เมื่อน้ำเคลื่อน: สำรวจตำนาน กามกิจ และความเสื่อม ผ่านนิทรรศการเกษียร (G’SEIN) ของ ไมเคิล เชาวนาศัย
TEXT: KANDECH DEELEE
PHOTO: PREECHA PATTARA EXCEPT AS NOTED
(For English, press here)
นิทรรศการ ‘เกษียร’ (G’SEIN) โดย ไมเคิล เชาวนาศัย เป็นนิทรรศการที่คัดเลือกผลงานจาก การเฝ้าสังเกตและศึกษาสิ่งต่างๆ และเรื่องน่าสนใจอื่นๆ ‘ตลอดระยะเวลาในการเป็นศิลปิน’1 แม้คำอธิบายประกอบนิทรรศการจะตั้งต้นคล้ายกับเป็นนิทรรศการรวมผลงานย้อนหลัง (retrospective exhibition) แต่น่าสังเกตว่า นิทรรศการนี้ก็ไม่ได้จัดเรียงตามลำดับพัฒนาการเวลาหรือจัดวางตามธีม เพื่อประมวล ‘ชีวิตและผลงาน’ อย่างเป็นระบบ ตัวนิทรรศการกลับมีลักษณะเหมือนกำลังตั้งคำถามกลับไปยัง ‘ตลอดระยะเวลาในการเป็นศิลปิน’ เสียเอง และถึงจะอธิบายราวกับเป็น บทสรุปผลงานตลอดอาชีพเพื่อเตรียมเกษียณ แต่นิทรรศการก็ยังสับพยัญชนะสะกดตัวสุดท้ายให้บิดพลิ้วไปเป็น ‘เกษียร’ เหมือนไม่ยอม ‘เกษียณ’

ภาพของชายวัยที่ยั้งรอยยับย่นไว้ไม่อยู่ ในเชิ้ตแขนยาวสีฟ้าอ่อนพร้อมผูกไทแดงคาดลายทางผิวมันเลื่อม ใบหน้าเขาปาดเปื้อนไปด้วยของเหลวสีขาวขุ่น ไหลย้อยลงมาจรดคราบลงบนเสื้อ สายตาเบนขึ้นจากแนวระนาบพื้น ส่องประกายด้วยความปีติชี้ที่มาของเหลว ไม่ได้เป็นปริศนาและไม่เรียกร้องอะไรให้มากความนอกจากความขวยเขินที่อาจผุดขึ้นจากความไม่คุ้นที่ ผู้ชมส่วนใหญ่ย่อมเข้าใจได้ทันทีว่านี่คือภาพของพนักงานออฟฟิศวัยเตรียมเกษียณที่กำลังถูกน้ำอสุจิราดอยู่บนหน้า (bukkake) ‘เกษียร’ จึงไพล่ความหมายทาบทับกับ ‘เกษียณ’ จากการพ้องเสียง เหมือน ‘น้ำนม’ กับ ‘น้ำอสุจิ’ ที่ พ้องรูปจากสถานะของเหลว หนืดข้น สีขาวขุ่น


The Ancient Text of the Lord Creation (c.1825) Edwin Binney 3rd Collection. | Image courtesy of The San Diego Museum of Art (https://saacsdma.org/collection/)

Parrott, R. (1983). A discussion of two metaphors in the ‘Churning of the oceans’ from the Mahābhārata. Annals of the Bhandarkar Oriental Research Institute, 64(1/4), p. 19.
การเลือกใช้คำว่า ‘เกษียร’ นั้นไม่ได้เป็นแค่การยั่วล้อหรือเป็นกิจเพื่อเล็ดลอดต่อระเบียบอันดีงามเพียงอย่างเดียว เพราะเกษียรมักถูกใช้ในบริบทของ ‘พิธีกรรมการกวนเกษียรสมุทร’ ที่ว่าด้วยเทวตำนานการกวนมหาสมุทรน้ำนมเพื่อให้ได้มาซึ่ง ‘น้ำอมฤต’ ที่ผู้ใดได้ดื่มแล้วจะครอบครองความเป็นอมตะ โดยเหล่าเทวดาและอสูรจะต้องยกเขามันทระมาตั้งกลางสมุทรน้ำนม จากนั้นจึงเอาพญานาควาสุกรีมาพันรอบเขาเพื่อชักดึงจนมหาสมุทรป่วนปั่น2 กิจกรรมการกวนเกษียรสมุทรจึงมีลักษณะพ้องกันกับวิธีการทำเนยและบัตเตอร์มิลค์ของชาวอินเดียโบราณที่จะเอานมมาปั่นผ่านการชักถูจากไม้ค้ำหลักและเชือก3 เพื่อถนอมนมให้ไม่บูดเสียง่าย เหมือนที่น้ำอมฤตมีฤทธาก้าวข้ามความตาย ยิ่งไปกว่านั้น การกวนเกษียรสมุทรก็ถูกผูกโยงกับกิจกรรมทางเพศในฐานะสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์และพลังชีวิต เขามันทระเทียบแทนได้กับลึงค์ที่ถูกป่วนปั่นชักลากเป็นจังหวะเพื่อสร้างน้ำแห่งชีวิต น้ำอมฤตที่จะได้หลังเสร็จกิจจึงเปรียบได้กับน้ำอสุจิที่ต้องอาศัย ‘พิธี’ บางอย่างเพื่อที่จะได้มา


การเคี่ยวกวน ป่วนปั่น หรือแม้กระทั่งชักถู จึงเป็น ‘กิจ’ ที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง เป็น ‘กรรม’ ที่ต้องแลกด้วยแรงและเวลาเพื่อหวังผลแห่งการ ‘เสร็จสม’ ไม่ต่างจากการเคี่ยวกรำของชีวิตที่เต็มไปด้วยความคาดหวังกับผลของการลงทุนของแรงและเวลา (ในหลายกรณีก็อาจจะคล้ายกันกับที่หลายเพียรพยายามสร้าง ‘การเกษียณตัวเองก่อนวัย’) อย่างไรก็ดี เมื่อชีวิตได้ดำเนินมาถึงจุดหนึ่ง เรามักคาดหวังและถูกคาดหวังให้มี ‘บางสิ่ง’ เป็นผลของการเคี่ยวกรำนั้น ไม่ว่าจะผลึก (หรือตะกอน) เวลาจำต้องกวนนมเป็นเนย (และบัตเตอร์มิลก์) ‘เกษียณ’ จึงถูกพาดทับกลับไปไถ่ถามไมเคิลในฐานะศิลปินคนสำคัญของยุคบุกเบิกศิลปะร่วมสมัยของไทย4 ไม่ว่าจะด้วยคำถามที่เกิดขึ้นจากการทำงานอันร้อนแรงของเขา คำถามที่จ้องจะเปลี่ยนผ่านเขาไปสู่ศิลปินผู้ทรงเกียรติคุณและบุคคลสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ศิลปะ หรือคำถามที่จ้องจะเกษียณเขาออกจากยุคสมัย

ตลอดทั้งนิทรรศการจึงเต็มไปด้วยปรบท (paratexts) ที่ถูกประกบติดไว้ทั้งบนพื้นและผนัง ราวกับเป็นคำถามและคำตอบที่สร้างระยะบางอย่างเพื่อประกอบกับผลงานแต่ละชิ้น ยกตัวอย่างเช่น ‘เม บี อาร์ท อีซ น็อท ฟอ ยู น๊ะ จ๊ะ’ (บางทีศิลปะอาจจะไม่เหมาะกับคุณนะจ๊ะ), ‘เล็ท มี เทล ยู ออฟ ว็อท ทู ติ้งค์’ (ให้ฉันบอกสิ่งที่คุณต้องคิด) หรือที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือการวาง ‘เว็น ยอร์ พิ้วบ์ เทินท์ ไว้ท์ … ยู อาร์ เอ็กซเป็ก-เต็ท ทู โนว์ ซรรม ฌิฐ อเบ้าท์ ไล้ฟ’ (เมื่อขนเพชรของคุณเปลี่ยนเป็นสีขาว… คุณย่อมถูกคาดหวังให้ต้องรู้เชี่ยอะไรสักอย่างเกี่ยวกับชีวิต) ซึ่งถูกจัดวางใต้ภาพถ่ายเส้นขนสีขาว (ขนหงอก) บนพื้นหลังสีดำทั้งสี่ชิ้น


