Sun Tower อาคารริมทะเลยานไถที่ถูกออกแบบให้โคจรร่วมกับดวงอาทิตย์ ถ่ายทอดจังหวะชีวิตของจักรวาลผ่านรูปทรงและวัสดุ โดย OPEN Architecture
TEXT: PRATCHAYAPOL LERTWICHA
PHOTO: JONATHAN LEIJONHUFVUD EXCEPT AS NOTED
(For English, press here)
ในวันนี้ ยานไถ (Yantai) คือเมืองชายทะเลฝั่งตะวันออกของจีนที่มีเศรษฐกิจเติบโตแข็งแรง ขึ้นชื่อเรื่องอุตสาหกรรมการผลิตเทคโนโลยีชั้นสูงและอุตสาหกรรมการบริการ เมื่อเมืองเติบโตมั่งคั่ง เทศบาลจึงเกิดไอเดียสร้างแลนด์มาร์กบริเวณริมชายฝั่ง เพื่อเป็นพื้นที่ทางวัฒนธรรมให้ชาวเมืองที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังผ่านกระบวนการเฟ้นหานักออกแบบอันเข้มข้น ก็ได้ผู้ชนะนั่นคือ OPEN Architecture สตูดิโอออกแบบสัญชาติจีน
ในวันวาน ยานไถคือดินแดนที่มีวัฒนธรรมการบูชาดวงอาทิตย์หยั่งรากมาอย่างยาวนาน จนพูดได้ว่าเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของจีน เมื่อเวลาผันเปลี่ยน วัฒนธรรมโบราณนี้ก็ถูกหลงลืมไป แต่ OPEN Architecture ได้ฟื้นฟูประเพณีโบราณให้มีชีวิตอีกครั้ง ด้วยการใช้เป็นแรงบันดาลใจสร้างสรรค์อาคารสูง 50 เมตรทรงกรวยชื่อ ‘Sun Tower’

Sun Tower ตั้งตระหง่านอยู่ริมชายฝั่งทะเลบนเขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยียานไถ (Yantai Economic and Technological Development Area หรือ YEDA) ภายในประกอบด้วยพื้นที่นิทรรศการ โรงละครกึ่งกลางแจ้ง ห้องสมุด คาเฟ่ และจุดชมวิว อาคารเป็นดั่งประภาคารในรูปแบบร่วมสมัย ที่เกิดจากการห่อหุ้มของเปลือกคอนกรีตสองชั้นที่เชื่อมต่อกันด้วยแผ่นพื้นและทางลาดที่หมุนวนไปด้านบนฝั่งอาคารที่หันหน้าเข้าทะเลถูกเฉือนออก เผยให้เห็นพื้นที่ภายในอาคารอย่างโจ่งแจ้ง ในขณะเดียวกันก็เป็นการเปิดทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงามให้สอดแทรกเข้าภายในอย่างทั่วถึง

อาคารออกแบบมาให้สัมพันธ์กับการโคจรของดวงอาทิตย์ ราวกับว่าดวงอาทิตย์คือส่วนหนึ่งของสถาปัตยกรรม ขอบอาคารทางทิศเหนือขนานกับแนวแสงอาทิตย์ในเวลาเที่ยงวันของวันวิษุวัต (Equinox) หรือวันที่กลางวันกับกลางคืนยาวนานเท่ากัน ขณะที่แกนอุโมงค์ทางเข้าอาคารชั้นล่างอยู่ในแนวเดียวกันกับแนวพระอาทิตย์ตกในวันเหมายัน (Winter Solstice) หรือวันที่กลางคืนยาวนานที่สุด
แนวแกนของโรงละครตรงกับแนวพระอาทิตย์ขึ้นเหนือเกาะจือฝู (Zhifu) ที่อยู่ใกล้เคียงในวันครีษมายัน (Summer Solstice) หรือวันที่กลางวันยาวนานที่สุด นอกจากนั้นแล้ว ทรงหลังคานูนยังหันตั้งฉากรับแสงอาทิตย์ในช่วงเที่ยงวันของวันครีษมายันอีกด้วย

