JIA CURATED

(จากซ้ายไปขวา): Budiman Ong, Rudi Winata, and Yang Yang Hartono | Photo: Priska Joanne

เปิดบทสนทนาระหว่าง art4d กับ Budiman Ong ผู้ร่วมก่อตั้ง Jia ถึงแนวคิดเบื้องหลังของ Jia COLLECTIVE และ Jia CURATED ที่ขับเคลื่อนงานออกแบบด้วยพลังของชุมชน

TEXT: PRATARN TEERATADA
PHOTO: INDRA WIRAS EXCEPT AS NOTED

(For English, press  here)

Jia ก่อตั้งขึ้นในปี 2020 โดยกลุ่มนักสร้างสรรค์ชาวอินโดนีเซียรุ่นใหม่อย่าง Budiman Ong, Rudi Winata และ Yang Yang Hartono โดยมีแนวคิดที่จะเป็นแพลตฟอร์มของประเทศอินโดนีเซียที่สนับสนุนงานฝีมือ การออกแบบ และวัฒนธรรมผ่านโครงการที่หลากหลาย ตั้งแต่การจัดกิจกรรมชุมชน การเปิดหน้าร้าน และงานอีเวนต์ต่างๆ

ในภาษาจีน 家 (Jiā) แปลว่า ‘บ้าน’ ซึ่งเป็นคำที่ครอบคลุมความหมายมากกว่าแค่ที่อยู่อาศัยทางกายภาพ หากแต่หมายถึงผู้คน บรรยากาศ และพิธีกรรมในชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนสถานที่แห่งหนึ่งให้เป็นองค์รวมที่มีชีวิตขึ้น แนวคิดดังกล่าวกลายมาเป็นรากฐานในการสร้างชุมชนที่ขับเคลื่อนงานคราฟต์และนวัตกรรมด้านวัสดุ เกิดเป็นพื้นที่ขายของตกแต่งบ้านที่ถูกคัดสรรมาอย่างดีในชื่อของ Jia COLLECTIVE

Photo: Priska Joanne

สองปีให้หลัง แนวคิดนี้ได้ขยายไปสู่เครือข่ายสร้างสรรค์ที่ใหญ่กว่าเพียง ‘บ้าน’ ของพวกเขาในอินโดนีเซีย หากแต่หมายถึงชุมชนของนักสร้างสรรค์ที่กระจายตัวอยู่ทั่วโลก โครงการ Jia CURATED จึงได้เกิดขึ้นในฐานะภาคต่อของพวกเขาที่ตั้งใจเชื่อมโยงชุมชนการออกแบบของอินโดนีเซียเข้ากับนักปฏิบัติการสร้างสรรค์ทั่วโลก

art4d ได้พูดคุยกับผู้ร่วมก่อตั้ง Budiman Ong เกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์และการเชื่อมโยงงานออกแบบเข้ากับวัฒนธรรมในทั้ง Jia COLLECTIVE และ Jia CURATED รวมถึงเรื่องราวของจุดเริ่มต้น ความสำเร็จในปัจจุบัน และเส้นทางที่พวกเขาหวังจะสร้างขึ้นในอีกหลายปีข้างหน้า

art4d: ช่วยแนะนำกลุ่มของคุณแบบคร่าวๆ และเล่าถึงเส้นทางที่พาคุณเข้าสู่โลกของงานคราฟต์และการออกแบบสักหน่อยได้ไหม?

Budiman Ong: ผมเป็นนักออกแบบและคนสร้างงาน (maker) ผมเกิดที่เมืองกีซารัน เมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งในสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย เส้นทางด้านการออกแบบของผมเริ่มต้นที่ Grays School of Art เมืองอเบอร์ดีน ประเทศสก็อตแลนด์ โดยเรียนสาขา Applied Arts หลังจากกลับมายังบาหลี ผมได้ร่วมงานกับทีมของ John Hardy ในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายออกแบบไลฟ์สไตล์ กระทั่งปี 2008 จึงก่อตั้ง Ong Cen Kuang ซึ่งเป็นสตูดิโอผลิตโคมไฟตกแต่งขึ้นมาครับ ผลงานของเราหลอมรวมงานหัตถกรรมดั้งเดิมเข้ากับแนวคิดการออกแบบร่วมสมัย งานทุกชิ้นถูกทำขึ้นด้วยมือทีละชิ้นโดยทีมช่างฝีมือที่มีความเชี่ยวชาญขั้นสูง งานออกแบบของผมตั้งอยู่บนรากฐานของการเห็นคุณค่าในคุณสมบัติเฉพาะตัวของวัสดุและทักษะงานคราฟต์ ผมมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์ผลงานที่กระตุ้นอารมณ์ความรู้สึก แปรรูปวัสดุธรรมดาหรือวัสดุที่คาดไม่ถึงให้กลายเป็นชิ้นที่มีลักษณะของความเป็นประติมากรรม

Photo: Priska Joanne

Jia คือโปรเจ็กต์ที่ผมร่วมก่อตั้งกับพาร์ตเนอร์อีกสองคน คือ Rudi Winata และ Yang Yang Hartono ซึ่งล้วนเกิดจากความหลงใหลในงานคราฟต์ การออกแบบ และวัฒนธรรมของพวกเรา

Jia ซึ่งในภาษาจีนหมายถึง ‘บ้าน’ ทำหน้าที่เป็นองค์กรหลักที่ดูแลสองโครงการ ได้แก่ Jia CURATED อีเวนต์ประจำปีซึ่งจัดต่อเนื่องหลายวัน และ Jia COLLECTIVE แพลตฟอร์มที่มอบประสบการณ์ค้าปลีกแบบที่ได้รับการออกแบบและคัดสรรมาอย่างดี และบริการสไตลิ่งเฉพาะทาง โดยทั้งหมดขับเคลื่อนด้วยแนวคิดเรื่อง ‘บ้าน’

ออฟฟิศของเราตั้งอยู่ที่บาหลี และมีพันธกิจในการเฉลิมฉลองนักออกแบบและแบรนด์ท้องถิ่นผ่านประสบการณ์ค้าปลีกและอีเวนต์ที่เราเป็นคนออกแบบ เป้าหมายของเราคือการสร้างและหล่อเลี้ยงระบบนิเวศที่แข็งแรงให้กับชุมชนสร้างสรรค์ในอินโดนีเซีย เป็นพื้นที่ๆ ผู้คนสามารถแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และความหลงใหลซึ่งกันและกันได้อย่างอิสระ

art4d: คุณผสานประสบการณ์ของผู้ก่อตั้งทั้งสามคน ทั้งตัวคุณ Budiman Ong, Rudi Winata และ Yang Yang Hartono เข้าด้วยกันจนกลายเป็นแบรนด์เดียวได้อย่างไร

BO: ในฐานะคนทำงานด้านสร้างสรรค์อย่างจริงจัง พวกเราทั้งสามคน — Rudi, Yang Yang และผม — ล้วนมีประสบการณ์ตรงในอุตสาหกรรมนี้ สำหรับผมในบทบาทนักออกแบบ ผมรับหน้าที่เป็นครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ Jia CURATED และดูแลเนื้อหาทั้งหมดของงานประจำปี ส่วน Yang Yang ซึ่งมีพื้นฐานด้านแฟชั่น งานออกแบบภายใน และงานสไตลิ่ง ก็ได้นำประสบการณ์อันหลากหลายของเขามาขับเคลื่อนงานในตำแหน่งครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ Jia COLLECTIVE ขณะที่ Rudi มีประสบการณ์ด้านการบริหารธุรกิจสร้างสรรค์ ทำหน้าที่ดูแลภาพรวมในฐานะ COO ของ Jia องค์กรแม่ของเรา เขาเป็นคนที่ทำให้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่นและช่วยให้พวกเราทั้งทีมทำงานได้อย่างสบายใจ