นอกจากนี้ อาการเสื่อมสภาพยังถูกขยับไปเล่นล้อกับประเด็น ‘ความเสื่อม’ ที่รอการฟื้นฟู เหมือนเหล่าเทวดาที่สิ้นฤทธิ์ด้วยคำสาปจากฤๅษีทรุวาส เป็นเหตุให้ต้องหวังพึ่งพาน้ำอมฤตจากการกวนเกษียรสมุทร เทวาที่เผชิญหน้ากับความเสื่อมจึงแขวนไขว้เข้ากับภาพพระสงฆ์ที่ห้อมล้อมไปด้วยกองอบายมุขและภาพของมนุษย์ที่ห่มคลุมด้วยจีวรแต่กลับถูกผูกพันธนาการด้วยเชือกในเรื่องกาม (shibari) ผู้ทรงศีลจึงอยู่ในคราบที่สิ้นสภาพ หมดศรัทธา จำต้องรอการสังคายนา ชำระ และฟื้นฟู

เมื่อภาพของร่างห่มคลุมจีวรที่ถูกผูกชิบาริจัดวางอยู่ในห้องเดียวกับพนักงานใกล้เกษียณที่มีน้ำกามเปื้อนหน้า ความหมายที่เคยดูตายตัวมั่นคงก็ถูกรื้อถาม ในโลกความเป็นจริงแล้ว อาจจะไม่จำเป็นที่จะต้องรอให้สงฆ์มัดเชือกเล่นกาม เพราะเพียงแค่ภิกษุทำ ‘น้ำอสุจิเคลื่อน’ ก็นับว่าเป็นสิ่งที่ผิดจำต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้ว5 ‘น้ำอสุจิ’ ในที่หนึ่งจึงเป็นเรื่องต้องห้าม ห้ามแม้กระทั่งเคลื่อนไหล เป็นกิจที่เปื้อนไปด้วยบาป แต่ในอีกที่กลับเป็นตัวแทนของพลังชีวิต เป็นเรื่องของความปีติ เป็นน้ำอมฤตที่แยกไม่ขาดจากการก่อกำเนิด เป็นภาวะธรรมชาติของกายภาพที่เราไม่อาจหลีกหนีได้ งานของไมเคิลจึงชี้ให้เห็นถึงความอิหลักอิเหลื่อของความหมาย เราควรยอมรับยินดี กดทับ หรือผลักไสมันดี หรือทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของบริบทที่พยายามเข้ามาแยกชั้นจัดระเบียบให้สิ่งๆ หนึ่งเกิด ‘ความต่าง’


อย่างไรก็ตาม ภาพถ่ายของไมเคิล ก็ไม่ได้เป็นการถ่ายภาพในสภาพแวดล้อมปกติ ไม่ใช่การพยายามจับภาพ (หรือแสร้งว่าเป็น) สิ่งที่มีอยู่แล้วโดยธรรมชาติแบบหนึ่งต่อหนึ่ง งานของเขามีลักษณะของการ set-up เหมือนนาฏกรรมที่ถูกแสดงในโรงละคร เหมือน still-life ที่ถูกจัดไว้ในสตูดิโอ ภาพสงฆ์นอกลู่จนดูนอกรีต จึงไม่ใช่การวิพากษ์แบบสาดเสียเทเสียอย่างตรงไปตรงมา โจมตีอลัชชีด้วยน้ำเสียงของการเทศนาถูกผิด แต่ชี้ชวนให้เราถอยกลับมา ตั้งคำถามถึงภาวะประดิษฐ์ การจัดแต่ง การคัดเลือก ตลอดจนความไม่มั่นคงของความหมาย
น้ำอสุจิและเรื่องเพศจึงตกอยู่ในสนามที่โครงสร้างต่างๆ พยายามเข้ามากำกับควบคุมความหมาย เพราะ ‘ผิดที่ผิดทาง’ จึงทำให้ความขวยเขินปรากฏคู่กับความไม่คุ้นชิน ทำให้สงฆ์จำต้องแยกเรื่องกามาออกจากอาณาบริเวณศีล หรือแม้กระทั่งทำให้ผลภาพถ่ายของเขาในชุดสงฆ์ที่แต่งหน้าจัดจ้านใน ‘Portraits of Man in Habit’ ของไมเคิลที่จัดแสดงในนิทรรศการ ‘alien{gener}ration’ (2000) ถูกประท้วงโจมตีอย่างหนักจากชาวพุทธผู้มากศรัทธา จนทางผู้จัดต้องปลดภาพออกจากนิทรรศการ แต่ไมเคิลก็ตอบกลับด้วยการติดตั้ง ‘Portraits of Man in Habits#2’ ทดแทน เป็นผลงานภาพของเขาในชุดขาวที่สึกออกมาเป็นสมี นุ่งขาวหุ่มขาว สงบเสงี่ยมจนดูเศร้าสร้อย แต่ก็ยังคงเครื่องสำอางบนใบหน้าที่ดูเหมือนว่าจะ ‘ล้างไม่ออก’6 ดูเหมือนว่าศิลปะจะชอบตั้งคำถามกับความผิดที่ผิดทางนี้อยู่เสมอ

งานของไมเคิลจึงมีลักษณะซ้อนเป็นชั้นแต่ก็ไขว้ทบข้ามชั้นกันไปมา ทั้งซีกชายวัยใกล้เกษียณและซีกสงฆ์ประพฤติมิชอบล้วนชี้ให้เห็นถึงความไม่มั่นคงของความหมาย ในแต่ละรอยต่อที่ความหมายเริ่มหลุดเลื่อนเคลื่อนออก ก็ผุดเกิดคำถามจากการไม่อาจพิกัดที่ไร้คำตอบตายตัว ทั้งหมดนี้อาจจะไม่จำเป็นที่จะต้องมีอะไรตายตัว ไม่ใช่เพราะความคลุมเครือหรือพร่าเลือน หากแต่เป็นศักยภาพที่จะลื่นไหล แปรเปลี่ยน และเคลื่อนไปอย่างมีชีวิตชีวา เหมือนกับไมเคิลที่ท้าทายอำนาจปิตาธิปไตยในการเข้าไปยุ่มย่ามกับพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ไม่ยอมถูกนิยาม ไม่ยอมปลดระวางเกษียณ แถมยังฉวยใช้ ‘น้ำอมฤต’ มาช่วยชะลอต้านความเสื่อมแก่
และที่สำคัญ แม้น้ำอสุจิจะต้องการ ‘พิธี’ ในการเรียกออกมา แต่เราต่างก็รู้ดีว่า มันไม่จำเป็นจะต้องเกิดขึ้นเฉพาะการร่วมเพศชายหญิง
‘G’SEIN’ จัดแสดงที่ HOP – Hub of Photography ชั้น 3 ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ ระหว่างวันที่ 26 กรกฎาคม – 21 กันยายน 2568
_
1 HOP Hub of Photography. “G’SEIN – เกษียร” นิทรรศการเดี่ยว โดย ไมเคิล เชาวนาศัย (Michael Shaowanasai). Facebook. เข้าถึงเมื่อ 19 สิงหาคม 2568. เข้าถึงได้จาก https://www.facebook.com/reel/ 1396491618076597
2 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว. (2509). ลิลิตนารายณ์สิบปาง (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ: คลังวิทยา. (พิมพ์ครั้งแรก 2466).
3 Parrott, R. (1983). A discussion of two metaphors in the “Churning of the oceans” from the Mahābhārata. Annals of the Bhandarkar Oriental Research Institute, 64(1/4), 17–33.
4 ไมเคิล เชาวนาศัย ถูกจัดให้เป็นหนึ่งในศิลปินที่ปูทางบุกเบิกศิลปะร่วมสมัยในไทย ผ่านนิทรรศการ “RIFTS: Thai Contemporary Artistic Practices in Transition, 1980s-2000s” ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม – 24 พฤศจิกายน 2562
5 สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส. (2442). นวโกวาท. (พิมพ์แจกในงานพระราชทานเพลิงศพ นายเธียร ธีระชัยชยุติ, 2524). น. 3.
6 ดูข้อมูล Portraits of Man in Habits เพิ่มใน ชานันท์ ยอดหงษ์. ภาพศิลปะ ‘หลวงเจ๊’ ของ ไมเคิล เชาวนาศัย กับการกีดกัน LGBTQ ในศาสนา. The Matters. สืบค้นเมื่อ 13 สิงหาคม 2568. เข้าถึงได้จาก https://thematter.co/thinkers/portraits-of-a-man-in-habit/92721






