Category: PICKS

THAI ARCHITECTURE INFOGRAPHIC

TEXT & IMAGE: KIDYANG ARCHITECTURE & RESEARCH

(For English, press here)

ซีรีส์ Thai Architecture Infographic เป็นการรวบรวมข้อมูลเนื้อหาเกี่ยวกับโบราณสถานและอาคารประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ที่เราเห็นว่ามีจุดน่าสนใจทั้งสถานที่ที่สูญหายไปแล้ว สถานที่ที่เข้าถึงยากหรือถูกสงวนการเข้าถึง และเป็นสถานที่ที่ไม่เคยได้สร้างจริง เช่นในการสันนิษฐานพระบรมบรรพต ที่แต่แรกสร้างนั้นพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ (King Nangklao) เคยมีพระราชประสงค์จะสร้างเป็นพระปรางค์ที่สูงที่สุดเทียบเท่ากับภูเขาทองอยุธยาและพระปรางค์วัดอรุณ แต่ก็ล้มเลิกไปด้วยปัญหาฐานรากทรุด

ทั้งหมดนี้ เรามีการนำเสนอผ่านการผสมเครื่องมือระหว่างการวาดมือและการปั้นโมเดลสามมิติเพื่อช่วยทุ่นแรงและเวลาในการผลิตผลงานโดยที่ infographic และ illustration ทั้งหมดของซีรีส์นี้ก็ยังคงจุดมุ่งหมายแรกของเราไว้คือการทำให้ข้อมูลที่เข้าถึงได้ยากถูกนำเสนอให้เข้าใจง่าย และมีความน่าดึงดูดสำหรับบุคคลทั่วไปให้มีความสนใจต่ออาคารทางประวัติศาสตร์ในมิติที่แปลกใหม่ยิ่งขึ้น และเป็นโชคดีที่ในการทำงานชุดดังกล่าวนี้ ทำให้เราได้รู้จักกับกองบรรณาธิการและทีมของ National Geographic Thailand เกิดเป็นการร่วมกันสร้างสรรค์บทความและภาพประกอบสำหรับเนื้อหาเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมในประเทศไทยตลอดหลายปีที่ผ่านมา

กลุ่ม ‘คิดอย่าง’ เกิดจากการรวมตัวของคนจากหลายสาขาวิชาและความถนัดที่มีความสนใจร่วมกับเกี่ยวกับประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมทั้งในไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีสุรเชษฐ์ แก้วสกุล และ พัชรพงศ์ กุลกาญจนาชีวิน เป็นทีมหลักในซีรีส์ Thai Architecture Infographic

facebook.com/Arch.kidyang
facebook.com/Maewsow
instagram.com/p.kulkan

ARCHITECTURE ANOMALY

Architecture Anomaly
Architecture AnomalyArchitecture AnomalyArchitecture AnomalyArchitecture AnomalyArchitecture AnomalyArchitecture AnomalyArchitecture AnomalyArchitecture AnomalyArchitecture AnomalyArchitecture AnomalyArchitecture AnomalyArchitecture AnomalyArchitecture AnomalyArchitecture AnomalyArchitecture Anomaly

TEXT & IMAGE: SAUL KIM

(For English, press here)  

จิตใจของเราถูกตั้งโปรแกรมให้ปฏิบัติตามแนวคิดที่สังคมกำหนดไว้ล่วงหน้า และแนวคิดใดๆ ที่ท้าทายข้อกำหนดนั้นมักจะถูกมองว่าเป็น ‘ความผิดปกติ (anomalous)’ Architecture Anomaly เป็นซีรีส์งานวิจัยด้านการออกแบบที่ริเริ่มโดย Saul Kim ซึ่งทดลองกับองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมในวิถีทางที่ผิดแผกไปจากปกติ เพื่อค้นหาวิธีการก่อร่าง ประกอบ และการอยู่อาศัยใหม่ๆ

แรงบันดาลใจของผลงานชุดนี้มาจากแทบทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบ หากแต่ไม่ใช่สถาปัตยกรรม สิ่งนี้ช่วยให้นักออกแบบสามารถหลีกเลี่ยงการสร้างสรรค์งานตามรอยเดิม การออกแบบนั้นไม่ควรมีกฎเกณฑ์ แต่คนเรามักจะเผลอตั้งกฎเกณฑ์ขึ้นมาเองเมื่อได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เสมอ และเริ่มเชื่อว่าการทำสิ่งอื่นนอกเหนือจากนี้เป็นสิ่งที่ผิด ตัวอย่างเช่น เราได้รับการสอนในโรงเรียนสถาปัตยกรรมว่าแผ่นพื้นควรถูกวางในทางราบ มีความหนาระดับหนึ่ง และต้องวางอยู่เหนือคานเพื่อสร้างสเปซสำหรับอยู่อาศัย นี่คือความเข้าใจถึง ‘แผ่นพื้น’ ในมุมมองของมนุษย์ เพราะเราได้เรียนรู้มาช้านานผ่านวิวัฒนาการหลายร้อยปีว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ปฏิบัติได้จริงและมีประสิทธิภาพมากที่สุดในการสร้างพื้นที่อยู่อาศัย แต่หากเราก้าวถอยออกมา และลองคลายคำจำกัดความที่ตายตัวของแผ่นพื้นดูว่าแท้จริงแล้วมันคืออะไร ถูกสร้างมาเพื่ออะไร ควรนำไปใช้ในอาคารอย่างไร เราจะเริ่มเห็นภาพแผ่นพื้นอย่างที่มันเป็นจริงๆ เพราะโดยพื้นฐานแล้ว มันก็เป็นเพียงชิ้นของพื้นผิวบางๆ ชิ้นหนึ่งที่กลายเป็นสิ่งอื่นได้อีก บางทีพื้นผิวนี้อาจต้องถูกพับ ถูกทำให้ยับย่น หรือถูกตัดบางส่วนออกไปเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง ด้วยการตั้งคำถามเชิงอภิปรัชญาต่อองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมเหล่านี้ เราจะสามารถหลุดพ้นจากจุดมุ่งหมายแรกเริ่มของการดำรงอยู่ เพื่อค้นพบความหมายใหม่ๆ ได้อย่างเสรี

_____________

Saul Kim เป็นนักออกแบบสถาปัตยกรรมที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในกรุงโซล เขาเริ่มเส้นทางด้านสถาปัตยกรรมที่สิงคโปร์ ก่อนจะย้ายไปลอสแอนเจลิสเพื่อศึกษาระดับปริญญาตรีสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่สถาบันสถาปัตยกรรมแห่งเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย (Southern California Institute of Architecture หรือ SCI-Arc) และปริญญาโทด้านสถาปัตยกรรมจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard University) ในปี 2563 Saul Kim ได้เปิดตัวซีรีส์งานวิจัยด้านการออกแบบ ‘Architecture Anomaly’ ที่ให้บริการด้านการวางแผนและการออกแบบ นอกจากนี้เขายังสอนที่มหาวิทยาลัยฮงอิก (Hongik University) ในฐานะศาสตราจารย์พิเศษและเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยศิลปะและการออกแบบเควอน (Kaywon University of Art and Design)

saulkim.com
instagram.com/saul_kim_

THE TUBE COLLECTION

TEXT: TIM TEVEN
PHOTO: PIERRE CASTIGNOLA

(For English, press here)  

ผลงานชุด The Tube Collection นั้นมีจุดกำเนิดมาจากการทดลองกับวัสดุในรูปแบบต่างๆ อันรวมไปถึงการใช้เครื่องจักรมาเปลี่ยนรูปโลหะ การทดลองเหล่านี้ทำให้ได้มาซึ่งกระบวนการและระบบต่างๆ ที่ช่วยในการเล่นแร่แปรธาตุ และการเปลี่ยนแปลงรูปทรงวัสดุ เป็นสุนทรียะที่ก่อร่างสร้างตัวขึ้นเองจากเครื่องจักรและการดัดแปลงเชิงเทคนิค 

ด้วยการทำให้เส้นแบ่งระหว่างการควบคุมดีเทลงานออกแบบทุกกระเบียดนิ้วและการปล่อยผลลัพธ์ให้เกิดขึ้นเองเลือนรางลง งานชิ้นนี้แสดงให้เห็นถึงปฏิสัมพันธ์ระหว่างการกระทำโดยเครื่องจักรกลและการกระทำที่เกิดขึ้นจากมือมนุษย์

_____________

Tim Teven (เกิดปี 1993) เป็นนักออกแบบชาวดัตช์ที่จบการศึกษาจากวิทยาลัยการออกแบบ Design Academy Eindhoven ในปี 2018 การสรรหาแนวทางสร้างสรรค์ใหม่ๆ ด้วยการใช้วัสดุในรูปแบบที่แปลกใหม่ผิดแผกไปจากวิธีการทั่วไป เปิดประตูให้เขาได้ค้นพบเทคนิคที่น่าประหลาดใจมากมาย และนำไปสู่การประยุกต์สร้างสรรค์วัตถุที่มีทั้งประโยชน์ใช้สอยและความน่าสนใจ สถานที่ทำงานหลักของ Teven คือสตูดิโอออกแบบของเขาเองในเมืองไอนด์โฮเฟน ที่เขาก่อตั้งขึ้นในปี 2018 โดยผลงานทุกชิ้นถูกทำขึ้นจากมือควบคู่ไปกับกรรมวิธีทางอุตสาหกรรม

timteven.com

THIS IS MY VOICE ONE DAY IN THAILAND

TEXT & IMAGE: PIRUTCH MOMEEPHET

(For English, press here) 

งานชุดนี้เกิดจากแนวคิดที่ว่า ทำไมเวลาที่เราไปต่างประเทศ ต่างจังหวัด หรือแค่ต่างสถานที่ เรามักจะมีมวลความรู้สึกที่ตื่นเต้นในการไปสถานที่เหล่านั้น มันมักจะเป็นความรู้สึกที่ไม่สามารถหาคำตอบได้ว่าสิ่งใดกันแน่ที่ทำให้เราเกิดความประทับใจ มันก็คงจะเป็นทุกสิ่งอย่างที่เพิ่งได้มาเจอนี้ที่ประกอบกันให้เกิดความรู้สึก ถ้าจะต้องให้อธิบายก็คงจะเป็นคำว่า ‘mood’ หรือ ‘vibe’ จริงๆ แล้วเราไม่ได้สงสัยด้วยซ้ำว่าเราตื่นเต้นเพราะมันเป็นสิ่งที่แปลกใหม่จริงๆ หรือเป็นเพียงแค่สิ่งเดิมที่ใหม่เพราะมุมมองของเรา

ถ้าหากเราสามารถมองในมุมนั้นได้ ในบางทีสิ่งที่ทำให้เราเกิดความประทับใจ มันอาจจะไม่ได้เป็นสถานที่ที่มีเรื่องราวสำคัญ เป็น iconic places หรือการแนะนำจากบุคคลอื่นด้วยซ้ำไป บางทีมันอาจจะเป็นสถานที่ข้างทางที่เราต้องผ่านตอนไปทำงานทุกเช้า หรือเป็นเพียงตึกข้างทางที่เราเห็นในเวลารถติด

งานชุดนี้จึงเป็นเหมือนการจำลองภาพผ่านมุมมองเป็นบุคคลที่พึ่งเคยมายังประเทศไทย หากเราสามารถมองด้วยมุมมองนั้นได้เหมือนกัน แล้วสิ่งใดล่ะที่จะทำให้เรารู้สึกแบบนั้นได้

_____________

พิรัชย์ โมมีเพชร : BBep.o (เบพ – โป้) กราฟิกดีไซน์เนอร์จากกรุงเทพมหานคร ผู้หลงใหลในศิลปะสไตล์ Retro, Citypop และ สถาปัตยกรรมร่วมสมัย

instagram.com/bbep.o

THE ALPHABETICAL ROOM

TEXT: LIAD SHADMI
PHOTO: LIAD SHADMI & MICHAEL KOHLS

(For English, press here) 

โปรเจ็กต์ ‘The Alphabetical Room’ สำรวจขอบเขตและข้อจำกัดของการเขียนบนกริดสามมิติในพื้นที่ดิจิตัลอันราบเรียบ การเข้าไปทดลองกับตารางสามมิติบนหน้าจอดิจิตัลที่เป็นระนาบสองมิตินั้นเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นสำหรับนักออกแบบกราฟิก โปรแกรมเมอร์ นักเขียนโค้ดเชิงสร้างสรรค์ และศิลปินแนวทัศนศิลป์เสมอมา

 

โปรเจ็กต์เริ่มต้นจากแนวคิดการสร้างกริดสำหรับการออกแบบภายในที่เสนอโดย Josef-Müller Brockmann ในปี 1961 มุมมองของผู้ชมจะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปตลอดการเปิดแผ่นหน้าแต่ละหน้าของแผ่นพับโปรเจ็กต์ เช่นเดียวกับความละเอียดของกริดสามมิติที่ใช้สร้างชุดตัวอักษร 

ผมอยากจะถือโอกาสนี้ขอบคุณศาสตราจารย์ Pierre Pané-Farré สำหรับคำแนะนำที่ช่วยนำทางโปรเจ็กต์นี้มาจนสำเร็จ

_____________

Liad Shadmi เป็นนักออกแบบกราฟิกอิสระและผู้กำกับศิลป์ที่ทำงานและพำนักอยู่ใน Hamburg  เขาเรียนจบพร้อมเกียรตินิยมจาก Shenkar College of Engineering & Design หนึ่งในโรงเรียนออกแบบชั้นนำของอิสราเอล โดยความเชียวชาญของ Liad ครอบคลุมการออกแบบกราฟิก อัตลักษณ์แบรนด์ การกำกับงานศิลป์ การออกแบบตัวอักษร การพิมพ์และการวางเลย์เอาท์ ไปจนถึงการออกแบบเว็บ โดยการออกแบบและจัดวางตัวอักษรเป็นสิ่งที่เขาให้ความสนใจและนำไปใช้ในงานอยู่เสมอ เขายังมีความสนใจแรงกล้าต่อการทำงานออกแบบเชิงวิจัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับงานออกแบบพื้นถิ่น เขาเชื่อว่างานออกแบบควรมีรากมาจากการค้นคว้าวิจัยเชิงลึกที่มีทั้งสาระและความหมาย ความมุ่งมั่นของ Liad คือการผสมผสานกลิ่นอายประเพณี และคุณสมบัติแบบคลาสสิค เข้ากับคุณลักษณะความร่วมสมัย

liadshadmi.com

RESONANCES OF THE CONCEALED

TEXT & IMAGE: NAPASRAPHEE APAIWONG

(For English, press here) 

Resonances of the Concealed เป็นชุดผลงานที่สร้างขึ้นโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์เป็นเครื่องมือในการสร้างภาพจากจินตนาการและจิตญาณของตัวศิลปิน

ตัวภาพมีที่มาและแรงบันดาลใจมาจากเรื่องต่างๆ ตั้งแต่สิ่งเล็กน้อยรอบๆ ตัวที่ดูไม่ได้มีความสลักสำคัญ เหตุการณ์ต่างๆ ที่ตัวศิลปินพบเจอ ไปจนถึงประเด็นปัญหาในสังคม นำเสนอในลักษณะที่เปิดกว้างให้ผู้ที่รับชมได้ตีความด้วยตัวเอง ผ่านมุมมองและประสบการณ์ของตัวเองได้อย่างอิสระ ไม่ถูกผูกมัดและจำกัดโดยประเด็นหรือหัวข้อที่ศิลปินได้กำหนดเอาไว้

ชื่อของชุดผลงาน มาจากความรู้สึกของตัวศิลปินที่รู้สึกว่าภาพที่สร้างขึ้นจากการใช้ปัญญาประดิษฐ์ สามารถเปิดเผยโลกภายใน ความคิดและความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ของตัวผู้ที่ใช้งานได้อย่างน่าประหลาดใจ เปรียบเสมือนเสียงสะท้อนมาจากส่วนที่ถูกปิดบังเอาไว้ในจิตใจ

ผลงานชุดนี้มีความมุ่งหมายที่จะผลักดันขอบเขตของการเล่าเรื่องผ่านภาพถ่ายโดยการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการสร้างภาพ ตั้งคำถามต่อความสำคัญของกล้องถ่ายรูปและการถ่ายภาพแบบดั้งเดิมในยุคที่ความหมายของรูปถ่ายกลายเป็นเรื่องที่มีความกำกวมและหาเส้นแบ่งที่ชัดเจนได้ยากมากขึ้นเรื่อยๆ

ศิลปินหวังว่าผลงานชุดนี้จะช่วยริเริ่มบทสนทนาที่มีความหมายจากผู้รับชมเกี่ยวกับการตีความของตัวภาพ ไปจนถึงธรรมชาติของศิลปะภาพถ่ายที่มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอยู่ตลอดเวลา

_____________

pale flare (นภัสรพี อภัยวงศ์) ช่างภาพและศิลปินทัศนศิลป์ จากกรุงเทพฯ โดยผลงานมักสำรวจถึงประเด็นด้านสุขภาพจิต วัฒจักรชีวิต และความงามในสิ่งที่มักถูกมองข้ามในชีวิต ตั้งคำถามเกี่ยวกับแนวคิดในเรื่องของความสุข ความเศร้า และจุดสิ้นสุดของสรรพสิ่ง และมีความเชื่อว่าภาพถ่าย สามารถเป็นได้มากกว่าแค่เพียงการจับโมเมนต์หรือบันทึกวัตถุที่อยู่ตรงหน้า แต่เป็นสื่อที่สามารถแสดงออกถึงสิ่งที่ไม่สามารถจับต้องได้ และเชื่อมโยงมนุษย์เข้าหากันผ่านทางการสำรวจประสบการณ์ร่วมของผู้คน

instagram.com/pale_flare

ZILLUSTATION

TEXT & PHOTO: ZILLUSTATION

(For English, press here) 

จุดเริ่มต้นของผลงานมาจากความหลงใหลความงามของสิ่งปลูกสร้างและสถาปัตยกรรมในวัยเด็ก การออกเดินทางสำรวจเมืองต่างๆ ทำให้พบเสน่ห์น่าค้นหาของแต่ละที่ที่แตกต่างกันไป จึงถ่ายทอดความทรงจำที่สะสมออกมาเป็นภาพวาดลายเส้น เชิงจิตรกรรม สถาปัตยกรรม+แผนที่ โดยเลือกใช้รูปแบบมุมมองที่ไม่ธรรมดา ซึ่งสามารถเห็นเมืองได้กว้างขวาง และลงรายละเอียดได้มากที่สุด 

แนวคิดของงานเริ่มจากการเรียนรู้การสร้างเมือง แสวงหาประวัติศาสตร์ของเมืองที่ฝังรากลึก ผ่านกาลเวลา หล่อหลอมกลมกลืนเป็นเมือง และสำรวจสถาปัตยกรรมในเมืองซึ่งเป็นสิ่งที่บันทึกกาลเวลาเอาไว้ได้ดี แต่ละเมืองมีอัตลักษณ์ต่างกันออกไป ไม่ต่างจากหน้าตามมนุษย์ ที่มีความงามหลากหลาย หัวใจหลักของกระบวนการสร้างสรรค์ผลงานคือสร้างมุมมองที่เห็นภาพรวมของสถานที่ให้มากที่สุด โดยใช้ลายเส้นจากปากกาสร้างสรรค์เมืองขึ้นมา ทีละเส้น ทีละเส้น การได้ใช้เวลาสร้างเมืองผ่านปลายปากกา เสมือนได้ย้อนดูเส้นกาลเวลาของเมืองที่ยาวนาน 

_____________

การุญ เจียมวิริยะเสถียร ศิลปินอิสระเจ้าของสตูดิโอ ZilluStation ที่ถ่ายทอดความหลงใหลในเมืองผ่านลายเส้นปากกา 

facebook.com/Karooncity
instagram.com/zillustation

INSTANT SCULPTURE


TEXT & PHOTO: CAN SUN

(For English, press here) 

ผลงานชุด Instant Sculpture โดย Can Sun มุ่งความสนใจไปที่การแปลงรูปและผสมผสานวัตถุในชีวิตประจำวันและสำเร็จรูปขึ้นมาใหม่ ก่อนจะสร้างขึ้นเป็นประติมากรรมหน้าตาขี้เล่นที่ล้อเลียนตัวเอง วัตถุหลากชนิดกลายเป็นเป็นอุปมาอุปมัยของแต่ละงาน ละม้ายคล้ายคลึงกับการเขียนบทกวี หากแต่ผลลัพธ์สุดท้ายที่ได้จากการสร้างงานประติมากรรมเหล่านี้ได้รับการบันทึกเอาไว้ในรูปแบบของภาพถ่าย ศิลปินควบรวมเอาสัญลักษณ์และวัตถุหลายชนิดเพื่อสร้างภาพจำและการเชื่อมโยงที่ท้าทายความคิดแบบเดิมๆ เกี่ยวกับศิลปะประติมากรรมและการถ่ายภาพ

ภาพถ่ายในผลงานชุดนี้แสดงมุมมองอันเป็นเอกลักษณ์ของ Can Sun ต่อโลกใบนี้ ผ่านการสร้างบริบทให้วัตถุในชีวิตประจำวันด้วยวิธีการที่แปลกใหม่และคาดไม่ถึง เขาชวนเชิญผู้ชมให้มองโลกด้วยสายตาที่สดใหม่ และเห็นถึงความไร้สาระไม่สมเหตุสมผลที่อยู่รอบๆ ตัวเราทุกคน

อารมณ์ขันคือองค์ประกอบหลักของผลงานชุดนี้ โดยที่ Can Sun ใช้มันเพื่อเป็นทั้งการยอมรับและต่อต้านความไร้สาระในโลกใบนี้ในคราวเดียวกัน ประติมากรรมล้อเลียนตัวเองเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นผ่านการผสมผสานสัญลักษณ์และวัตถุต่างๆ ที่กระตุ้นความขี้เล่น เพ้อฝัน แปลกประหลาด ในขณะที่ก็ยังทำหน้าที่วิพากษ์สังคมรอบๆ ตัวเรา

_____________

Can Sun เกิดในปี 1992 ที่จีนแผ่นดินใหญ่ จบปริญญาศิลปะบัณฑิตและปริญญาโทด้านรัฐศาสตร์จากประเทศจีนก่อนจะไปเรียนต่อด้านการถ่ายภาพในระดับปริญญาโทจาก Royal College of Art ในปี 2022 ปัจจุบันทำงานและใช้ชีวิตอยู่ในลอนดอน ผลงานของเขาให้ความสำคัญหลักๆ อยู่ที่ความไร้สาระในโลกและความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน และการนำพาเอาข้าวของในชีวิตประจำวันที่มักถูกลืมมาเป็นโจทย์ในการสร้างสรรค์ผลงาน

instagram.com/suncannot

 

CALL ME NABET

TEXT & PHOTO: THANABET CHANPREECHAYA

(For English, press here) 

ระหว่างที่ศึกษาอยู่ต่างประเทศก็เกิดความคิดถึงประเทศไทย จึงมีไอเดียสร้างฉากรวบรวมเสน่ห์ของบ้านเกิด แต่สิ่งที่สร้างไม่อยากให้เป็นสถาปัตยกรรมหรือวัดไทยทั่วไป แต่เป็นสิ่งที่คนไทยผูกพันและคุ้นเคยในทุกๆ วัน 

จากกระบวนการลองผิดลองถูก ผลงานชิ้นแรกที่ออกมาคือตู้โทรศัพท์สาธารณะจำลองที่เล่าเรื่องราวผ่านคราบความเก่า พื้นฟุตบาทที่ขรุขระ และความยุ่งเหยิงของสายไฟบนเสาไฟฟ้า 

นอกจากนั้นยังมีผลงาน ‘ห้างทองฮั่วเซ่งเฮง’ ห้างทองที่อยู่คู่คนไทยมาช้านานใจกลางเยาวราช ผลงานนี้ใช้หลากหลายวิธีการริเริ่มสร้างสรรค์ ตั้งแต่การถ่ายภาพ การบินโดรน ไปจนถึงการสแกนแบบ 3 มิติ ทั้งภายในและภายนอกเพื่อเก็บข้อมูล หวังว่าผลงานทั้งหมดนี้พาผู้ชมเคลื่อนย้ายไปยังสถานที่ ความทรงจำ และจินตนาการไปว่าตัวเองกำลังสำรวจภายในผลงานสร้างสรรค์นี้อยู่

_____________

ธนเบศร์ ชาญปรีชญา คือศิลปินผู้ชื่นชอบการสร้างสรรค์โมเดลจิ๋ว ธนเบศร์ จบการศึกษาปริญญาตรีด้านแอนิเมชัน จากประเทศสหรัฐอเมริกา และเป็นเจ้าของเพจ ‘CALL ME NABET’

facebook.com/callmenabet
instagram.com/callmenabet

 

THE ART OF TRAVEL POSTERS

TEXT & PHOTO: ARTHUR VERGNE

(For English, press here) 

โปสเตอร์โปรโมตการท่องเที่ยวนั้นถือกำเนิดขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ในฐานะของสื่อโฆษณาชนิดหนึ่งที่มีพลังในการจูงใจผู้คนให้ออกเดินทางไปยังที่ต่างๆ ด้วยสีสันสดใสและพลังในการสร้างความรู้สึกของการผจญภัยและการออกสำรวจค้นหาอะไรใหม่ๆ ผมจึงอยากนำเสนอความสวยงามของประเทศไทยในฐานะประเทศที่ผมได้เลือกลงหลักปักฐานผ่านคอลเลคชั่นโปสเตอร์ที่ผมได้สร้างขึ้น ในมุมมองของสถาปนิก ผลงานชุดนี้ก็เป็นเหมือนการสำรวจและถ่ายทอดความงามและความรุ่มรวยทางวัฒนธรรมของวัดวาอารามต่างๆ ด้วยแรงบันดาลใจจากการ์ตูนแอนิเมชั่นญี่ปุ่นที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา อาร์ทเวิร์คเหล่านี้มุ่งหมายที่จะแสดงออกถึงความหลากหลายของประเทศไทยด้วยมุมมองที่มีความโรแมนติค จากทั้งเจดีย์ที่ดูลึกลับน่าค้นหาภายใต้แสงจันทร์ ทุ่งข้าวสีเหลืองทองพริ้วไหวสายลม หรือถนนหนทางอันวุ่นวายภายใต้ท้องฟ้าสีสดใส…

_____________

Arthur Vergne เป็นสถาปนิกและนักวาดภาพประกอบที่ทำงานและใช้ชีวิตอยู่ที่เชียงใหม่มาเกือบสิบปีแล้ว นอกเหนือไปจากการทำงานสถาปัตยกรรม เขายังกำลังออกแบบคอลเลคชั่นโปสเตอร์ที่ฉายภาพความสวยงามของประเทศไทยอีกด้วย

instagram.com/arthur.illustration