แม้ทักษะของเราจะแตกต่างแต่ก็เกื้อหนุนกันได้อย่างลงตัว ที่สำคัญคือเรามีค่านิยมเดียวกัน และต่างเชื่อมั่นในพลังอันยิ่งใหญ่ของชุมชนและการทำงานร่วมกัน สิ่งเหล่านี้ล้วนถ่ายทอดออกมาสู่ Jia เราเห็นโอกาสที่จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนและกำหนดภูมิทัศน์ใหม่ให้กับวงการครีเอทีฟของอินโดนีเซียผ่านวิสัยทัศน์ที่เรามีร่วมกัน

Photo: Priska Joanne

art4d: ช่วยเล่าเรื่องราวของ Jia CURATED และช่วงเวลาน่าประทับใจที่ผ่านมาสักหน่อยได้ไหมครับ

BO: แนวคิดของ Jia CURATED เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติจากการเดินทางของ Jia COLLECTIVE ซึ่งเป็นพื้นที่ค้าปลีกของเราที่ตั้งอยู่ในย่านชังกู ภายในเวลาเพียงสองปี Jia COLLECTIVE เติบโตขึ้นเป็นแพลตฟอร์มที่นำเสนอผลงานของแบรนด์กว่า 40 แบรนด์ และเริ่มสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับวงการดีไซน์และงานคราฟต์ในอินโดนีเซียที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเรื่อง เราเห็นความต้องการที่ชัดเจนต่อสินค้างานคราฟต์คุณภาพสูงที่มาพร้อมเรื่องราวที่มีความหมาย เพื่อตอบรับแนวโน้มนี้ เราจึงเริ่มเปิดตัว Jia CURATED Kiosks ในปี 2022 ในรูปแบบพื้นที่จัดแสดงเล็กๆ สำหรับงานออกแบบและงานคราฟต์ ก่อนจะรีแบรนดิ้งเป็น Jia CURATED ในปี 2025 เมื่อจำนวนแบรนด์ที่เข้าร่วมทะลุ 200 แบรนด์ และมีผู้เข้าชมมากกว่า 12,000 คน

Jia CURATED เป็นเรื่องของการมารวมตัวกัน ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศพื้นหลังของงาน แนวคิด หรือเหล่าแบรนด์ที่เข้าร่วม ล้วนทำให้มันแตกต่างจากอีเวนต์ดีไซน์ทั่วไป มันคือการรวมกลุ่มทางวัฒนธรรมที่เฉลิมฉลองงานออกแบบและงานคราฟต์อย่างแท้จริงครับ

Photo: Priska Joanne

ช่วงเวลาที่ผมประทับใจที่สุดเกิดขึ้นในวันสุดท้ายของงานปี 2024 ระหว่างที่คุยกับหนึ่งในผู้แสดงงาน เขาบอกว่า Jia CURATED คือ ‘พื้นที่สร้างสรรค์ที่ปลอดภัย เต็มไปด้วยความเป็นพี่เป็นน้อง ทุกแบรนด์มีความเท่าเทียม บรรยากาศผ่อนคลาย และทุกคนสามารถสนุกกับงานได้จริงๆ’ ผมเชื่อว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติจากวิธีที่เราทำงานร่วมกับทุกพาวิลเลียน มีคำหนึ่งที่คนอินโดนีเซียทุกคน ไม่ว่าจะวัยไหนก็รู้จักคือ ‘Gotong Royong’ หมายถึง ‘ความร่วมแรงร่วมใจ’ การทำงานไปสู่เป้าหมายเดียวกัน นี่คือค่านิยมตั้งต้นที่เราใช้หล่อหลอมการทำงานร่วมกันและการทดลองสิ่งใหม่ๆ ภายในอีเวนต์ของเราครับ

art4d: คุณมีมุมมองอย่างไรเกี่ยวกับกระแสของแบรนด์เอเชียในตลาดโลกที่กำลังเติบโต

BO: เมื่อมองย้อนกลับไปในภูมิทัศน์การออกแบบช่วงสิบปีที่ผ่านมา ผมสังเกตได้ว่ามุมมองของโลกที่มีต่อผลิตภัณฑ์ออกแบบและงานคราฟต์จากเอเชีย รวมถึงอินโดนีเซีย ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจุบันมีความสนใจในงานดีไซน์จากเอเชียเพิ่มมากขึ้น เห็นได้จากการคัดเลือกผลงานในงานต่างๆ เช่น Salone del Mobile, Homo Faber รวมถึงรายชื่อศิลปินที่ได้รับเลือกเข้ารอบ Loewe Foundation Craft Prize

การได้เห็นการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นเรื่องที่สร้างแรงบันดาลใจอย่างมาก เดิมทีนักออกแบบเอเชียมักรับอิทธิพลจากวัฒนธรรมการออกแบบตะวันตกและประวัติศาสตร์ของความเคลื่อนไหวทางศิลปะในยุคสมัยต่างๆ ตั้งแต่บาโรกจนถึงโมเดิร์นนิสม์ แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แนวโน้มนี้ได้ปรับเปลี่ยนไปสู่ผลงานสะสมที่หยั่งรากอยู่ในมรดกท้องถิ่นและงานคราฟต์มากขึ้น ผลงานเหล่านี้สะท้อนแก่นแท้ของ ‘ความเป็นเอเชีย’ อย่างแท้จริงในมุมมองของเรา

art4d: Jia CURATED เคยเผชิญปัญหาอะไรบ้าง และอะไรคือสิ่งที่คุณกำลังพยายามแก้ไขอยู่?

BO: อินโดนีเซียมีศักยภาพที่พร้อมต่อการก้าวสู่ความสำเร็จอยู่แล้ว ทั้งทรัพยากรอันอุดมสมบูรณ์ นักออกแบบฝีมือดี รวมถึงผู้ผลิตจำนวนมากที่เป็นที่ไว้วางใจจากแบรนด์นานาชาติชื่อดังในการเป็นฐานการผลิต อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เรายังขาดคือแรงผลักดัน ที่จะเชื่อมโยงผู้มีความสามารถด้านครีเอทีฟในประเทศเข้ากับผู้ผลิตท้องถิ่นเพื่อเปิดประตูสู่โอกาสที่ยิ่งใหญ่กว่า ลองนึกภาพว่า หากเราสามารถเชื่อมช่องว่างนี้ได้สำเร็จ อินโดนีเซียจะสามารถขึ้นมาเป็นศูนย์กลางด้านความคิดสร้างสรรค์และการออกแบบได้อย่างแท้จริง การสร้างความร่วมมือระหว่างนักออกแบบ คนสร้างงาน (maker) และโรงงานผลิตจึงเป็นหัวใจสำคัญของวิสัยทัศน์นี้

ผมเชื่อว่าศักยภาพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของภาคการออกแบบในอินโดนีเซียอยู่ที่ความสามารถในการเชื่อมคุณลักษณะที่แข็งแรงของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุธรรมชาติ มรดกทางวัฒนธรรมอันรุ่มรวย และเทคนิคการผลิตดั้งเดิมที่มีคุณภาพสูง ให้กลายเป็นระบบนิเวศที่กลมกลืนและส่งเสริมกันอย่างแท้จริง

บาหลีได้กลายเป็นบ้านของผู้คนจากทั่วโลก และเป็นพื้นที่ที่ชุมชนครีเอทีฟเติบโตอย่างมีชีวิตชีวา มีรากฐานอันแข็งแรงจากทั้งนักออกแบบท้องถิ่นและนักออกแบบนานาชาติที่เริ่มสร้างแรงบันดาลใจให้กันและกัน ผลลัพธ์ของการเคลื่อนไหวทางการออกแบบที่เกิดจากความหลากหลายทางวัฒนธรรมนี้คือสิ่งที่เราหวังจะนำเสนอใน Jia CURATED ครับ

art4d: คุณมองความท้าทายของ AI อย่างไร และคิดว่าจะก้าวข้ามสิ่งเหล่านั้นได้อย่างไร?

BO: ในมุมมองของผม ความก้าวหน้าทางดิจิทัล รวมถึง AI เป็นสิ่งที่เราต้องยอมรับและเปิดใจให้ได้ เพราะมันจะเกิดขึ้นและกลายเป็นส่วนหนึ่งของอนาคตอย่างแน่นอน สิ่งสำคัญคือเราต้องเข้าใจวิธีใช้และผสานมันเข้ากับกระบวนการออกแบบอย่างรอบคอบ เพื่อให้มันช่วยส่งเสริมการเติบโตของเรา ท้ายที่สุด การออกแบบดิจิทัลก็เป็นเพียงเครื่องมือ หน้าที่ของมันคือช่วยเหลือและสนับสนุน ไม่สามารถทดแทนความคิดสร้างสรรค์อันเป็นธรรมชาติที่ติดตัวมาของมนุษย์ได้

art4d: คุณรักษาอัตลักษณ์ท้องถิ่นในโปรเจกต์ของคุณอย่างไร?

BO: ที่ Jia CURATED เรามองหานักออกแบบที่มีอัตลักษณ์ชัดเจน สร้างสรรค์งานทำมือดั้งเดิมที่เป็นต้นแบบของตนเอง และยังเชื่อมโยงกับรากทางวัฒนธรรม สิ่งเหล่านี้คือคุณลักษณะที่เราให้ความสำคัญ

เราคัดสรรแบรนด์ นักออกแบบ ช่างฝีมือ และผู้ผลิตจากหลากหลายสาขาแล้วนำพวกเขามาอยู่ร่วมกันในพื้นที่เดียว เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจและความร่วมมือผ่านเรื่องเล่าที่เชื่อมโยงกัน วิธีการทำงานแบบร่วมแรงร่วมใจนี้เป็นเอกลักษณ์ของเราและเป็นประสบการณ์เฉพาะที่ผู้เข้าร่วม Jia CURATED จะได้รับ อีกทั้งยังสะท้อนหัวใจของความเป็นอินโดนีเซีย เพราะมันคือจิตวิญญาณของ ‘Gotong Royong’ หรือการร่วมแรงร่วมใจเพื่อบรรลุเป้าหมายเดียวกัน หลักการนี้คือรากฐานสำคัญของสร้างสภาพแวดล้อมและบรรยากาศที่เอื้อต่อการเติบโต

art4d: เราจะได้เห็นอะไรใน Jia CURATED 2026 บ้าง?

BO: เรามีความยินดีที่จะยืนยันว่า Jia CURATED 2026 จะกลับมาจัดขึ้นอีกครั้งที่ Bali Festival Park ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานที่สวยงามมากๆ งานจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 13–17 สิงหาคม 2026 ธีมสำหรับปีนี้คือ ‘Nature Weave’ ซึ่งเราตั้งใจให้เป็นแนวทางนำผู้เข้าร่วมสำรวจความสัมพันธ์อันเชื่อมโยงระหว่างงานออกแบบ ธรรมชาติ และประสบการณ์ของมนุษย์

หัวใจสำคัญของธีมนี้คือแนวคิดเรื่อง Biophilia หรือสัญชาตญาณพื้นฐานของมนุษย์ที่ต้องการเชื่อมโยงกับสิ่งที่เป็นธรรมชาติ สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกมั่นคง และสิ่งที่มีชีวิต เพื่อชวนให้ตั้งคำถามถึงบทบาทที่งานออกแบบสามารถมีต่อทุกสิ่ง ไม่ใช่แค่ผู้คน แต่รวมไปถึงภูมิทัศน์ สิ่งมีชีวิตอื่นๆ และระบบนิเวศโดยรวมทั้งหมด

jiacollective.com
jiacurated.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *