GUMP’S CROSS

เอกภาพ ดวงแก้ว และทีม EKAR รีโนเวทอาคารพาณิชย์เก่าใจกลางย่านเจริญนครสู่ community space อย่าง GUMP’s Cross ที่เชื่อมโยงเมืองและชุมชนอย่างมีชีวิตชีวา

TEXT: KARN PONKIRD
PHOTO: RUNGKIT CHAROENWAT

(For English, press  here)

การเติบโตของธุรกิจและ lifestyle ในโลกปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตแทบจะหน้ามือเป็นหลังมือ รวมถึงพื้นที่ทางสถาปัตยกรรมที่คอยรับใช้กิจกรรมการค้าขายด้วยเช่นกัน แต่แน่นอนว่าอาคารหลังหนึ่งไม่สามารถที่จะปรับเปลี่ยนตัวเองได้ง่ายเหมือนกับผู้ใช้งาน เนื่องจากข้อจำกัดหลากหลายประการทั้งด้านกฎหมาย โครงสร้าง และอาจจะรวมถึงตัวสถาปัตยกรรมเอง เมื่อลักษณะกิจกรรมของย่านการค้าต้องเปลี่ยนผ่านยุคสมัย สถาปัตยกรรมประเภท shophouse หรืออาคารพาณิชย์ ที่แต่เดิมอาจจะใช้พื้นที่สำหรับดำเนินกิจการเฉพาะเพียงชั้น 1 รวมชั้นลอย และชั้นถัดๆ ขึ้นไปเป็นสำนักงานหรือส่วนสำหรับพักอาศัย ไม่ตอบโจทย์การใช้งานในปัจจุบันอีกต่อไป ความต้องการปรับปรุงอาคารพาณิชย์เก่าซึ่งแต่เดิมเคยเป็นอาคารเก็บและซ่อมแซมรถ บนที่ดินไม่ถึงครึ่งไร่ (198 ตารางวา) ติดถนนเจริญนคร ให้กลายเป็น community space ที่รองรับการจัดกิจกรรมหลากหลาย และร้านค้า retail จำนวนมาก จึงเป็นโจทย์ที่ หนึ่ง-เอกภาพ ดวงแก้ว และทีมดีไซเนอร์จาก EKAR ต้องวิเคราะห์และเสนอรูปแบบของสถาปัตยกรรมที่ปรับตัวให้เข้ากับปัจจุบัน

การเปลี่ยนอาคารพาณิชย์ให้กลายเป็นอาคาร community space เป็นงานที่ต้องทำงานในหลากหลายมิติ แม้โครงการนี้ในส่วนของแคมเปญหลักๆ แม้จะอยู่ภายใต้การดูแลจากมืออาชีพอย่าง GUMP ที่มีประสบการณ์ปั้นศูนย์ไลฟ์สไตล์มาแล้วอย่าง Gump’s Ari แต่บริเวณที่ตั้งใหม่อย่างเจริญนครก็มีบริบททางชุมชนหลายส่วนที่แตกต่างกัน สถาปนิกอย่าง EKAR จึงต้องสำรวจไม่ใช่เพียงแค่ตัวอาคาร แต่รวมไปถึงชุมชนและพลวัตของสภาพแวดล้อมโดยรอบโครงการ ที่จะทำให้ GUMP’s Cross ไม่ได้เป็นเพียงแค่สถาปัตยกรรมร้าน retail ที่ตั้งลงไปในพื้นที่เพียงโดดๆ แต่ยังทำหน้าที่เชื่อมโยงกิจกรรมทั้งคนใน-นอกเจริญนครผ่านการออกแบบ space ที่เอื้อให้เกิดกิจกรรมที่หลากหลาย

“หลังจากเข้ามาสำรวจอาคาร เราก็เริ่มคิดว่าจะให้งานที่ออกแบบใหม่ มันสื่อสารกับชุมชนรอบข้างได้ด้วยวิธีไหนบ้าง” เอกภาพเล่าถึงขั้นตอนการเริ่มออกแบบโครงการ เพราะการเป็นอาคารที่รวบรวม retail ขนาดต่างๆ ไว้ นอกจากรูปลักษณ์จะต้องดึงดูดแล้ว (ซึ่งเป็นปัจจัยหลัก) จำเป็นที่จะต้องสร้างบรรยากาศที่ทำให้ลูกค้าสบายใจที่กลับมาเยือนอีกเพื่อความยั่งยืน อีกทั้งการมีตัวตนอยู่ของสถาปัตยกรรมแห่งนี้ คงจะดียิ่งขึ้นไปอีกถ้ามันส่งผลกระทบเชิงบวกให้กับชุมชนรอบข้างด้วย ลักษณะของตรอก ซอก ซอยที่ทะลุถึงกัน ตั้งแต่สถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสิน ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา จนมาถึง GUMP’s Cross มีหลายเส้นทางที่สามารถเดินเท้ามาถึงได้ ก็เสริมสร้างโอกาสที่เพิ่มนักท่องเที่ยว หรือลูกค้าที่สัญจรเข้า-ออก ร้านรวงโดยรอบได้อีกด้วย “เป็นมิติที่อาจจะต้องใช้เวลา แต่ถ้ามันเกิดขึ้นก็จะดีไปพร้อมๆ กัน” เอกภาพอธิบายถึงความเป็นไปได้ที่อาจเกิดขึ้น

GUMP’s Cross เป็นอาคารที่ถูกออกแบบให้ façade ทำหน้าที่ ‘เป็นหน้าตาให้อาคาร’ ได้ทั้ง 2 ด้าน คือทั้งด้านหน้าที่ติดกับถนนเจริญนคร คอยทำหน้าที่ display ร้านค้า กระจกโค้งมนที่แต่ละช่องก็จะมองเห็นกิจกรรมและการตกแต่งภายในของแต่ละร้านที่แตกต่างกัน ทำให้อาคารดูมีชีวิตชีวา เกิดจากการสำรวจโครงสร้างอาคารเดิม ก่อนจะพบว่าอาคารเคยมีโครงสร้างที่ทำหน้าที่ระเบียงอยู่ก่อนแล้ว แต่ด้วยกิจกรรมการค้าทำให้เกิดการต่อเติม ก่อผนังปูนทับถาวร เพื่อรองรับการใช้งานเช่นการติดโฆษณา หรือป้ายขนาดใหญ่ การปรับปรุงครั้งนี้ได้นำผนังปูนเดิมออกและเติมระเบียงกระจกโค้งเข้าไปเพิ่ม

กับ façade ด้านหลังโครงการ ซึ่งโดดเด่นด้วย mass บันไดโค้ง สำหรับเป็นทางสัญจรขึ้น-ลงระหว่างชั้นต่างๆ บริเวณลานด้านหลังใช้เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ นอกจากปกติจะเป็นที่จอดรถแล้ว ยังสามารถปรับเป็นพื้นที่จัดมินิคอนเสิร์ต หรือตลาดนัดขนาดเล็กได้ตามแต่โอกาส space ชานพักบันไดที่สามารถมายืนชมกิจกรรม ก็เสริมสร้างความมีชีวิตชีวาและไม่จำกัดให้กิจกรรมเกิดขึ้นแค่เพียงชั้นล่างเพียงชั้นเดียว

พื้นที่ภายในถูกออกแบบด้วยการกำหนด circulation การเลือกใช้วัสดุ และการเปิดช่องเพื่อรับแสงสว่างในอาคาร ด้วยอาคารเดิมที่มีพื้นที่ชั้น 1 ระดับความสูงฝ้าค่อนข้างเตี้ย จึงถูกเปลี่ยนให้ทำหน้าที่เป็นกึ่ง public area ในขณะที่เชื้อเชิญให้ผู้คนเข้ามาใช้งานด้วยบันไดบล็อกแก้วขนาดใหญ่ นอกจากจะนำทางผู้ใช้ไปยังชั้นถัดๆ ไป ยังทำหน้าที่เป็นที่นั่งพักคอย พูดคุย และถ่ายรูปได้อีกด้วย

“เราสามารถกำหนด route การเดินของ user ด้วยการใช้แสง สังเกตว่าคนจะไม่กล้าเดินไปยังจุดที่มืดๆ และไม่รู้ว่ามีอะไรข้างใน จึงเป็นวิธีที่เราใช้กับการนำแสงเข้ามานำทาง หรือใช้ความใสของแก้วและกระจกในการทำให้ user เห็นว่ามีอะไรอยู่ถัดไป” เอกภาพอธิบายถึงการเลือกใช้บล็อกแก้วกับบันไดหน้าอาคาร เพราะด้วย mass ขนาดใหญ่ของตัวมันเอง ก็มีโอกาสที่จะบังแสงและทำให้อาคารดูมืดไม่น่าใช้งาน การเลือกใช้วัสดุที่แสงสามารถทะลุผ่านได้จึงเป็นทางเลือกที่ดี รวมถึงการเจาะช่องแสงเพิ่มเติมเพื่อให้แสงเข้ามาได้มากขึ้น และลดการใช้ไฟส่องสว่างแบบ artificial ในตอนกลางวันได้ การออกแบบช่องแสงจึงทำให้เกิด sequence ที่ทำให้ผู้ใช้อาคารสามารถเดินสำรวจ หรือพักผ่อนยัง space ต่างๆ ได้ทั่วทั้งโครงการ รวมถึงการเพิ่มช่อง skylight ขนาดใหญ่ นอกจากทำให้อาคารสว่างด้วยแสงธรรมชาติ ยังเป็นการเชื้อเชิญให้เดินขึ้นไปยังดาดฟ้าที่ถูกปรับปรุงเป็นลานสังสรรค์ และแชร์พื้นที่กับบาร์แผ่นเสียงให้ผู้คนสามารถมาพักผ่อนหย่อนใจได้ในยามค่ำคืน

GUMP’s Cross จึงเป็นสถาปัตยกรรมที่นอกจากจะเพื่อตอบสนองโจทย์ที่ลูกค้าตั้งไว้ ยังออกแบบด้วยเจตนา ‘เพื่อทำให้เห็น’ ว่าสถาปัตยกรรมเพื่อการ commercial ที่เกิดจากการฟื้นฟูอาคารพาณิชย์เก่านั้นเป็นไปได้ โดยเอกภาพและทีม EKAR ก็หวังว่ามันอาจจะเป็นตัวอย่างสำหรับการเกิดขึ้นของสถาปัตยกรรม ธุรกิจใหม่ๆ บนฐานรากของสิ่งเดิม โดยไม่จำเป็นที่จะต้องรื้อสร้างใหม่ทั้งหมดในทุกครั้ง และอาจยั่งยืนกับชุมชนและประวัติศาสตร์มากกว่า ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลา และต้องปล่อยให้สถาปัตยกรรมได้ทำหน้าที่ของมัน

ekar-architects.com
facebook.com/ekar.architects