
The Power of Utopia สารคดีที่มองผลงานของเลอ กอร์บูซิเยร์ผ่านสายตาผู้อยู่อาศัย เปิดพื้นที่สนทนาระหว่างทฤษฎีสถาปัตยกรรมและการใช้งานเมืองจริง
TEXT: XAROJ PHRAWONG
IMAGE COURTESY OF KARRER MULTIVISION
(For English, press here)
สถาปัตยกรรมใหม่ถูกมองจากนักวิชาการด้านสถาปัตยกรรมว่าเป็นผู้ร้ายของศตวรรษที่ 20 ดังเช่นงานเขียน ‘The Failure of Modern Architecture’ (ความล้มเหลวของสถาปัตยกรรมสมัยใหม่) ของเบรนท์ ซี. โบรลิน ที่ชี้ถึงจุดบอดของสถาปัตยกรรมใหม่ศตวรรษที่ 20 ซึ่งหนึ่งในกรณีศึกษาที่โบรลินได้นำเสนอในฐานะความล้มเหลวจากแนวคิดแบบบนลงล่าง (top-down) ซึ่งมีต้นตอจากความคิดเห็นของสถาปนิกที่ต้องการนำแนวคิดสมัยใหม่แบบยุโรปยัดเยียดสู่เอเชียก็คือเมืองจัณฑีครห์ อินเดีย


เรื่องราวของจัณฑีครห์เริ่มต้นจากการแยกตัวของปากีสถานออกจากอินเดียหลังจากได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักร ปัญหาที่ตามมาจากเหตุการณ์นี้คือรัฐปัญจาบเมืองหลวงของรัฐ นายกรัฐมนตรีของอินเดียในขณะปี 1947 คือ ชวาหะรล์าล เนห์รู ได้มอบหมายให้สถาปนิกผู้ทรงอิทธิพลแห่งศตวรรษที่ 20 นามว่า เลอ กอร์บูซิเยร์ ให้มาออกแบบเมืองหลวงใหม่ของรัฐปัญจาบแห่งนี้ หลังจากที่ กอร์บูซิเยร์ เพียรพยายามเดินทางไปนำเสนอผังเมืองสุดล้ำสมัยทั่วยุโรป จนถึงการเดินทางไปกลับอัลเจียร์ ถึง 7 ครั้ง แม้จะเป็นในห้วงภาวะสงครามก็ตาม แนวความคิดนี้กลับถูกแช่แข็งไว้ จนสุดท้ายฝันได้กลายเป็นจริงขึ้นที่จัณฑีครห์

จากเรื่องราวของจัณฑีครห์ เมืองหลวงแห่งอุดมคติของกอร์บูซิเยร์ได้ถูกนำเสนอในอีกมุมมองของสองผู้กำกับ คาริน บูเคอร์ และ โทมัส คาร์เรอร์ ผ่านสารคดีสัญชาติสวิสเซอร์แลนด์ ‘The Power of Utopia’

สารคดีเปิดเรื่องด้วยการค่อยๆ สัมภาษณ์ผู้อยู่อาศัย ผู้ใช้เมืองแห่งนี้ ซึ่งล้วนมีหลากหลายอาชีพ แต่ทุกคนที่อยู่ในสารคดีนี้ ต่างชี้ชวนให้เห็นถึงข้อดีของเมืองสมัยใหม่แห่งนี้ที่ผ่านการใช้งานกับชาวปัญจาบมากว่า 70 ปีแล้ว ในมุมมองของสถาปนิกและนักวิชาการอย่าง ดีปีก้า คานธี ศิษย์เก่าของ Chandigarh College of Architecture โรงเรียนสถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียงของอินเดียซึ่งถูกก่อตั้งภายใต้บรรยากาศอันเข้มข้นด้วยความคิดของ กอร์บูซิเยร์ บทสัมภาษณ์ของคานธี ชวนให้ติดตามถึงการก่อตั้งเมืองแห่งนี้ที่ต้องการสร้างคุณภาพชีวิตผู้คนให้ดีขึ้นได้จริง จากบทพิสูจน์ของเธอในฐานะผู้ใช้งานจริงทั้งจากตอนเป็นนักศึกษาสถาปัตยกรรมจนถึงช่วงทำงานหลังจากเรียนจบแล้วก็ตาม ซึ่งต่างจากนักวิชาการจากภายนอกอินเดียที่มีมุมมองอยู่ตรงกันข้ามกัน


