ARX: ARCHITECTURE ‧ REALITY ‧ XPERIMENTAL 2025

สำรวจผลงานผู้ชนะทั้ง 4 ทีม จากเวที ARX 2025 ที่ถ่ายทอดแนวคิด ‘Liminal Terminal: Transitioning something to anything’ ด้วยมุมมองใหม่ของสถาปัตยกรรมเชิงทดลอง

TEXT: NATHATAI TANGCHADAKORN
PHOTO: WORAPAS DUSADEEWIJAI

(For English, press  here)

สถาปัตยกรรมมีกรอบหรือขอบเขตอยู่ตรงไหน เราจะตัดสินด้วยคุณลักษณะทางกายภาพของมัน วิธีที่ใช้ก่อร่างมันขึ้นมาจากความคิด หรือปัจจัยอื่นๆ ก็คงแล้วแต่คน คำถามนี้ถกเถียงได้ไม่รู้จบ แต่น่าสนใจว่าหากลองตั้งคำถามแล้วทดลองไปเรื่อยๆ วันหนึ่งเราอาจค้นพบปลายทางที่น่าสนใจกว่าคำตอบ ครั้งนี้ชวนทุกคนมาดูกันว่าถ้าเปิดโอกาสให้นักออกแบบรุ่นเยาว์มาออกแบบสิ่งปลูกสร้างโดยไม่มีโปรแกรม ‘สถาปัตยกรรม’ ที่ได้ออกมาจะเป็นยังไงบ้างนะ?

งานประกวดแบบเชิงทดลอง ARX หรือ ARCHITECTURE ‧ REALITY ‧ XPERIMENTAL 2025 เพิ่งจบลงไปเมื่อวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา ที่ SCBX NEXT STAGE ใน Siam Paragon โดยจุดประสงค์ของงานประกวดแบบเชิงทดลองนี้ไม่ใช่เพียงการเผชิญหน้ากับคำถามข้างต้นเท่านั้น แต่เป็นการเปิดให้นักเรียนและนักศึกษาที่เข้าร่วมได้ตั้งคำถามของตัวเองและลงมือทดลอง ภายใต้โจทย์ของปีนี้อย่าง ‘Liminal Terminal: Transitioning something to anything’ ที่ทุกคนต้องไปตีความตามแบบฉบับของตัวเองอีกทีหนึ่ง

(ซ้ายไปขวา) อังกฤษ อัจฉริยโสภณ, สนิทัศน์ ประดิษฐ์ทัศนีย์ และประธาน ธีระธาดา

โจทย์ Liminal Terminal นี้ได้รับไอเดียจากคณะกรรมการทั้ง 3 คน ได้แก่ สนิทัศน์ ประดิษฐ์ทัศนีย์, อังกฤษ อัจฉริยโสภณ และ ประธาน ธีระธาดา ซึ่ง ARX 2025 นั้นได้ผู้ชนะ 4 ทีมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แบ่งเป็นรางวัลชนะเลิศที่จะได้สร้างจริงในช่วงต้นปี 2026 อย่าง FLUX n’ FLOW รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ANCHORED AIR รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 อรุณสวัสดิ์ และสุดท้ายคือรางวัลพิเศษ Special Jury Citation ได้แก่ Bangkok Bounding Box

Special Jury Citation
Bangkok Bounding Box
ธาวิน ต่างใจ โรงเรียนเซนต์คาเบรียล
ณัฐภัสสร จึงมานะกิจ โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม
มหาสมุทร ปัญจปภาวิน โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย

เริ่มจากรางวัลเซอร์ไพรส์กันก่อน Bangkok Bounding Box เกิดจากการสังเกตพฤติกรรมของคนเดินเท้าเมื่ออยู่ในพื้นที่สาธารณะ ที่มักจะอยู่ภายใต้กรอบบางอย่างของ ‘พื้นที่’ เสมอ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการเรียงของกระเบื้อง แถบสี หรือลวดลายบางอย่าง รวมถึงกฎเกณฑ์ที่มีอยู่จริงอย่างป้ายจราจรหรือสัญลักษณ์สากล สมาชิกทีมออกแบบจึงนำมาตั้งคำถามถึง ‘free will’ หรือเจตจำนงเสรี ว่าในพาวิลเลียนที่ออกแบบมาให้มีความอิสระมาก พฤติกรรมของผู้ใช้งานนั้นเป็นสิ่งที่พวกเขาตั้งใจจะกระทำจริงๆ หรือถูกชักนำด้วยรูปแบบของพื้นที่กันแน่

Liminal Terminal ของพวกเขาคือ ‘พื้นที่ระหว่าง’ มนุษย์และสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ Bangkok Bounding Box ถูกถอดมาจากองค์ประกอบที่พบเห็นได้ทั่วไปบนท้องถนน ปรับความวุ่นวายให้เรียบง่ายโดยใช้เส้นสายสองแกนมาก่อร่างเป็นโครงรูปชามของพาวิลเลียน โดยมี 2 รูปแบบคือคว่ำและหงาย หากวางคว่ำ ชามและเสาทั้งสี่จะทำหน้าที่เป็น cover ของพื้นที่ ถ้าวางหงายก็จะกลายเป็นพื้น เฟอร์นิเจอร์ และจุดติดตั้งอุปกรณ์อื่นๆ ตามประสงค์

Winner
FLUX n’ FLOW
ชวิน เหล่าอนันต์ชัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

FLUX n’ FLOW คือพาวิลเลียนที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก ‘เวที’ ชวินได้สมมุติบทบาทของผู้ใช้งานเป็น ‘ผู้แสดง’ และ ‘ผู้ชม’ ซึ่งสอดคล้องกับโปรแกรมของพาวิลเลียนที่มีทั้งที่แสดงและที่นั่ง แต่แนวคิดของเขาไม่ได้ถูกแปลงออกมาเป็นกายภาพตรงๆ ด้วยความเชื่อมั่นที่มีต่อธรรมชาติและสภาพแวดล้อม เวทีของ FLUX n’ FLOW จึงเป็นเพียงการเล่นกับแสงและเงาที่ตกกระทบพาวิลเลียน เมื่อเงาทอดไปในทิศทางใด พื้นที่แสดงก็จะถูกกำหนดไปตามทิศทางนั้น

โครงสร้างของงานนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นเก้าอี้ขนาดใหญ่ตามฟังก์ชันการใช้งานหนึ่งเดียวที่ชัดเจนของมัน หรือจะเรียกว่าเป็นอินสตอลเลชันก็ไม่ผิด FLUX n’ FLOW มีเมมเบอร์และคอร์ดเหล็กคอยช่วยยึดระแนงสเตนเลสสูง 6 เมตร ให้เป็นแนวเดียวกัน ส่วนฐานมียูนิตม้านั่งและระแนงสเตนเลสอีกชุดหนึ่งซึ่งเป็นชายคาที่ปรับองศาได้อย่างอิสระ แม้รูปแบบที่ชวินนำเสนอคือการเรียงระแนงเป็นเส้นโค้ง แต่ก็น่าสนใจว่าผลงานของอันดับ 1 ที่จะถูกสร้างจริงนี้จะถูกพัฒนาหรือปรับเปลี่ยนไปทางไหนต่อ

First runner-up
ANCHORED AIR
ชยนยุทธ์ ฉินนะโสต มหาวิทยาลัยศิลปากร

สิ่งที่ ANCHORED AIR นำเสนอต่อเราคือคอนเซ็ปต์ของ ‘สิ่งที่ขัดแย้งกัน’ ซึ่งถ่ายทอดมาจากชุดคำอย่าง Liminal (ระหว่างทาง) Terminal (ปลายทาง) โดยได้แรงบันดาลใจมาจากภาพ Les idées claires ของ René Magritte ซึ่งเป็นภาพก้อนหินลอยตัวอยู่ระหว่างผืนน้ำและก้อนเมฆร่วมด้วย ทว่าชยนยุทธ์ไม่ได้หยิบยกภาพมาเป็นแค่ 2 องค์ประกอบหลักของพาวิลเลียนเท่านั้น แต่ยังพูดถึงสถานะของทั้งสองสิ่ง—คอนกรีตและลูกโป่ง (หากจะเรียกกันแบบง่ายๆ)—อย่างความถาวรและความชั่วคราว

ผลงานชิ้นนี้มีตั้งใจใช้ความขัดแย้งในการสร้างบทสนทนาและดึงดูดผู้คน และผ่านการศึกษาวิธีการเรียงตัวของ ‘ยูนิต’ เหล่านี้มาล่วงหน้า ทั้งยังมีชุดเฟอร์นิเจอร์ที่เสริมโปรแกรมภายในให้แข็งแรงเป็นรูปร่างมากขึ้น ทั้งหมดก็เพื่อให้แน่ใจว่าจะมีผู้คนเข้ามาใช้งาน โดยคอนกรีตจะนำมาจากเศษที่เหลือจากงานก่อสร้าง ส่วน ‘ลูกโป่ง’ นั้นเป็นผ้าไนลอนเคลือบ TPU (TPU coated Nylon) สองชั้นอัดแก๊สที่ต้องทำซ้ำทุก 3 – 4 วัน ยึดกับคอนกรีตที่พื้นด้วยสมอและเชือก


Second runner-up
อรุณสวัสดิ์ (The Light of Renewal)
พัชร์ธมน บุญอยู่ โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์
ณัฐพัชร์ รัตนพิทักษ์กุล โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์
วรันธร พราวเนตร โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์

‘แสง’ มีบทบาทในสังคมมนุษย์มาช้านาน ทีมอรุณสวัสดิ์ได้เอาแสงแรกของวันมาเป็นจุดเริ่มต้นเพื่อเชื่อมโยงไปยังปรากฏการณ์ธรรมชาติอย่าง ‘สายรุ้ง’ ที่เป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นใหม่ (ฟ้าหลังฝน) อีกด้านหนึ่งก็ใช้ผังและฟอร์มของวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหารและไตรภูมิ เข้ามากรอบรูปร่างภายนอกของพาวิลเลียนด้วยการตีความอย่างลึกซึ้ง

อรุณสวัสดิ์แบ่งเป็น 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ เหล็กเส้นซึ่งเป็นทั้งโครงสร้างและชิ้นส่วนที่เปิดเส้นทางให้แสงจากด้านบนลอดผ่านลงมา ถัดมาคือปริซึมกึ่งกลางพาวิลเลียนซึ่งจะกระจายแสงสีขาวตามธรรมชาติให้กลายเป็นแสง 7 สี และสุดท้ายคือกระจกรอบนอกซึ่งไม่เพียงสะท้อนตัวตนของผู้ใช้งานที่ผ่านไปมา แต่ยังเป็นองค์ประกอบที่ช่วยเพิ่มขอบเขตของแสงในอีกทิศทางหนึ่ง หากเราเดินผ่านอรุณสวัสดิ์ ก็จะได้เห็นทั้งรุ้ง แสงสะท้อน และเงา ที่ล้วนเป็นเอฟเฟกต์ต่อเนื่องจาก ‘แสง’ อันเป็นจุดตั้งต้นของงานนี้

art4d ขอแสดงความยินดีกับผู้ชนะทุกคนมา ณ ที่นี้ และขอขอบคุณผู้เข้าแข่งขันทุกทีมที่ให้ความสนใจ สามารถชมผลงานที่เข้ารอบ 20 finalists ได้ที่นี่

อ่านบทความอื่นๆ ของ ARX 2025 ได้ที่:

ARX 2025 JURIES | ARX 2025

CHAWIN LAOWANANCHAI | ARX 2025

arxawards.wordpress.com
facebook.com/ARXperimental

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *