เมื่อวัฒนธรรมกลายเป็นรหัสลับในงานออกแบบ สามนักออกแบบจากไทยและไต้หวันร่วมถอดความหมายของตัวตน ผ่านภาษาดีไซน์ในงาน Golden Pin Salon Bangkok 2025
TEXT: PRATCHAYAPOL LERTWICHA
PHOTO COURTESY OF art4d EXCEPT AS NOTED
(For English, press here)
องค์การ UNESCO นิยามคำว่า ‘วัฒนธรรม’ ในปฏิญญาสากลยูเนสโกปี 2001 ไว้ว่า วัฒนธรรมเป็น ‘ชุดของคุณลักษณะทางจิตวิญญาณ วัตถุ สติปัญญา และอารมณ์ของสังคมหนึ่งๆ ที่สะท้อนวิถีชีวิต ค่านิยม ประเพณี และความเชื่อ’ นอกจากทักษะฝีมือจะส่งผลต่อผลลัพธ์งานดีไซน์ แน่นอนว่าวัฒนธรรมที่หล่อหลอมตัวนักออกแบบ ก็ส่งอิทธิพลต่องานที่ออกมาไม่แพ้กัน

งานเสวนาหัวข้อ ‘Cultural Codes – The Language of Design in Asia’ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน Design Perspectives x Golden Pin Salon Bangkok 2025 ที่จัดวันที่ 27 เมษายน 2568 ได้เชิญชวนสามนักออกแบบมากฝีมือจากไทยและไต้หวัน มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิด และเผยให้เห็นว่าวัฒนธรรมมีผลกับงานออกแบบของพวกเขาอย่างไร โดยทั้งสามนักออกแบบที่ว่าก็คือ Brian Liu ผู้ก่อตั้งและ Creative Director จาก Local Remote ดุลยพล ศรีจันทร์ ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์จาก PDM Brand และ มานิตา ส่งเสริม นักออกแบบกราฟิกชาวไทยมากประสบการณ์

Brian Liu ผู้ก่อตั้งและ Creative Director จาก Local Remote
Local Remote คือออฟฟิศออกแบบกลยุทธ์แบรนด์จากไต้หวันที่ทำงานกับแบรนด์หลากหลายประเภทตั้งแต่ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวไปจนถึงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป Brian Liu ผู้ก่อตั้งออฟฟิศเล่าว่า ชื่อ ‘Local Remote’ สะท้อนแนวการทางการทำงานที่เชื่อมตัวตนแบบโลคอล เข้ากับความโกลบอลไร้พรมแดน ผลงานที่ออกมาเลยเป็นทั้งตัวกลางถ่ายทอดวัฒนธรรม และสร้างตัวตนแบรนด์ให้น่าจดจำในระดับสากล

TASA | Photo courtesy of Local Remote

TASA | Photo courtesy of Local Remote
หนึ่งในผลงานจากการบรรยายที่สะท้อนความโดดเด่นของ Local Remote ได้ดีทีเดียวก็คือ การออกแบบอัตลักษณ์ให้ Taiwan Space Agency (TASA) หรือศูนย์อวกาศแห่งชาติไต้หวัน ความท้าทายของงานนี้คือการถ่ายทอด ‘ความเป็นไต้หวัน’ ผ่านอัตลักษณ์ แทนที่จะเล่นท่าง่ายด้วยการใส่รูปเกาะไต้หวันลงไปบนโลโก้ Local Remote กลับไปศึกษาหาสัญลักษณ์ที่สามารถแทนความเป็นไต้หวัน จนพบกับ ‘เพชร’ รูปทรงที่เจอได้บ่อยๆ ในวัฒนธรรมชนพื้นเมือง และยังเป็นตัวแทนของการปกปักรักษา (guardianship) และความสมดุล (harmony) ซึ่งเพชรก็เป็นจุดตั้งต้นที่ Local Remote ใช้คลี่คลายอัตลักษณ์ต่างๆ ของ TASA ออกมา นอกจากนั้น TASA ยังถือเป็นแบรนด์แรกในไต้หวันที่มี typeface เป็นของตัวเอง เพื่อช่วยสื่อสารตัวตนแบรนด์ในระดับสากล

Brian Liu ผู้ก่อตั้งและ Creative Director จาก Local Remote
สำหรับ Brian แล้ว branding ที่ดีไม่ได้ช่วยตอบโจทย์ทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่ยังสร้างความประทับใจ และช่วยให้คนมองโลกในมุมใหม่ได้เช่นกัน

ดุลยพล ศรีจันทร์ ผู้ก่อตั้งและผู้อํานวยการฝ่ายสร้างสรรค์จาก PDM Brand
“คิดภาษาการออกแบบที่เป็นสากล” คือประโยคที่ดุลยพล ศรีจันทร์ เปรยในช่วงต้นของการบรรยาย ซึ่งเผยแนวคิดการทำงานของ PDM Brand แบรนด์โปรดักดีไซน์ที่โดดเด่นกับผลงานสุดสร้างสรรค์และขี้เล่น ถึงภาษาของงานจะมีความเป็นสากลก็จริง แต่ดีเอ็นเอความยียวนกวนบาทาแบบคนไทยก็ปรากฏให้เห็นในงานอย่างชัดเจน นั่นเป็นเพราะ “เฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบอย่าง international style ด้วยคนไทย อย่างไรก็มีความเป็นไทย” ดุลยพลว่า
ผลงานที่เริ่มสร้างชื่อให้กับ PDM ก็คือเสื่อที่ใช้พลาสติกรีไซเคิลเป็นวัสดุ พร้อมออกแบบลวดลายใหม่ให้สวยงาม พลิกภาพจำเสื่อปูพื้นที่เห็นอยู่อย่างดาษดื่นทั่วไป นอกจากดุลยพลจะขุดต้นตอไอเดียเสื่อและผลิตภัณฑ์อีกหลายหลากที่นำของธรรมดามาพลิกแพลงให้ฟังแล้ว ดุลยพลยังเผยถึงการทำงานของ PDM ที่ไม่ได้จบเพียงพาร์ทการออกแบบ เพราะยังมีพาร์ทการสื่อสารเรื่องราวผลิตภัณฑ์ และการทำ marketing ผสมโรงร่วมด้วย เพื่อให้ผลิตภัณฑ์และดีเอ็นเอความสนุก เข้าถึงผู้คนได้อย่างแท้จริง

มานิตา ส่งเสริม
ตลอดทั้งวัน นักออกแบบจะมาบรรยายให้เราฟังเป็นภาษาอังกฤษ แต่มานิตา ส่งเสริม เลือกสื่อสารเป็นภาษาไทย เพราะเธอบอกว่า จะช่วยส่งต่อความคิดของเธอได้อย่างชัดเจนที่สุด

crossover | Image courtesy of Manita Songserm
มานิตา เป็นนักออกแบบกราฟิกชาวไทยเจนประสบการณ์ที่ฝากผลงานออกแบบปกหนังสือมามากมาย และยังทำงานร่วมกับหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) มายาวนานกว่า 13 ปี ในวันนี้ เธอเผยความคิด ไอเดียการทำงานให้เราฟัง ผ่านการตั้งคำถาม และการตกผลึกกับตัวเองเพื่อหาคำตอบ

โปสเตอร์นิทรรศการ ‘โลกร้าว: เรื่องเล่าขนาดย่อมจากเส้นทางโฮจิมินห์ถึงทุ่งหญ้าสเต็ปป์’ | Image courtesy of The Jim Thompson Art Center
ในการทำงาน มานิตาจะเริ่มต้นออกแบบโดยใช้ข้อมูลเป็นสารตั้งต้น อย่างเช่นงานออกแบบโปสเตอร์ของนิทรรศการ ‘โลกร้าว: เรื่องเล่าขนาดย่อมจากเส้นทางโฮจิมินห์ถึงทุ่งหญ้าสเต็ปป์’ อันมีเนื้อหาเกี่ยวกับสงครามเย็น เธอจะค้นคว้าว่าในยุคสมัยนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง มีการใช้ฟอนต์อะไรในช่วงนั้น จากการใช้ข้อมูลเป็นเข็มทิศนำทาง และไม่จำกัดรูปแบบกราฟิกของตัวเอง ผลงานแต่ละชิ้นของเธอจึงออกมาแตกต่างกันเหมือนออกแบบโดยคนละคน

Poster Urban in Progress TH | Image courtesy of Manita Songserm
ในบางครั้ง งานออกแบบของมานิตาคือการตอบสนองชั่วอารมณ์ความรู้สึกขณะนั้นของเธอ อย่างเช่นกราฟิกของนิทรรศการ ‘เมืองเปลี่ยนแปลง’ ของ BACC ที่มีทั้งความไร้ระเบียบ และมีระเบียบ ตอบรับกับความรู้สึกของเธอในการเป็นพลเมืองกรุงเทพมหานคร
ปกหนังสือแปลคืองานที่มานิตาชื่นชอบ เพราะเธอได้ทำตัวเป็นสะพานเชื่อมวัฒนธรรมที่หลากหลายเข้าด้วยกัน หนังสือที่แปลจากเยอรมัน จากญี่ปุ่น ก็มีภาษาการออกแบบที่ต่างกันไป สะท้อนตัวตนต้นตอวัฒนธรรมของหนังสือเล่มนั้น การจัดวางเลย์เอาท์ที่แปลกเป็นตัวแทนของญี่ปุ่น สีที่รุนแรงเป็นตัวแทนของเยอรมันเป็นต้น

มานิตา ส่งเสริม
เมื่อลองสำรวจตัวเอง มานิตาบอกว่าเธอคือส่วนผสมของวัฒนธรรมเอเชียที่มีความหลากหลาย มีภาษาการออกแบบที่แสดงเทคนิคอันซับซ้อน ร่วมกับวัฒนธรรมตะวันตกที่มินิมอลและให้ความสำคัญกับคอนเซ็ปต์ และแน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ก็เผยให้เห็นรูปธรรมในผลงานของเธอ

แม้ทั้งสามคนจะมีจุดร่วมกันคือเป็นนักออกแบบในภูมิภาคเอเชีย แต่ทุกคนต่างเติบโตงอกงามตามเส้นทางที่แตกต่างตามฉบับของตัวเอง เส้นทางที่ร้อยเรียงจากประสบการณ์ ความถนัด และรากเหง้าวัฒนธรรมที่หยั่งลึกในตัวตน








