BANGKOK PAINS

เมื่อ Invisible Ink นำความวุ่นวายแบบกรุงเทพฯ มาดีไซน์เป็น ‘Bangkok Pains’ บอร์ดเกมที่ทั้งแสบ ทั้งสร้างสรรค์ และกลายเป็นงานที่สะท้อนประสบการณ์คนเมืองได้อย่างน่าสนุก

TEXT: NATHATAI TANGCHADAKORN
PHOTO COURTESY OF INVISIBLE INK

(For English, press  here)

Bangkok Pains เป็นชื่อที่ทำให้หลายคนจินตนาการเนื้อหาข้างในออกได้ในพริบตา แม้จะยังไม่ทันรู้ว่างานนี้อยู่ในประเภทของงานออกแบบชนิดไหน เพราะคนกรุงเทพฯ นั้นรับรู้ถึงปัญหาของเมืองนี้มานานจนชินชา หากพูดถึงค่าครองชีพก็จะมีเพื่อนมากมายพร้อมร่วมโอดครวญ และเราก็เชื่อว่าบทสนทนาส่วนใหญ่บนรถแท็กซี่หรือ Grab แปลกหน้าของทุกคน ก็คงไม่พ้นคุยเรื่องรถติดกันนี่แหละ

นอกจากเนื้อหาภายในที่เล่นล้อไปกับ ‘ความเจ็บปวดของผู้ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ’ เปลือกนอกของโปรเจกต์นี้ถูกนำเสนอด้วย board game ที่ทุกคนรู้จักกันดี โดยมีวิธีเล่นเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนเกมเศรษฐีหรือบันไดงู คือผู้เล่นทุกคนจะต้องเอาชีวิตรอดในกรุงเทพฯ ให้ครบหนึ่งปี ด้วยเงินเริ่มต้นก้อนหนึ่งซึ่งกู้มาจากบัตรเครดิต เรามักพูดคุยกันในโลกออนไลน์ว่าคนไทยติดตลกเพราะปัญหาสังคมที่หาทางออกอื่นไม่ได้นอกจากเล่นมุก ก็น่าสนใจว่าทำไม Invisible Ink ซึ่งเป็น creative agency ถึงได้หยิบไอเดียนี้มาลงมือทำงานชวนหัวชิ้นนี้ ที่ไม่รู้ว่า ‘ชวน (ปวด) หัว’ หรือ ‘ชวนหัว (เราะ)’

Invisible Ink เป็น creative agency ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ และสิงคโปร์ โดยสมาชิกทีมแทบจะเป็นคนไทยทั้งหมด ยกเว้นเพียงไม่กี่คนเท่านั้น อาทิ Managing Director อย่าง Timothy Swainson และ Creative Director ซึ่งเป็นชาวอังกฤษแต่อยู่ไทยมานานกว่า 18 ปี หรือเฮดฝ่าย animator ชาวรัสเซีย

“คนในทีมเราส่วนใหญ่มาจากกรุงเทพฯ หรือไม่ก็อยู่ที่นี่มานานมาก เรารักเมืองนี้ครับ แต่มันก็มีเรื่องชวนให้เจ็บปวดมากมาย ซึ่งประเด็นเหล่านี้ยังเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ติดตามของเราด้วย ในฐานะที่ Invisible Ink เป็น creative agency เราเลยอยากจะหาวิธีเล่าเรื่องนี้แบบตลกๆ ระหว่างพัฒนาทักษะและแสดงความสร้างสรรค์ของเราไปพร้อมกัน”

“ปี 2024 ตอนนั้นจริงๆ เรากำลังหาไอเดียทำโพสต์ April Fool’s Day อยู่ พอเราลงรูปบอร์ดเกม Bangkok Pains ไปก็ได้เสียงตอบรับจากคนอื่นๆ ดีมาก เลยกลับมานั่งคิดว่ามีเวลาทำให้เป็นจริงได้ไหม ถ้าทำเสร็จก่อนคริสต์มาสจะได้เป็นของขวัญให้ลูกค้า ส่วนที่เหลือก็วางแผงขายได้ด้วย”

จากไอเดียกลายเป็นโปรเจกต์ซึ่งมีองค์ประกอบของเกมกระดานอย่างครบถ้วน ตั้งแต่คู่มือการเล่น กระดาน ตัวหมาก เงิน และไพ่พิเศษ 4 ชนิด ได้แก่ ‘อาชีพ (Career)’ ‘ที่อยู่อาศัย (Property)’ ‘ได้เสีย (Pain or Gain)’ ‘ท่องเที่ยว (Travel)’ รวมถึงบัตรเครดิตติดตัว 1 ใบ ที่เป็นสัญลักษณ์ของหนี้ ระหว่างทางหากใครได้เงินมากก็สามารถเลือกนำมาปิดบัตร หรือถ้าเจอค่าใช้จ่ายก้อนโตแบบไม่คาดฝันจะขอบัตรใหม่พร้อมเงินสดก็ได้เช่นกัน Bangkok Pains เลยเป็นเกมที่จะไม่มีผู้เล่นคนไหนล้มละลายระหว่างทาง ทุกคนต้องเผชิญรสชาติของการใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ แบบขมปนขำไปจนจบปี (จบเกม)

สำหรับ ‘Pains’ ของเกมนี้ Invisible Ink เลือกให้อยู่ใน 2 รูปแบบ คือค่าเช่าบ้านซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายคงที่ที่เราต้องสุ่มจากการ์ด ‘ที่อยู่อาศัย’ ตั้งแต่ต้นเกม และการจั่วการ์ด ‘ได้เสีย’ ที่จะต้องเกิดขึ้นแทบทุกตา อาทิ โทรศัพท์ตกจอแตก โดนส่วนกลางเรียกเก็บค่าซ่อมบ้าน หรือเสีย 1 ตา เพราะเอาแต่เล่นโทรศัพท์จนเลยสถานี MRT ที่จะลง นอกจากนี้ในช่วงหนึ่งของเกม ทุกคนจะได้เลือกว่าจะออกไปพักร้อนยาวๆ แบบไม่ได้เงินเดือนหรือเปล่า โดยคนที่เลือกไปจะไม่ต้องจ่ายค่าเช่าบ้าน แต่จากประสบการณ์ที่ผู้เขียนออกลองไปเล่น Bangkok Pains ในอีเวนต์ บอกเลยว่าคนเลือกไปเที่ยวนั้นเป็นส่วนน้อย เพราะทุกคนต่างอยากหาเงินให้เยอะเข้าไว้

“เรามักจะตั้งโจทย์ให้ตัวเองเพราะอยากให้ทีมมีการพัฒนาระหว่างช่วงที่พักจากงานลูกค้า การอาศัยอยู่ที่นี่ทำให้เรารู้เรื่องราวของกรุงเทพฯ เยอะ แต่เราจะเห็นความแตกต่างระหว่างสมาชิกทีมที่เป็นคนไทยกับคนต่างประเทศเลยครับ ทุกคนมีมุมมองที่ต่างกันออกไป บางเรื่องคนไทยชินชากับมันมากๆ ในขณะที่คนต่างชาติมองอีกแบบหนึ่ง ก็เลยเอามาแชร์กัน” Timothy Swainson, Managing Director ของ Invisible Ink เล่าให้เราฟัง

แน่นอนว่าไม่ใช่นักออกแบบทุกคนที่เคยออกแบบบอร์ดเกม ตัวเลือกกระบวนการทำงานของ Invisible Ink ในขั้นต้นจึงมีเพียงเล่น เล่น และเล่นบอร์ดเกมคลาสสิกหลากหลายแบบเพื่อเก็บข้อมูล อาทิ Monopoly หรือบันไดงู จากนั้นจึงลองกำหนดกติกาของเกมที่จะสร้างขึ้นมา แล้วเดินหน้าเล่น เล่น เล่นอีกครั้งกับม็อกอัปกระดาษ เพื่อค้นหาวิธีการเล่นและจำนวนคนที่ลงตัว รวมถึงปัจจัยที่จะเข้ามาช่วยทำให้เกมสมดุล ก่อนตัดสินใจรูปแบบสุดท้ายของเกมร่วมกัน

แคมเปญประชาสัมพันธ์ Bangkok Pains

“เราทดลองเล่นกัน 1-2 รอบต่อเกมในช่วงเย็นหรือไม่ก็พักเที่ยง ไอเดียหลักๆ เรายืมโครงสร้างมาจาก Game of Life ครับ จากนั้นก็คิดว่าจะเชื่อมต่อโครงสร้างนี้เข้ากับเรื่องราวของกรุงเทพฯ ได้ยังไงบ้าง ผมจำได้ว่าเราใช้เวลาไป 2-3 สัปดาห์เหมือนกันกว่าจะเจอคอนเซ็ปต์ที่ใช่ ตามที่คิดไว้ เราอยากให้เกมสามารถมีผู้เล่นได้ตั้งแต่ 2-6 คน และใช้เวลาต่อรอบน้อยกว่าหนึ่งชั่วโมง เพราะถ้าคุณอยู่ที่บริษัท ในปาร์ตี้ หรือแม้แต่มหาวิทยาลัย คุณจะมีเวลาเล่นแค่ประมาณนั้นแหละ”

ด้านการออกแบบ visual ของ Bangkok Pains อย่างสีหรือวัสดุเองก็ผ่านการเลือกสรรและคุยกับผู้ผลิตให้ได้สเปคตามที่ทีมออกแบบต้องการ สีสันได้รับแรงบันดาลใจจากสีตามท้องถนนของกรุงเทพฯ ทั้งสีของแท็กซี่ สีของตลาดสตรีทฟู้ด และสีมากมายในงาน ‘แบบไทยๆ’ ก่อนจะนำสีและองค์ประกอบเหล่านั้นมาปรับใช้ในภาพประกอบสไตล์ Invisible Ink โดยไม่จำกัดเพียงในกล่องเท่านั้น แต่รวมถึงแคมเปญประชาสัมพันธ์ทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ที่ทำออกมาสะกิดความสนใจผู้คนด้วย เนื่องจากงานชิ้นนี้เป็นความร่วมมือของสมาชิกทั้ง 20 คน นี่จึงเป็นเสมือนพื้นที่โชว์ของอีก 3 ขา อย่าง web development, animation และ video production นั่นเอง

“เรามี supplier งานพิมพ์หลักที่ติดต่อกันประจำอยู่แล้ว เรื่องที่ดีคือเขาเป็น supplier ที่มีความครีเอทีฟ เขาจึงเข้าใจและ appreciate กับสิ่งที่เราพยายามจะสร้างขึ้นครับ อย่างความ kitsch ของกรุงเทพฯ เนี่ย ทั้งสี ทั้งการทำให้ผิวมันสะท้อนแสงหน่อยๆ รวมถึงพวกตัวหมากด้วย”

แคมเปญประชาสัมพันธ์ Bangkok Pains

“ทั้งทีมมีส่วนร่วมในกระบวนการสร้างสรรค์ทุกขั้นตอนเลย ตั้งแต่การทำให้เกมนี้เป็นรูปเป็นร่าง หาช่องทางวางขาย และคิดแคมเปญ พอเกมเสร็จสมบูรณ์เราก็ถ่ายรูปเก็บไว้ใช้ในการเปิดตัว ส่วนทีม web development ก็ทำหน้าช็อปบนเว็บไซต์ครับ”

“ทีม web development ต้องทำงานกับทีม creative และทีม animation ด้วยว่าเราจะแมตช์ coding เข้ากับโมเดลสามมิติได้ยังไง—หาวิธีทำหน้าเปิดที่ผู้ใช้งานเว็บไซต์จะควบคุมอนิเมชันได้ผ่านการ scroll เมาส์ พวกนี้เป็นเทคนิคที่เราไม่เคยใช้มาก่อนทั้งนั้นครับ แต่ละทีมเข้ามาร่วมทำงานชิ้นนี้ในสเตจที่แตกต่างกัน แต่ทุกคนมีส่วนร่วมในการทดสอบ (เล่น) เกมด้วยกันมาตั้งแต่แรกเลย”

เว็บไซต์ Bangkok Pains

เว็บไซต์ Bangkok Pains

Bangkok Pains เป็นผลงานที่เกิดขึ้นจากการท้าทายขอบเขตตัวเองของ creative agency งานออกแบบที่ไม่มีลูกค้านั้นมักมาพร้อมกับคำถามว่าถูกทำขึ้นเพื่อใคร หรือเพื่ออะไร แต่การที่ ‘นักสร้าง (creator)’ จะสร้างงานชิ้นหนึ่งขึ้นมา อาจไม่ได้ต้องการเหตุผลอลังการตั้งแต่แรก สนใจเรื่องไหนก็สร้างสิ่งนั้น เปลี่ยนสถานะของสิ่งหนึ่งจากไม่มีเป็นมี บอร์ดเกมนี้ก็เป็นอีก ‘สิ่ง’ ใหม่ที่พูดถึงกรุงเทพฯ ผ่านมุมมองหนึ่งอย่างสนุกสนาน

“How was it?”
“It’s painfully fun.”

invisibleink.asia
invisibleink.asia/bkkpains

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *