรรมชาติ และพื้นที่กึ่งกลางแจ้งที่เปิดรับแสงและลมธรรมชาติ ภายในออกแบบให้มีทางลาดเฉพาะสัตว์เลี้ยง พื้นสัมผัสนุ่ม และมุมพักผ่อนร่วมกันที่สะท้อนความเข้าใจต่อพฤติกรรมของทุกชีวิต
‘ปราการความสุข’ จึงไม่ใช่เพียงศูนย์การค้า แต่คือ ศูนย์กลางแห่งความสัมพันธ์ของชีวิต ที่หลอมรวมมนุษย์ ธรรมชาติ และสัตว์เลี้ยงให้สามารถอยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจ เคารพและมีความสุขอย่างแท้จริง
นักศึกษา: ธราดล อูปคำ
ที่ปรึกษา: ผศ.กรธิชา อุ่นไพร

สนามบินพะเยา
โดย วิชัยดิษฐ์ แปงกลาง
โครงการท่าอากาศยานพะเยา ไม่ได้เป็นเพียงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการคมนาคม แต่เป็นสถาปัตยกรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์ ความทรงจำ และความผูกพันของผู้คนในเมืองพะเยา โครงการนี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะถ่ายทอดให้โลกเห็นว่า ‘พะเยา’ คือเมืองที่มีชีวิต มีรากเหง้า และมีคุณค่ามากกว่าการเป็นเพียงจุดหมายปลายทาง
แนวคิดหลักของการออกแบบคือการถ่ายทอดความรุ่งเรืองในอดีตของพะเยาสู่ปัจจุบัน ผ่านประสบการณ์ของพื้นที่ แสง เงา และวัสดุที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมได้รับแรงบันดาลใจจากภูมิปัญญาพื้นถิ่น เช่น รูปทรงหลังคา ลำดับพื้นที่ และช่องแสงที่ได้รับอิทธิพลจากวัดหลวงราชสัณฐาน วัดท่าฟ้าใต้ รวมถึงผังหมู่บ้านดั้งเดิม องค์ประกอบเหล่านี้ถูกตีความใหม่ให้ร่วมสมัยแต่ยังคงกลิ่นอายของความเรียบง่ายและอบอุ่นในแบบพะเยา
อาคารท่าอากาศยานแห่งนี้มิได้ยิ่งใหญ่ด้วยขนาดหรือความหรูหรา แต่ยิ่งใหญ่ด้วยความเข้าใจในผู้คนและพื้นที่ สนามบินถูกออกแบบให้ ‘พูดภาษาเดียวกับคนพะเยา’ ผ่านสถาปัตยกรรมที่เป็นมิตร โปร่งลม อบอุ่น และสะท้อนความเคารพต่อท้องถิ่น การเดินทางผ่านอาคารจึงไม่ใช่เพียงการเดินทางออกจากเมือง แต่คือการ ‘กลับบ้าน’ ผ่านเรื่องราวและความทรงจำของเมืองที่ยังมีชีวิต ท้ายที่สุด โครงการนี้มิได้เป็นเพียงวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาคนหนึ่ง แต่คือจดหมายจากเมืองเล็กๆ ที่บอกกับโลกว่า ‘พะเยาไม่ได้เงียบงัน แต่กำลังพูดด้วยภาษาที่อ่อนโยนของตนเอง’
นักศึกษา: วิชัยดิษฐ์ แปงกลาง
ที่ปรึกษา: รศ.ดร.วัชรินทร์ จินต์วุฒิ

พิพิธภัณฑ์และศูนย์วิจัยแร่หายาก
โดย ชิดชนก พัดดำ
แร่หายาก (Rare Earth Elements) เป็นกลุ่มธาตุที่เป็นวัตถุดิบสำคัญต่อเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แบตเตอรี่ การบินและอวกาศ รวมถึงพลังงานสีเขียว แม้จะพบได้ในธรรมชาติ แต่การสกัดและแปรรูปมีความซับซ้อนและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังมีข้อจำกัดด้านแหล่งทรัพยากรและการกระจายตัว จึงก่อให้เกิดปัญหาทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงทางอุตสาหกรรม
จากบริบทดังกล่าวจึงเกิดโครงการพิพิธภัณฑ์และศูนย์วิจัยแร่หายาก เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และช่วยแก้ปัญหาการเข้าถึงองค์ความรู้ โดยโครงการประกอบด้วยพิพิธภัณฑ์ที่นำเสนอข้อมูลผ่านประสบการณ์เชิงปฏิสัมพันธ์ และศูนย์วิจัยที่มุ่งพัฒนานวัตกรรมและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ แนวคิดการออกแบบได้รับแรงบันดาลใจจากลักษณะเหมืองแร่เปิดที่ถ่ายทอดผ่านอาคารรูปทรงลดหลั่นเป็นชั้น เชื่อมโยงพื้นที่ภายในและภายนอก พร้อมเลือกใช้วัสดุที่สะท้อนลักษณะของแร่ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่สื่อถึงการสำรวจทรัพยากรธรรมชาติอย่างชัดเจน
นักศึกษา: ชิดชนก พัดดำ
ที่ปรึกษา: ผศ.กรธิชา อุ่นไพร
อีเมล: chitchanok4595@gmail.com

