CHAWIN LAOWANANCHAI | ARX 2025

เปิดบทสนทนากับ ชวิน เหล่าอนันต์ชัย ผู้ชนะ ARX 2025 กับแนวคิดการออกแบบของ FLUX n’ FLOW พาวิลเลียนที่ชวนมองสถาปัตยกรรมในฐานะ ‘พื้นที่ของการเปลี่ยนผ่าน’ ระหว่างคนกับสิ่งแวดล้อม

TEXT: NATHATAI TANGCHADAKORN
PHOTO: WORAPAS DUSADEEWIJAI

(For English, press  here)

งานประกวดแบบเชิงทดลอง ARX หรือ ARCHITECTURE ‧ REALITY ‧ XPERIMENTAL คืองานประกวดแบบที่เปิดโอกาสให้นักออกแบบรุ่นใหม่ที่กำลังศึกษาอยู่ได้ทดลองกับสถาปัตยกรรมตามแบบฉบับของตัวเอง โดย ARX 2025 ได้รับโจทย์ ‘Liminal Terminal: Transitioning something to anything’ จากคณะกรรมการทั้ง 3 คน ได้แก่ สนิทัศน์ ประดิษฐ์ทัศนีย์, อังกฤษ อัจฉริยโสภณ และ ประธาน ธีระธาดา

หลังจากได้ผู้ชนะอย่าง ชวิน เหล่าอนันต์ชัย กับงาน FLUX n’ FLOW มาแล้ว กระบวนการถัดไปของ ARX คือการจัดเวิร์กช็อปพัฒนาแบบกับทีมมืออาชีพเพื่อสร้างจริง วันนี้ art4d เลยอยากชวนชวินมาคุยว่าเขาคิดงานนี้ขึ้นมาอย่างไร และคาดหวังอะไรต่อไป

art4d: เริ่มจากแนะนําตัวเองหน่อย ในแง่ของการเป็นนักเรียนสถาปัตย์ฯ มีแนวคิดยังไงหรือสนใจด้านไหนเป็นพิเศษไหม

Chawin Laowananchai: ผม ชวิน เหล่าอนันต์ชัย ครับ เป็นนักเรียนสถาปัตย์ฯ จุฬาชั้นปีที่ 4 เป็นคนที่ชอบในการออกแบบ ชอบในสถาปัตยกรรม มีหลายงานที่ค่อนข้างชอบ อยากทดลองในการออกแบบเรื่อยๆ แล้วก็ชอบพัฒนาความคิดของตัวเองไปเรื่อยๆ ผ่านการศึกษา งานส่วนใหญ่ที่ชอบจะเป็นงานโมเดิร์น หรืองานที่มีความ futuristic ประมาณหนึ่ง มาสเตอร์ที่ผมค่อนข้างชื่นชอบ ก็ Richard Rogers, Renzo Piano, Norman Foster ครับ

art4d: นิยามของคำว่าพาวิลเลียนของเราคืออะไร ตอนที่ทำงานนี้ได้ยึดตามนิยามนั้นไหม

CL: ส่วนใหญ่ที่ผมเห็นพาวิลเลียน มันคือสิ่งปลูกสร้างกึ่งถาวรหรือชั่วคราวซึ่งอยู่ตามพื้นที่สาธารณะหรือในเมืองที่มีคนเข้ามาใช้งานได้เรื่อยๆ ในมุมผม พาวิลเลียนจะเป็นพาวิลเลียนได้ก็ต่อเมื่อมีคนเข้ามาปฏิสัมพันธ์ ถ้าพูดถึงพาวิลเลียนที่ดีก็คงจะเป็นพาวิลเลียนที่สร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีด้วย ให้คนมีความสุข

art4d: ปฏิสัมพันธ์ที่ดีหมายถึงอะไร

CL: สำหรับผม การแค่ได้เจอคนใหม่ๆ ได้ลองพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนอื่น ก็นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของปฏิสัมพันธ์ที่ดีแล้ว หรือถ้าได้ทำกิจกรรมบางอย่างร่วมกันก็น่าจะเป็นอะไรที่ดีอยู่เหมือนกัน

art4d: ตอนที่ทำ FLUX n’ FLOW คิดโปรแกรมไว้แบบไหน

CL: มันเริ่มจากการนั่งคิดงานอยู่ในคาเฟ่ครับ ตอนนั้นผมเปิดหา case study ไปเรื่อยๆ แต่ก็คิดไม่ออกสักที เลยตัดสินใจนั่งพักแล้วลองสังเกตรอบๆ มองออกไปเห็นคุณลุง 2 คนนั่งคุยกันอยู่ แล้วรู้สึกว่า “เห้ย เขาก็ดูเอนจอยดี” ส่วนตัวผมเองก็รู้สึกเอนจอยกับการเป็นผู้ชม เลยเกิดเป็นไอเดียที่ว่า พฤติกรรมทั่วไปเหล่านี้ มันแบ่งได้เป็นผู้ชมที่รับรู้เหตุการณ์ แล้วก็มีผู้ที่สร้างเหตุการณ์นั้นขึ้นมาด้วยนะ ซึ่ง 2 อย่างนี้เป็นจุดเริ่มของโปรแกรมครับ

art4d: เมื่อกี้เราพูดถึงงานในแง่ของความเป็นพาวิลเลียนว่ามันจะถูกใช้แบบไหน ตอนนี้กลับมาที่โจทย์บ้าง เราตีความคําว่า Liminal Terminal ยังไง

CL: ถ้าพูดตามตรง โจทย์นี้ค่อนข้างตีความได้กว้างมากทีเดียว พอมันกว้างมาก ก็เท่ากับเป็นอะไรก็ได้ ผมเลยมองในภาพกว้างมากกว่า อย่างคําว่า transition มัน transition อะไรได้บ้าง ผมลองคิดไปเรื่อยๆ แล้วก็มีความสนใจที่อยากนําธรรมชาติมาเปลี่ยนเป็นสเตจสำหรับ performer แล้วก็ให้ผู้ชมได้มานั่งดู

สำหรับผมธรรมชาติเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง เผลอๆ แล้วพาวิลเลียนของผมอาจจะไม่ต้องมีก็ได้ ขอแค่มีสเปซ มีธรรมชาติ มีบริบทรอบๆ ที่ดี ก็เพียงพอที่จะทำให้คนเข้ามามีปฏิสัมพันธ์กันแล้ว ดังนั้นโดยไอเดียคือพาวิลเลียนของผมจะเอาธรรมชาติเข้ามา แล้วทำให้ตัวสถาปัตยกรรมหายไป เหลือแต่ธรรมชาติและผู้คนครับ

art4d: จุดเริ่มต้นการออกแบบเป็นอย่างไร

CL: ตัวดีไซน์แรกของผมไม่ใช่แบบนี้เลยครับ เป็นเหมือน amphitheater เลย คือเป็นสเตจขึ้นมาแบบเต็มพื้นที่ 10×10 m แล้วแบ่งแยกกิจกรรมให้คนมามีส่วนร่วม เป็นพื้นที่พูดคุยกันส่วนหนึ่ง แล้วอีกส่วนหนึ่งไว้นั่งพักหรือนั่งชม ณ จุดนั้น ผมรู้สึกว่าแนวทางนี้ยังสามารถพัฒนาต่อได้อีกนะ แต่ก็คิดว่าคงเป็นไปได้ยากในเชิงการก่อสร้าง แล้วก็ในเชิงพฤติกรรมที่คนจะมาใช้ เลยลองเปลี่ยนมุมมอง

ผมก็เลยกลับมาคิดอะไรง่ายๆ แค่แบ่งพื้นที่เป็น 2 ส่วน ในสัดส่วนที่ไม่เท่ากัน มีที่นั่งชมแล้วก็พื้นที่แสดงน่าจะโอเค แล้วก็มองหาการก่อสร้างที่ดีขึ้น ง่ายลง แล้วอาจจะมีประสิทธิภาพขึ้นได้ด้วยจากฟอร์มนี้ที่หยิบยกมาจากสเตจซึ่งเราอยากได้

art4d: ทำไมถึงตั้งชื่องานว่า FLUX n’ FLOW

CL: ถ้าพูดแบบติดตลกคือผมคิดงานจบแล้วแต่คิดชื่อไม่ออก สุดท้ายเลยเอาใจความของงานไปถามใน chatGPT ว่าถ้างานผมมีเรื่องของการเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนผ่านของธรรมชาติ มีความต่อเนื่องของช่วงเวลาและผู้คน จะสามารถเป็นชื่ออะไรได้บ้าง แล้วผมก็ไปสะดุดกับคําว่า FLUX n’ FLOW ในความหมายที่ว่าพาวิลเลียนนี้เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลง แต่ถึงมันจะเปลี่ยนอะไรไปก็ตาม ก็ยังคงมีความต่อเนื่องกันเสมอ คล้ายๆ กับธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ แต่ที่จริงแล้วคงเดิม บางจังหวะอาจจะดีขึ้น อาจจะแย่ลง คําว่า flow เหมือนลื่นไหลไปตามบริบท ไปตามธรรมชาติ ไปตามช่วงเวลา FLUX n’ FLOW  ก็เลยเป็นชื่อของผลงานผมครับ

art4d: ตั้งใจให้มันมีฟอร์มที่อลังการ หรือว่าจับสายตาคนหรือเปล่า

CL: ไม่ คือผมคิดแบบซื่อๆ ใช้หลักการโมเดิร์น ให้โครงสร้างเป็นหน้าตาของตัวสถาปัตยกรรมไปเลย ผมเน้นความจริงกับพฤติกรรมของสิ่งแวดล้อมให้มันจริงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แล้วก็ออกมาเรียบง่ายที่สุดครับ

art4d: ด้วยฟอร์มนี้อาจจะเป็นไม้หรืออย่างอื่นที่ชนเข้ากับไอเดียของการทดลองมากกว่านี้ก็ได้ ทำไมถึงเลือกวัสดุชุดนี้มา

CL: ผมมองว่าไม้ไม่ยั่งยืน หลายคนอาจจะมองว่าไม้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแล้วก็ราคาถูก แต่เรากำลังทำพาวิลเลียนสาธารณะที่อยู่กลางแจ้ง การใช้ไม้จะทำให้ต้องมีการดูแลรักษาที่มากเกินความจําเป็นหรือเปล่า? ไม้ไม่ได้มีอายุขัยที่นานขนาดนั้น ตั้งไป 1-2 ปี ก็อาจจะเสื่อมสภาพ โดยเฉพาะโปรแกรมนี้เป็นกึ่งถาวรด้วย เพราะฉะนั้นผมคิดว่าไม้เป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบได้ แต่ไม่ควรมาเป็นตัวโครงสร้างตัวหลักครับ และเหล็กก็เป็นตัวเลือกที่ค่อนข้างดี

art4d: ถ้าจะพัฒนางานนี้ต่อ คิดว่าจะพัฒนาไปในทิศทางไหน

CL: สิ่งที่ผมรู้สึกว่ายังขาดในงานนี้อยู่ก็คือ ‘วัฒนธรรม’ ครับ ตอนนี้มันมีเรื่องโมเดิร์น มี future มี people แต่ว่ายังไม่มีความเป็นไทย ดังนั้นวัฒนธรรมอาจจะถูกหยิบมาเติมเต็มงานนี้ได้ในหลายๆ พาร์ท ซึ่งไม่รู้เหมือนกัน ผมว่าคงไม่ได้มาในเชิงฟอร์มหรือว่าในเชิงวัสดุอะไร

จริงๆ ด้วยความที่ใช้แนวคิดโมเดิร์นแล้ว งานนี้จะตั้งอยู่ที่ไหนก็ได้ ดังนั้นมันไม่มี identity ที่ชัดพอที่จะแสดงออกว่านี่คืองานที่ไทย หรืองานนี้มีความเป็นไทย ผมเลยคิดว่าถ้ามีองค์ประกอบทางวัฒนธรรมได้ มันก็น่าจะทำให้บ่งบอกได้ว่างานนี้อยู่ที่ไทยนะ ซึ่งความเป็นไทยก็ไม่ใช่หมายถึงเรื่องที่ดูเชยดูโบราณอะไร ถ้าเอามาผนวกเข้ากับสถาปัตยกรรมโมเดิร์นมันน่าจะเป็นเรื่องที่ดีเหมือนกัน

art4d: คาดหวังผลลัพธ์แบบไหนหลังสร้างจริง?

CL: ผมแค่คาดหวังว่ามันจะถูกใช้จริงๆ เรื่องจะสร้างได้จริงไหม ผมว่ามันสร้างได้จริงแน่ๆ แต่ถามว่าจะมีคนมาใช้จริงไหม มันยังตอบไม่ได้ ถ้าเกิดไม่มีคนมาใช้ผมก็คงรู้สึกเสียดาย การมีคนเข้ามาใช้แล้วงานยั่งยืนต่อไปได้ ก็น่าจะเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดแล้ว นั่นคือสิ่งที่ผมคาดหวังครับ

ผมว่าแต่ละคนน่าจะมีแนวทางการทำกิจกรรมในที่สาธารณะแตกต่างกันออกไป แค่หวังว่างานนี้จะถูกใช้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ผมเชื่อในตัวอาคารที่อยู่ได้นานๆ แบบพวกวิหาร Pantheon อะไรประมาณนี้ ผมว่าที่มันยังอยู่ได้ก็เพราะยังมีคนเข้ามาใช้นี่แหละ

art4d: คิดว่านิยามของ ‘ความยั่งยืน’ ในสถาปัตยกรรมหมายถึงอะไร

CL: ส่วนตัวผมว่าอาคารที่เน้นเรื่องความยั่งยืนจริงๆ ไม่ใช่ตึกที่ตะโกนออกมาว่ามันจะยั่งยืน มันอาจจะไม่ใช่ตึกที่เอาเทคโนโลยีเข้ามาแก้ไขปัญหาโลกร้อน ผมมองว่าสถาปัตยกรรมกรีกโบราณ โรมัน หรือในยุคคลาสสิก คือความยั่งยืนที่แท้จริง เพราะไม่เห็นต้องทำอะไรเลย แต่ก็ยังอยู่ต่อมาเรื่อยๆ หากถามว่ามันสร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมไหม? ผมคิดว่าผมมีความรู้เรื่องนี้ไม่พอ แต่การที่มันยังอยู่มาจนปัจจุบันแสดงว่ามันน่าจะตอบโจทย์ของผู้ใช้งานจริงๆ ได้

art4d: มีอะไรที่อยากเล่าอีกไหม

CL: น่าจะหมดแล้ว ที่เหลือขอปล่อยให้งานผมในอนาคตเล่าเองครับ

อ่านบทความอื่นๆ ของ ARX 2025 ได้ที่:

ARX 2025 JURIES | ARX 2025

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *