พาไปทำความรู้จัก Blue in Green กับผลงานที่เป็นบทสนทนาเงียบๆ ระหว่างดอกไม้ หิน และวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน
TEXT & PHOTO: BLUE IN GREEN
(For English, press here)
WHO
ธามม์ นีลพนากูล หรือ Blue in Green, Botanical and Materials found Artists
WHAT
ศิลปินที่ทำงานผ่านพืช ดอกไม้ และวัสดุจากธรรมชาติ
WHEN
ตั้งแต่ปี 2019 (ช่วงระหว่าง COVID)
WHERE
home studio ที่ถนนหลานหลวง กรุงเทพฯ
WHY
เราเริ่มจากการจัดดอกไม้ก็จริง แต่พอเริ่มทำงานไปเรื่อยๆ มันค่อยๆ โตไปตามเราด้วย กลายเป็นว่าเราหลงรักในธรรมชาติ ผู้คน และวัฒนธรรมที่เล่าผ่านพืช เราจึงที่ให้นิยามตัวเองว่าเป็นศิลปินมากกว่านักจัดดอกไม้


คุณนิยามสไตล์งานของตัวเองไว้อย่างไร
Chaos in Order ถ้ามองงานเราแบบผิวๆ จะเห็นแค่เพียงการนำเอาวัสดุมาสร้างงาน ยกตัวอย่างแบบง่ายๆ เลย คิดว่าเหมือนจัดแจกันดอกไม้ที่ดูเหมือนแค่เอาดอกไม้ พืชหลายๆ อย่าง เส้นสายที่พันกันยุ่งเหยิงมาใส่ในแจกันเดียว แต่ทั้งหมดนั้นเราบังคับมันให้อยู่ใน grid ของเรา เรามีตำแหน่งที่จะจัดวางมันแล้วทั้งหมด
อะไรคือแรงบันดาลใจและหลักการในการทำงานแต่ละครั้ง
ผู้คนและความเป็นอยู่ หลายครั้งเรามักจะนำเรื่องราวของวัฒนธรรม ผู้คน หลายครั้งเป็นสิ่งที่เรียบง่ายคุ้นตา มาสร้างเป็นผลงานบางงานอาจจะไม่ได้กล่าวถึงสิ่งนั้นอย่างตรงไปตรงมา แต่มักจะแฝงกลิ่นอายเหล่านั้นเข้าไปด้วย เราแค่หาทางเป็นไปได้ให้วัสดุและเรื่องราวเหล่านั้นว่ามีวิธีไหนบางที่จะใช้งานเค้า ถึงแม้ว่าเค้าจะเป็นธรรมชาติก็จริงแต่เราสามารถดัดแปลงมันได้อีกหลายอย่าง


โปรเจกต์ไหนที่คุณภูมิใจมากที่สุด เพราะอะไร?
งานหิน (stopping stone) ซึ่งไม่ได้เป็นโปรเจกต์เลย เราทำให้เป็นของขวัญให้กับพี่ก้อง (เจ้าของ Ku Bar) ซึ่งมีเพียงแค่หินกับเชือกเท่านั้นที่เป็นวัสดุ แต่มันค่อนข้างจะให้นิยามถึงสิ่งที่เราทำได้อย่างชัดเจน ความเรียบง่ายและสวยงามด้วยตัวมันเองของธรรมชาติ และการเสริมงานคราฟต์ที่เราทำได้เข้าไป มันเรียบง่ายมาก เรารู้สึกว่ามันสวยและใช้งานได้อีกด้วย หลังจากนั้นเราก็มักจะได้คอมมิสชันที่ใช้หินเป็นวัสดุต่อมา ทำให้เรามีขอบเขตที่กว้างกว่าเดิม เราทำอะไรได้มากกว่าดอกไม้

คุณชอบขั้นตอนไหนระหว่างทำงานมากที่สุด
ขั้นตอนการคราฟต์ เราชอบทำงานด้วยมือ ชอบเวลาได้จับวัสดุ ได้พับ จัด ดัดมันจนเป็นรูปร่าง ตอนคิดงานมันค่อนข้างฟุ้งและทำให้เราเครียดอยู่นานจนกว่าตอนที่ได้ลงมือทำจริงๆ ขั้นตอนการคราฟต์งาน การทำอะไรซ้ำๆ มันเหมือนได้บำบัดตัวเองอย่างหนึ่งเลย
ถ้าคุณสามารถเชิญ ‘ครีเอทีฟ’ สักคนไปดื่มกาแฟด้วยกันได้ คุณจะเลือกใครและทำไม
ถ้าทำได้จริงคงจะต้องย้อนเวลากลับไปนานมาก เราอยากเจอ Sen no Rikyū อาจารย์ที่สร้างห้องชาสำหรับพิธีชงชา ผลงานของท่านมีอิทธิพลกับเราอย่างมาก ทั้ง philosophy หรือ aesthetic เรื่องของ landscape ทั้งภาพใหญ่อย่างสวนไปจนถึงภาพเล็กแค่ในถ้วยชา