โครงการศูนย์พักพิงและช่วยเหลือเด็กจากการทารุณกรรม
โดย ปาจรีย์ วิชา
ปัญหาการทารุณกรรมเด็กเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อพัฒนาการของเด็กทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสังคม เด็กที่เติบโตมาภายใต้ความรุนแรงมักประสบกับปัญหาทางจิตใจ ซึ่งผลกระทบเหล่านี้ไม่เพียงส่งผลต่อการดำรงชีวิตของเด็กในปัจจุบัน แต่ยังอาจขัดขวางการพัฒนาศักยภาพของเด็กในการเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพในอนาคต สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญและความจำเป็นในการช่วยเหลือ ฟื้นฟู และสนับสนุนเด็กกลุ่มนี้อย่างเหมาะสม
ในปัจจุบัน โครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทยสำหรับการดูแลเด็กที่ถูกกระทำความรุนแรงยังมีข้อจำกัด โดยเฉพาะในด้านสถานที่พักพิงที่มีบรรยากาศปลอดภัย เอื้อต่อการฟื้นฟูทั้งสุขภาพกายและจิตใจ รวมถึงการส่งเสริมทักษะชีวิตที่จำเป็น เพื่อให้เด็กสามารถกลับคืนสู่สังคมได้อีกครั้ง
จากปัญหาดังกล่าว จึงเป็นที่มาของโครงการ ศูนย์พักพิงและช่วยเหลือเด็กจากการทารุณกรรม ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างสถาปัตยกรรมที่ไม่เพียงเป็นที่พักพิงชั่วคราว แต่ยังเป็นพื้นที่ที่สร้างบรรยากาศสงบและปลอดภัย เพื่อไม่ให้เด็กรู้สึกกดดันหรือถูกกระทบกระเทือนซ้ำจากสภาพแวดล้อมเดิมของสถานที่พักพิง การออกแบบดังกล่าวมุ่งเน้นการสร้างพื้นที่ที่สามารถเยียวยาและฟื้นฟูจิตใจของเด็ก ผ่านองค์ประกอบที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความอบอุ่น และการเชื่อมโยงกับธรรมชาติ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการฟื้นฟูทั้งทางร่างกายและจิตใจ ซึ่งจะช่วยให้เด็กสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อย่างมั่นคงและมีความหวังในอนาคต
นักศึกษา: ปาจรีย์ วิชา
ที่ปรึกษา: ผศ.นัฏฐิกา นวพันธุ์
ข้อมูลเพิ่มเติม: https://drive.google.com/file/d/1iANsiXu1OgoKWzVPR2ChuvI0pnmF-kOP/view?usp=sharing
อีเมล: pajareew2@gmail.com

ศูนย์ฝึกสอนกีฬามวยไทย จังหวัดภูเก็ต
โดย บดี บำบัดทุกข์
โครงการศูนย์ฝึกสอนกีฬามวยไทย จังหวัดภูเก็ต เกิดขึ้นจากการเล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนากีฬาประจำชาติให้มีมาตรฐานในระดับสากล โดยจากการศึกษาพบว่าในหลายประเทศมีศูนย์ฝึกซ้อมที่มีความพร้อมทั้งด้านมาตรฐานและการส่งเสริมกิจกรรมกีฬาอย่างเป็นระบบ ในขณะที่ประเทศไทยซึ่งเป็นต้นกำเนิดของมวยไทยยังมีศูนย์ฝึกที่มีมาตรฐานครบวงจรค่อนข้างจำกัด อีกทั้งยังขาดการถ่ายทอดอัตลักษณ์ของมวยไทยในเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอย่างชัดเจน ดังนั้นโครงการนี้จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่ที่มุ่งเน้นการยกระดับการฝึกสอนควบคู่กับการอนุรักษ์และเผยแพร่มวยไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนานักกีฬาทุกระดับตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงระดับอาชีพให้มีความแข็งแกร่งทั้งด้านร่างกายและจิตใจ สร้างบุคลากรด้านมวยไทยที่มีคุณภาพ รองรับความต้องการทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ผ่านการจัดอบรม สัมมนา และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เพื่อยกระดับวงการมวยไทยให้ก้าวสู่ระดับสากลอย่างยั่งยืน
นักศึกษา: บดี บำบัดทุกข์
ที่ปรึกษา: ผศ.ดร.ช่อเพชร พานระลึก
อีเมล: poo020844@gmail.com