เปลือกคอนกรีตที่ห่อหุ้มโรงละครช่วยขยายเสียงคลื่นซัดสาดจากทะเลเบื้องหน้าให้ชัดเจน ภายในโรงละครกึ่งกลางแจ้งจึงอื้ออึงไปด้วยท่วงทำนองจากท้องทะเล ทางลาดระหว่างเปลือกอาคารชั้นนอกกับชั้นในคือพื้นที่จัดนิทรรศการที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น รูขนาดเล็กบนกำแพง รวมถึงจุดแขวนบนเพดาน เอื้อให้ปรับเปลี่ยนการจัดแสดงได้ตามต้องการ

Photo: Iwan Baan
ด้านบนของอาคารคือห้องสมุดที่กรุกระจกใสเปิดทิวทัศน์ออกไปหาทะเลอย่างเต็มตา ส่วนชั้นบนสุดคือจุดชมวิวที่เจาะช่องวงกลมโล่งด้านบน เปิดรับหยาดฝนให้ตกลงมาสู่สระน้ำเล็กๆ ด้านล่าง น้ำในสระจะหมุนวนเป็นเวลา 9 นาทีทุกชั่วโมง ตั้งแต่ตี 5 จนถึง 3 ทุ่มของทุกวัน เป็นงานศิลปะอันสงบเสงี่ยมที่ทำหน้าที่ดั่งเครื่องบอกเวลา

Photo: Iwan Baan

ลานกว้างนอกอาคารมีเส้นวงรีหลายวงที่แผ่ออกจากจุดศูนย์กลางคล้ายกับวงโคจรของดาวเคราะห์ และมีร่องน้ำที่ลากตัดผ่านเส้นวงรี ทำหน้าที่เป็นแนวเงาอาคาร ในวันวิษุวัต เงาอาคารจะเคลื่อนตัวตามร่องน้ำอย่างแม่นยำตัดกับเส้นวงรีในทุกชั่วโมง เปลี่ยนให้อาคารกลายเป็นนาฬิกาแดดขนาดมหึมา บริเวณวงแหวนด้านนอกมีการติดตั้งน้ำพุเพื่อเฉลิมฉลอง ’24 ฤดูสุริยคติ’ หรือการแบ่งช่วงเวลาหนึ่งปีตามปฏิทินจีนโบราณ โดยน้ำพุจะทำงานสอดคล้องกับจังหวะขึ้นและลงของทะเล

นอกจากการออกแบบให้สัมพันธ์กับดวงอาทิตย์อย่างเฉียบแหลม อาคารยังถูกคิดเรื่องการประหยัดพลังงานและการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย อาคารติดตั้งอุโมงค์ลมและช่องระบายอากาศด้านบนเพื่อให้อากาศถ่ายเทและไล่ลมร้อนออกไป เปลือกคอนกรีตเป็นฉนวนกันความร้อนชั้นเยี่ยมที่ช่วยกักเก็บความเย็นในฤดูร้อน และเก็บความอบอุ่นในฤดูหนาว แม้พื้นที่นิทรรศการจะไม่พึ่งพาเครื่องปรับอากาศเลย แต่กลยุทธ์การออกแบบก็ช่วยรักษาความเย็นสบายให้พื้นที่ได้เป็นอย่างดี


ยิ่งกว่าการเป็นหน้าเป็นตาให้กับเมือง Sun Tower คือพื้นที่ที่สถาปนิกหมายมั่นให้เป็นศูนย์กลางของชาวเมืองและเป็นจุดเชื่อมต่อคนกับธรรมชาติเข้าด้วยกัน ‘สถาปัตยกรรมรวบรวมและเปลี่ยนพลังงานที่มองไม่เห็นอย่างอากาศ แสง เสียง และปรากฏการณ์ธรรมชาติ มาสู่ประสบการณ์ที่มองเห็นและจับต้องได้’ สถาปนิกเขียนอธิบายในเว็บไซต์ของตัวเอง ‘ช่วยให้ผู้คนเกิดช่วงเวลาเชื่อมต่อกับจักรวาล และวัฏจักรของธรรมชาติที่ไม่สิ้นสุด’


Photo: Iwan Baan 


