CHAMELEON ARCHITECTURE

Chameleon Architecture: Shifting / Adapting / Evolving ได้นำเสนอผลงานค้นคว้าจำนวน 12 ชิ้น ที่เผยแพร่บน art4d โดยสองสถาปนิก เจอร์รี่ หง (Jenchieh Hung) และ กุลธิดา ทรงกิตติภักดี (Kulthida Songkittipakdee) แห่ง HAS design and research

TEXT: JENCHIEH HUNG & KULTHIDA SONGKITTIPAKDEE
PHOTO: HAS DESIGN AND RESEARCH

(For English, press  here)

ชื่อของบริษัท ‘HAS – Hung and Songkittipakdee’ มิได้เป็นเพียงการผสานนามสกุลของผู้ก่อตั้ง หากยังสอดคล้องกับความหมายของคำว่า ‘มี’ อันสะท้อนปรัชญาหลักที่หลอมรวม ‘การวิจัย’ และ ‘การออกแบบ’ เข้าไว้ด้วยกัน โดยความหมายที่ซ่อนอยู่นี้สะท้อนถึงแนวคิดหลักของบริษัทที่ผสานงานค้นคว้าและออกแบบเพื่อค้นหาผลลัพธ์ทางสถาปัตยกรรมที่มีความหมาย

แนวคิด Chameleon Architecture: Shifting / Adapting / Evolving ที่แปลเป็นไทยว่า สถาปัตยกรรมกิ้งก่า: พลิกแพลง / ปรับตัว / วิวัฒน์ ถือเป็นแก่นสำคัญของเนื้อหาที่นำเสนอในหนังสือเล่มนี้ กิ้งก่าไม่เพียงเปลี่ยนสีตามสภาพแวดล้อม แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการปรับตัว ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญของสถาปัตยกรรมในโลกปัจจุบัน หากมองกลับไปในสถาปัตยกรรมยุคโมเดิร์นและโพสต์โมเดิร์น แนวคิดเหล่านั้นในอดีตให้ความสำคัญกับความต้องการของมนุษย์ที่เป็นศูนย์กลาง มากกว่าความสัมพันธ์ระหว่างสถาปัตยกรรมกับบริบทแวดล้อมรอบตัว ความท้าทายในปัจจุบันจึงเป็นการแสวงหาสมดุลระหว่างการออกแบบที่มุ่งเน้นมนุษย์ควบคู่ไปกับสถาปัตยกรรมที่คำนึงถึงความยั่งยืนและอนาคตในระยะยาว

ด้วยศักยภาพอันโดดเด่นในการปรับตัวของกิ้งก่า จึงกลายเป็นอุปมาที่ทรงพลังในวิวัฒนาการทางสถาปัตยกรรม โดยกิ้งก่านั้นสามารถอยู่รอดและเติบโตท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศและสภาพแวดล้อมอย่างรุนแรงและดำรงอยู่บนโลกมาอย่างยาวนานกว่า 240 ล้านปี หากอ้างอิงจากข้อมูลวิจัยในบทความจากนิตยสาร Nature และ The New York Times ระบุไว้ว่า กิ้งก่าจัดอยู่ในกลุ่มสัตว์เลื้อยคลานที่มีเกล็ด ซึ่งรวมถึงจิ้งจก งู และสัตว์เลื้อยคลานอื่นๆ สัตว์ในกลุ่มนี้ประกอบด้วยสายพันธุ์กว่า 10,000 ชนิด นับเป็นหนึ่งในกลุ่มสัตว์มีกระดูกสันหลังบนบกที่หลากหลายและสามารถปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกันได้แนบเนียนที่สุด ตั้งแต่งูเหลือมขนาด 25 ฟุต ไปจนถึงกิ้งก่าจิ๋วที่เล็กกว่าหัวยางลบ กิ้งก่าที่แฝงตัวอยู่ในแต่ละทวีปยกเว้นทวีปแอนตาร์กติกานั้นต่างมีหลักฐานการปรับตัวที่แสดงถึงพลังของวิวัฒนาการและความสามารถในการอยู่รอดอย่างมหัศจรรย์

ความสามารถในการปรับตัวเป็นองค์ประกอบสำคัญที่เป็นแนวทางให้กับการสำรวจสถาปัตยกรรมในหนังสือเล่มนี้ เมื่อสถาปัตยกรรมจำเป็นต้องพลิกกระบวนท่าเช่นเดียวกับกิ้งก่า ปรับตัว และวิวัฒน์ไปตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป โครงการที่นำเสนอในหนังสือสะท้อนแนวคิดนี้ผ่าน 12 พื้นที่ทางสถาปัตยกรรมที่หยั่งรากลึกในบริบทท้องถิ่น โดยเฉพาะในประเทศไทย จีน และภูมิภาคอื่นของเอเชีย พื้นที่เหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดเชิงทฤษฎี แต่เป็นตัวอย่างที่จับต้องได้ของการออกแบบที่กลมกลืนและเติบโตไปพร้อมกับสิ่งแวดล้อมรอบตัว

บทความที่ได้เผยแพร่ไปก่อนหน้านี้ทั้ง 12ชิ้น จึงไม่ใช่เพียงการรวบรวมผลงานค้นคว้า แต่สะท้อนให้เห็นว่าสถาปัตยกรรมสามารถตอบสนองต่อบริบทแวดล้อมได้อย่างไร ผ่านการสร้างพื้นที่ที่ไม่เพียงแต่ใช้งานได้จริง หากยังยั่งยืนและกลมกลืนกับธรรมชาติ การบูรณาการระหว่างการค้นคว้ารวมทั้งผลงานการออกแบบของ HAS design and research ที่รวบรวมไว้ในหนังสือ Chameleon Architecture: Shifting / Adapting / Evolving เล่มนี้จะเปิดมุมมองรอบด้านให้กับผู้อ่านทุกท่าน ได้ร่วมค้นพบว่าสถาปัตยกรรมสามารถวิวัฒน์ไปได้เช่นเดียวกับที่กิ้งก่าปรับตัวตามสิ่งแวดล้อม และเชื้อเชิญให้ตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างงานออกแบบ การค้นคว้า และบริบททางธรรมชาติ พร้อมเสนอภาพของสถาปัตยกรรมที่ยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยน และเคลื่อนไปข้างหน้า ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วของโลกยุคปัจจุบัน

เนื้อหาในบทความนี้เป็นส่วนหนึ่งจากหนังสือ Chameleon Architecture: Shifting / Adapting / Evolving เขียนโดย Jenchieh Hung & Kulthida Songkittipakdee จาก HAS design and research สามารถสั่งซื้อได้ที่: https://art4d.com/product/chameleon-architecture

facebook.com/hasdesignandresearch
instagram.com/has.design.and.research

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *