เมื่อตรอกซอกซอยหนึ่งในลักษณะพิเศษของเมืองเก่าเซี่ยงไฮ้ ถูกสองสถาปนิก เจอร์รี่ หง (Jenchieh Hung) และ กุลธิดา ทรงกิตติภักดี จาก HAS design and research สำรวจแล้วพบว่าซอยตันคือพื้นที่แห่งการแบ่งปันและการเชื่อมโยง
TEXT: JENCHIEH HUNG & KULTHIDA SONGKITTIPAKDEE
PHOTO: HAS DESIGN AND RESEARCH
(For English, press here)
ในเมืองที่เต็มไปด้วยเครือข่ายของพื้นที่อันซับซ้อน ‘ซอยตัน’ นั้นเป็นเป็นพื้นที่ที่เส้นแบ่งระหว่างสาธารณะกับความเป็นส่วนตัวพร่าเลือนกลายเป็นพื้นที่ชีวิตอันยืดหยุ่น ซึ่งกิจวัตรประจำวันได้หล่อเลี้ยงการปฏิสัมพันธ์ของชุมชน วัตถุในชีวิตประจำวันถูกใช้ไม่เพียงเพื่อการใช้งานแต่ยังสร้างขอบเขตความเป็นส่วนตัว ขณะเดียวกันก็รักษาความรู้สึกร่วมของการอยู่ร่วมกันไว้อย่างเข้มแข็ง แนวคิดนี้ได้ถูกถ่ายทอดไว้ในหนังสือของพวกเขา Chameleon Architecture: Shifting / Adapting / Evolving
‘เซี่ยงไฮ้’ มหานครที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ซึ่งความทันสมัยและประเพณีดั้งเดิมดำรงอยู่ร่วมกันได้อย่างไม่คาดคิด ท่ามกลางตึกสูงระฟ้าและการพัฒนาเมืองอันรวดเร็ว ตรอกซอกซอยของชุมชนอยู่อาศัยหรือที่เรียกกันในภาษาจีนว่า ‘หลงถัง’ คือซอยดั้งเดิมที่ยังคงเป็นหัวใจของอัตลักษณ์และมรดกทางวัฒนธรรมของเมือง แม้จะเล็กและคดเคี้ยวแต่ซอยเหล่านี้ไม่ใช่เพียงทางสัญจร หากคือพื้นที่มีชีวิตที่บรรจุความทรงจำในอดีต และยังคงเชื่อมโยงผู้คนผ่านการปฏิสัมพันธ์และการใช้ชีวิตร่วมกันในปัจจุบัน สถาปนิก เจอร์รี่ หง และ กุลธิดา ทรงกิตติภักดี แห่ง HAS design and research ได้เข้าไปสำรวจความหมายทางวัฒนธรรมผ่านหนึ่งในกรณีศึกษาของซอยที่ทั้งเปิดและปิดตันในเซี่ยงไฮ้ เพื่อทำความเข้าใจว่าพื้นที่เหล่านี้บิดเบือนเส้นแบ่งระหว่างความเป็นส่วนตัวกับความเป็นสาธารณะ และเป็นส่วนหนึ่งที่ถักทอพลวัตของเมืองได้อย่างไร


หลงถังในชุมชนเมืองเก่าเซี่ยงไฮ้ไม่ได้เป็นเพียงเศษเสี้ยวของอดีต หากแต่คือสายใยแห่งชีวิตที่เชื่อมต่อวัฒนธรรมประวัติศาสตร์ของเมืองเอาไว้ แม้จะถูกรายล้อมด้วยการขยายตัวของเมือง ซอยเหล่านี้ยังคงเป็นพื้นที่ที่วิถีชีวิตประจำวันดำเนินไปอย่างที่อาคารสูงไม่อาจรองรับได้ ตั้งแต่การซักล้าง ตากผ้า เล่นไพ่ พูดคุยกับเพื่อนบ้าน ไปจนถึงการตัดผมกลางซอย สามารถเกิดขึ้นได้ในพื้นที่กึ่งสาธารณะขนาดเล็กนี้ ด้วยความกว้างเพียง 4–6 เมตร บรรยากาศในซอยจึงเอื้อต่อการพบปะและก่อร่างเป็นวิถีชีวิตในชุมชนที่ต่างจากความโดดเดี่ยวในพื้นที่ส่วนตัว ซอยของเซี่ยงไฮ้ยังแตกต่างจากเมืองใหญ่อื่นๆ ในเอเชีย ด้วยผังที่คดเคี้ยวไม่สิ้นสุดเปิดทางสู่พื้นที่กว้าง ทั้งลานและศูนย์กลางของชุมชน กลายเป็นจุดเชื่อมที่ทำให้การเปลี่ยนผ่านระหว่างพื้นที่ส่วนตัวกับพื้นที่สาธารณะเป็นไปอย่างลื่นไหล ลานเหล่านี้ โดยมากอยู่ท้ายซอยหรือซอยตัน ไม่ได้เป็นเพียงที่ว่าง แต่กลับทำหน้าที่เป็นพื้นที่เมืองที่มีชีวิต เป็นทั้งสถานีบริการชุมชน ศูนย์กลางการสื่อสาร และลานพบปะอย่างไม่เป็นทางการ จากเส้นทางสัญจรธรรมดา จึงแปรเปลี่ยนเป็นพื้นที่ของการรวมตัว พูดคุย และทำกิจกรรมร่วมกัน

อีกหนึ่งเสน่ห์ที่น่าค้นหาของหลงถัง คือการผสานระหว่างวัฒนธรรมวัตถุกับพื้นที่ทางสังคม วัตถุธรรมดาอย่างอ่างล้างหน้า ไม้กวาด รั้วไม้ หรือกระถางต้นไม้ ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงเครื่องใช้ หากยังช่วยนิยามและขีดเส้นขอบเขตความเป็นส่วนตัว การวางรองเท้าไว้หน้าประตู การจัดกระถางต้นไม้ตามแนวรั้ว หรือแม้แต่การตั้งตู้พิงกำแพงซอย ทั้งหมดล้วนเป็นเส้นแบ่งอันละเอียดอ่อน หากแต่ทรงพลังในการกำหนดพื้นที่ส่วนตัว ขณะเดียวกันก็รักษาความรู้สึกของการอยู่ร่วมกันไว้ได้อย่างแนบเนียน เมื่อถูกจัดวางอย่างมีนัยยะ วัตถุเหล่านี้จึงกลายเป็นกำแพงแบบไม่เป็นทางการที่แบ่งแต่ละครัวเรือนออกจากกัน ก่อรูปพื้นที่ที่ยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้ที่มีทั้งความเป็นส่วนตัวและการปฏิสัมพันธ์ทางสังคมดำรงอยู่พร้อมกัน ต่างจากพื้นที่เมืองสมัยใหม่ที่มักขีดเส้นแบ่งชัดเจนระหว่างพื้นที่สาธารณะกับพื้นที่ส่วนตัว ซอยของเซี่ยงไฮ้กลับยอมรับความยืดหยุ่นและความไม่ตายตัวในการสร้างขอบเขต

ความยืดหยุ่นของเส้นแบ่งพื้นที่นี้คือคุณลักษณะสำคัญของเมืองในเอเชียหลายแห่งรวมถึงประเทศไทยที่ผู้คนต่างแสวงหา สำหรับตรอกซอยในเซี่ยงไฮ้ เส้นแบ่งเหล่านี้ไม่เคยตายตัว หากแต่ถูกต่อรองและปรับเปลี่ยนอยู่เสมอผ่านกิจกรรมและการปฏิสัมพันธ์ในชีวิตประจำวัน ซอยจึงทำหน้าที่เสมือนเส้นเลือดฝอยของเมือง เป็นพื้นที่ร่วมที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้แลกเปลี่ยนอย่างไม่เป็นทางการ พึ่งพาอาศัยกัน และในขณะเดียวกันก็ยืนยันความเป็นเจ้าของพื้นที่รอบตัวเอง หลอมรวมกันเป็นระบบที่สูบฉีดลมหายใจให้ทั้งผู้คนและเมือง พลวัตของพื้นที่ในซอยเหล่านี้สะท้อนวิถีชีวิตที่ทั้งเป็นชุมชนและเป็นปัจเจก สาธารณะและส่วนตัวยังคงเชื่อมโยงกันอย่างลื่นไหล การผสานระหว่างขอบเขตที่ยืดหยุ่นและพื้นที่ที่ถูกแบ่งปันทำให้เราเห็นความเป็นไปได้ของเมืองที่ให้คุณค่ากับสายสัมพันธ์ระหว่างผู้คน และยังรักษามรดกทางวัฒนธรรมท่ามกลางความทันสมัยได้ ในอีกมิติหนึ่งซอยที่เปิดและปิดตันของเซี่ยงไฮ้ไม่เพียงเป็นหน้าต่างสู่ภาพอดีต แต่ยังเป็นภาพสะท้อนของเมืองที่เกื้อกูลและเชื่อมโยงกันมากขึ้นในอนาคต

เนื้อหาในบทความนี้เป็นส่วนหนึ่งจากหนังสือ Chameleon Architecture: Shifting / Adapting / Evolving เขียนโดย Jenchieh Hung & Kulthida Songkittipakdee จาก HAS design and research สามารถสั่งซื้อได้ที่: https://art4d.com/product/chameleon-architecture
facebook.com/hasdesignandresearch
instagram.com/has.design.and.research
















