สองสถาปนิก เจอร์รี่ หง (Jenchieh Hung) และ กุลธิดา ทรงกิตติภักดี จาก HAS design and research นำเสนอแนวคิดใหม่ในการออกแบบท้องถิ่น ที่ถ่ายทอดประสบการณ์จากการพร่าเลือนและการซ้อนทับของสายน้ำในคลองแสนแสบ
TEXT: JENCHIEH HUNG & KULTHIDA SONGKITTIPAKDEE
PHOTO: HAS DESIGN AND RESEARCH
(For English, press here)
งานค้นคว้านี้เผยให้เห็นพลังของภูมิปัญญาท้องถิ่นและความสามารถในการปรับตัว ที่แปรเปลี่ยนพื้นที่ในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นสภาวะที่เคลื่อนไหวและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ซึ่งเป็นหนึ่งในกรณีศึกษาจากหนังสือเล่มล่าสุดของพวกเขา Chameleon Architecture: Shifting / Adapting / Evolving ที่สำรวจศักยภาพของสถาปัตยกรรมในการเปลี่ยนรูปและวิวัฒน์ไปพร้อมกับบริบทของเมือง

กรุงเทพฯ เมืองที่ภูมิทัศน์กำลังเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา แปรเปลี่ยนเพื่อตอบรับความต้องการของยุคสมัยใหม่ ขณะเดียวกันยังคงรักษารากเหง้าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไว้ไม่เสื่อมคลาย คลองแสนแสบหนึ่งในลำคลองสำคัญของเมือง คือภาพสะท้อนอันชัดเจนจากการเปลี่ยนผ่านนั้น สำหรับสองสถาปนิก เจอร์รี่ หง และ กุลธิดา ทรงกิตติภักดี แห่ง HAS design and research คลองแห่งนี้คือเรื่องเล่าของภูมิปัญญาท้องถิ่นและการปรับตัวที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องในทุกจังหวะที่เมืองเติบโต ตั้งอยู่ท่ามกลางหมุดหมายสำคัญอย่างแยกราชประสงค์ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี และโรงพยาบาลกรุงเทพ ขนานไปกับถนนสุขุมวิท คลองแสนแสบทำหน้าที่เชื่อมโยงผู้คนและชุมชนมาอย่างยาวนานเป็นเส้นทางน้ำที่หล่อเลี้ยงการเดินทางและวิถีชีวิตของเมือง ภายใต้แรงกดดันจากการขยายตัวในเมืองและความต้องการใช้ที่ดินที่เพิ่มขึ้น คลองหลายสายในกรุงเทพฯ ค่อยๆ ถูกกลืนหายไป เพื่อเปิดทางให้กับการพัฒนาใหม่ แต่น่าประหลาดที่คลองแสนแสบยังคงดำรงอยู่ กลายเป็นหนึ่งในไม่กี่เส้นทางน้ำที่รอดพ้นจากการเปลี่ยนแปลงและยังคงหล่อหลอมเส้นเลือดของเมืองให้เติบโตได้อย่างมีชีวิต

การดำรงอยู่ของคลองแสนแสบท่ามกลางการขยายตัวอย่างไม่หยุดยั้งของเมือง สะท้อนทั้งคุณค่าทางประวัติศาสตร์และศักยภาพในการปรับตัวในฐานะเส้นเลือดหลักของกรุงเทพฯ ตลอดกาลเวลาคลองสายนี้ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นพื้นที่ที่มีชีวิต มีหลายมิติ ทำหน้าที่เป็นทั้งเส้นทางสัญจรและเป็นระเบียงสังคมที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าหากัน ด้วยตำแหน่งที่ตัดผ่านย่านที่อยู่อาศัยและย่านพาณิชยกรรมหนาแน่น คลองแสนแสบจึงถูกเรียกเล่นๆ ว่า ‘ทางลัดสีน้ำเงิน’ แต่ความคึกคักที่เพิ่มขึ้นก็มาพร้อมปัญหาสิ่งแวดล้อม ทั้งมลพิษและขยะสะสมที่บั่นทอนบรรยากาศและลดทอนความน่าดึงดูดของคลอง ผู้ให้บริการเรือโดยสารจึงคิดค้นวิธีแก้ไขที่เรียบง่ายแต่ชาญฉลาดเพื่อรับมือกับปัญหาเหล่านี้และสร้างความสบายให้แก่ผู้โดยสาร ด้วยการติดตั้งผ้าใบพีวีซีแบบกึ่งโปร่งแสงซึ่งผู้โดยสารสามารถรูดเปิดปิดได้เองตามสภาพอากาศที่เกิดขึ้น

นวัตกรรมขนาดเล็กแต่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์นี้สะท้อนถึงความชาญฉลาดและความสามารถในการปรับตัวที่ฝังรากลึกอยู่ในวัฒนธรรมเมืองของผู้คน ผ้าใบพีวีซีทำหน้าที่ทั้งด้านประโยชน์ใช้สอยและความงามทางสุนทรียะ ช่วยยกระดับประสบการณ์การเดินทางทางเรือให้ละเมียดละไมยิ่งขึ้น เมื่อเรือสวนกันแรงคลื่นมักพัดน้ำกระเด็นใส่ผู้โดยสารเพราะคลองมีความกว้างเพียง 10 เมตร ผ้าใบเหล่านี้จึงทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันเรียบง่ายแต่ได้ผล ปกป้องความไม่สบายขณะเดียวกันก็ยังเปิดรับแสงธรรมชาติให้ลอดผ่านเข้ามาได้ ความกึ่งโปร่งแสงของวัสดุช่วยรักษาความรู้สึกโปร่งโล่งและสายตาที่เชื่อมต่อกับทิวทัศน์ของเมืองไว้ไม่ขาดตอน ทำให้การเดินทางไม่เพียงสะดวกสบายขึ้นแต่ยังงดงามและมีชีวิตชีวา ประสบการณ์ทั้งหมดหลอมรวมการใช้สอยและการรับรู้เข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน

นอกเหนือจากการปกป้อง ผ้าใบพีวีซียังทำหน้าที่เสมือนราวจับเพื่อความปลอดภัยสำหรับผู้โดยสารและลูกเรือที่มีพื้นที่เดินบนขอบเรือเพียง 30 เซนติเมตร การออกแบบที่ใช้ประโยชน์สองทางนี้ผสานความจริงจังด้านการใช้งานเข้ากับความสอดคล้องทางสายตา เปลี่ยนการแทรกแซงเล็กๆ ให้กลายเป็นองค์ประกอบสถาปัตยกรรมที่สมบูรณ์ หง และ ทรงกิตติภักดี (HAS) ได้วิเคราะห์ความสามารถในการปรับตัวเช่นนี้ว่าสะท้อนถึงปรัชญา ‘การแก้ปัญหาแบบวิวัฒนาการ’ ที่โอบรับบริบท การใช้งาน และประสบการณ์ของผู้คนโดยไม่จำเป็นต้องสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เรื่องราวของคลองแสนแสบจึงเป็นตัวอย่างชัดเจนว่าการสร้างสรรค์เล็กๆ อย่างตั้งใจ สามารถรักษาทั้งความดั้งเดิมและความทันสมัย พร้อมเปลี่ยนชีวิตเมืองประจำวันที่คุ้นเคยให้กลายเป็นการแสดงออกของสติปัญญาในการออกแบบ และเชื่อมโยงกับความต่อเนื่องทางวัฒนธรรมได้อย่างกลมกลืน

เนื้อหาในบทความนี้เป็นส่วนหนึ่งจากหนังสือ Chameleon Architecture: Shifting / Adapting / Evolving เขียนโดย Jenchieh Hung & Kulthida Songkittipakdee จาก HAS design and research สามารถสั่งซื้อได้ที่: https://art4d.com/product/chameleon-architecture
facebook.com/hasdesignandresearch
instagram.com/has.design.and.research




