สิ่งที่สารคดีได้นำเสนอต่อมาคือบทสนทนากับศิลปินตลกริมถนน ในพื้นที่สาธารณะมีลานให้พวกเขาสามารถแสดงศิลปะการเล่นตลกของพวกเขาได้อย่างเสรี ผู้คนที่ต่างมารายล้อมพวกเขาสามารถสร้างปฏิสัมพันธ์จากลานคนเมืองได้ดี เหล่าศิลปินสามารถส่งสารจากการแสดงของพวกเขาได้ตามแบบอย่างเมืองประชาธิปไตยที่ยากจะทำกับเมืองอื่นในอินเดียที่ไม่ได้จัดเตรียมพื้นที่สาธาระอย่างดีเช่นนี้ไว้

โครงการนี้คือเมืองอุดมคติของกอร์บูซิเยร์อย่างแท้จริง ไอเดียสุดโต่งที่เคยนำเสนอไปกับทั่วมุมโลก แต่ไม่ถูกตอบสนอง มันกลายเป็นความจริงที่นี่ ที่จัณฑีครห์ คงจะไม่เกินเลยที่บทสัมภาษณ์หนึ่งได้เอ่ยว่า การอยู่ที่เมืองนี้ไม่สามารถหลีกเลี่ยงกอร์บูซิเยร์ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นการนั่ง นอน ยืน กิน ทุกกิจกรรมของทุกเมื่อเชื่อวันล้วนแต่ราวกับนั่งอยู่ในหัวของ กอร์บูซิเยร์ อย่างเช่น 1 ในศิลปินที่ให้สัมภาษณ์บอกว่าที่เมืองแห่งนี้เป็นเมืองคนหัวใหม่สมัยใหม่ เมื่ออยู่อาศัยในรัฐอื่นของอินเดีย คู่รักหญิงชายไม่สามารถเดินจับมือกันในที่สาธารณะได้ในชีวิตประจำวัน แต่กับที่จัณฑีครห์สามารถทำได้ปกติ



มองไปยังบ้านแบบการเคหะในสารคดีนี้ที่ออกแบบไว้เมื่อแรกสร้างเมืองยังมีการใช้งาน และชาวบ้านต่างชอบใจบ้านที่พวกเขาอาศัยอยู่ ทั้งจากมองผ่านสารคดี และจากประสบการณ์ของผู้เขียน เมืองนี้ดูสะอาด มีระเบียบกว่าทุกเมืองในอินเดียที่เคยไปเยือน


ช่วงท้ายสารคดีแสดงบรรยากาศเด็กนักเรียนที่สามารถเดินข้ามแต่ละบล๊อกของแต่ละ sector ได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลถึงรถยนต์ที่ย่างกรายเข้ามา ย้อนไปถึงแนวคิดที่กอร์บูซิเยร์เสนอไว้ถึง 7Vs ซึ่งเป็นการแบ่งระดับของเส้นทางสัญจรภายในเมืองออกเป็น 7 ระดับ คือ
V1 arterial roads ถนนเส้นทางหลักซึ่งเป็นทางหลักของเมืองที่เชื่อมต่อจัณฑีครห์กับเมืองอื่นๆ
V2 major boulevards ถนนหลักที่เล็กกว่า V1
V3 sector definers ถนนที่แบ่งส่วนต่างๆ (sector) ของเมือง
V4 shopping streets ถนนย่านพาณิชยกรรม
V5 neighborhood streets ถนนชุมชน
V6 access lanes ถนนเข้าไปที่ต่างๆ เช่น ถนนเข้าบ้าน
V7 pedestrian paths ทางคนเดิน
แต่ในเวลาต่อมากอร์บูซิเยร์ได้เพิ่ม V8 ขึ้นมาคือ cycle tracks หรือทางรถจักรยาน


ตลอดการดำเนินเรื่องของสารคดีนี้ ผู้กำกับได้เสนอถึงการใช้พื้นที่สาธารณะอย่างมีคุณภาพ มากกว่าเมืองอื่นของอินเดีย ผ่านการใช้พื้นที่สาธารณะหลากกิจกรรม ทั้งการชุมนุมเสพศิลปะการแสดงข้างทาง การออกกำลังกายอย่างสบายใจ ชวนให้คล้อยตามถึงการสื่อถึงคำว่า ‘Utopia’ ตามสารคดีนี้ที่ชวนแปลได้หลากหลายทั้ง แดนสวรรค์ โลกอุดมคติ หรือโลกพระศรีอาริย์
สุดท้ายแล้ว สารคดีนี้ดูจะคล้ายสื่อที่ช่วยแก้ต่างให้สถาปัตยกรรมสมัยใหม่ในอินเดีย เพื่อโต้แย้งกับหนังสือต่างๆ ที่เคยเผยแพร่มาก่อนหน้า
