‘นครโอเค ซิงกอร่าเหนือกาลเวลา 2’ นิทรรศการศิลปะชุมชนโดยนาวิน ลาวัลย์ชัยกุล ที่ชวนสำรวจความเปลี่ยนแปลงของเมืองเก่าสงขลาผ่านเรื่องราวของผู้คน ความทรงจำ และกาลเวลาที่เดินทางผ่านไปกว่าสิบปี
TEXT: TUNYAPORN HONGTONG
PHOTO CREDIT AS NOTED
(For English, press here)
หลายครั้ง การจะทำความเข้าใจศิลปะชุมชนของ นาวิน ลาวัลย์ชัยกุล ไม่ใช่การหันหน้ามองไปยังผลงานที่เขาและทีมงานสร้างขึ้น แต่เป็นการหันหลังให้กับงานชิ้นนั้น แล้วสำรวจปฏิกิริยาที่ปรากฏบนใบหน้าและในบทสนทนาของชาวชุมชน ผู้ซึ่งกำลังยืนชมศิลปะที่บรรจุเรื่องราวของพวกเขาเอาไว้

Photo courtesy of StudiOK
ดูอย่างใน ‘นครโอเค ซิงกอร่าเหนือกาลเวลา’ (OK Nakhon – Singora Diary) นิทรรศการที่นาวินจัดขึ้นเป็นครั้งแรกที่เมืองเก่าสงขลาในปี 2559 เมื่อหันหลังให้กับจิตรกรรมชุมชนขนาดใหญ่ที่รวบรวมเรื่องราวของผู้คนมาเรียงร้อยคล้ายตัวละครหลากหลายในภาพยนตร์ ภาพที่เห็นคือตัวละครหลายคนจากในจิตรกรรมนั้น กำลังโพสท่าถ่ายรูปคู่กับตัวเองอย่างสนุกสนาน ส่วนในค่ำคืนเปิดนิทรรศการ ขณะที่นาวินจัดฉายภาพยนตร์ที่เขาตระเวนสัมภาษณ์ชาวชุมชน เมื่อหันหลังให้กับจอภาพ เราก็ได้เห็นผู้ชมกำลังยิ้มแย้ม รับชมเรื่องราวบนจออย่างมีความสุข

Photo: Kijpimuk Thawornsuk
และหลังจากผ่านไปสิบปี บ้านและร้านค้าหลายแห่งยังคงติดรูปจิตรกรรมชุมชนขนาดย่อมที่นาวินมอบให้เป็นที่ระลึกไว้บนผนัง ร่วมกับรูปถ่ายครอบครัวและประกาศนียบัตรต่างๆ ที่เป็นความภูมิใจของพวกเขา
“หลายคนที่นี่เค้ารู้สึกว่าสิ่งที่เราทำนั้นมีความหมายมาก มากกว่าที่เราคิดว่าเราทำอีก” นาวินเล่าให้เราฟัง

Photo: Kijpimuk Thawornsuk
ความหมายที่ผู้ชมได้รับจากศิลปะนี้เอง เมื่อถูกส่งกลับมายังศิลปินก็น่าจะทำให้นาวินยิ่งผูกพันกับเมืองเล็กๆ แห่งนี้ จากเมืองเก่าริมทะเลสาบที่เขาเพียงเดินทางผ่านมาเมื่อสิบกว่าปีก่อน ชุมชนเก่าแก่ที่เขามองว่ามีความหลากหลายทางวัฒนธรรมคล้ายคลึงกับกาดหลวงหรือตลาดวโรรสในเชียงใหม่ สถานที่ที่เขาและครอบครัวเคยอาศัยอยู่ จึงกลายเป็นเมืองที่นาวินกลับมาเยี่ยมเยียนอยู่หลายครั้ง และยังคงติดต่อถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกับชาวชุมชนอยู่เสมอ จนในที่สุดในปีนี้ จากเมืองที่ไม่เคยเกี่ยวข้องอะไรกับนาวินมาก่อนเลย เมืองเก่าสงขลาก็กลายเป็นเมืองที่เขากลับมาจัดนิทรรศการเป็นครั้งที่สอง

Photo: Kijpimuk Thawornsuk
‘นครโอเค ซิงกอร่าเหนือกาลเวลา 2’ หรือ ‘OK Nakhon – Singora Diary 2’ (2026) เปิดนิทรรศการไปเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ในฐานะนิทรรศการหลักของ Singorama Art Festival (24-26 กรกฎาคม) ที่ StudiOK ของนาวินจัดร่วมกับ a.e.y. space

Photo: Kijpimuk Thawornsuk

Photo courtesy of StudiOK
ในนิทรรศการภาคต่อนี้ นาวินยังคงใช้รูปแบบศิลปะเหมือนคราวก่อน ทั้งจิตรกรรมชุมชนขนาดใหญ่ ‘นครโอเค ซิงกอร่าเหนือกาลเวลา 2’ (2569) และภาพยนตร์ที่ดำเนินเรื่องผ่านการสัมภาษณ์คนในชุมชน แม้จะมีอีกสื่อเพิ่มเข้ามาคือ หนังสือ ‘ซิงกอร่า ไดอารี่ บนสายลมแห่งทะเล’ ที่นาวินในฐานะผู้เขียน มีโอกาสใส่มุมมองของตนเองที่มีต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในเมืองเก่าสงขลาได้มากกว่าสื่อสองอย่างแรก ประกอบภาพวาดโดย กุลธวัช เจริญผล นักวาดภาพประกอบที่ปัจจุบันอาศัยอยู่ในสงขลา และมี มะลิ ลาวัลย์ชัยกุล ลูกสาวของนาวิน ร่วมเขียนบทกวีพร้อมภาพถ่าย แต่หนังสือก็เป็นสื่อที่นาวินใช้ในงานศิลปะเป็นประจำอยู่แล้ว และครั้งนี้เขายังคงใช้รูปแบบการเขียนจดหมายเพื่อเล่าเรื่องเช่นเดียวกับในนิทรรศการหลายครั้งก่อนหน้า รวมถึง ‘OK Nakhon’ เมื่อสิบปีก่อน

มะลิ ลาวัลย์ชัยกุล | Photo courtesy of StudiOK
ท่ามกลางรูปแบบศิลปะลายเซ็นของนาวินที่เราคุ้นเคย สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนในครั้งนี้คือเรื่องราวของเมืองและผู้คน ความเปลี่ยนแปลงแรกคือการเติบโตอย่างรวดเร็วของเมืองเก่าสงขลาในช่วงสิบปี จากเมืองเล็กๆ ริมทะเลสาบที่เงียบสงบ กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวและเมืองสร้างสรรค์ที่ไม่ได้มีแค่แกลเลอรี ร้านค้าใหม่ๆ และสตรีตอาร์ตผุดขึ้นมามากมายเท่านั้น แต่ยังมี TCDC Songkhla เป็นของตัวเองตั้งอยู่ขอบเมืองเก่าอีกด้วย
แต่แทนที่จะโฟกัสที่การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของเมือง นาวินเลือกเล่าเรื่องผ่านเรื่องราวของคนเป็นหลัก นั่นคงเป็นเพราะ ‘คน’ คือหัวใจในศิลปะชุมชนของเขา ในผลงานทั้งหมด เราจึงได้เห็นเรื่องราวของผู้คนแต่ละครอบครัวที่สืบทอดธุรกิจร้านค้าต่างๆ มายาวนาน และคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเมืองมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นศิลปิน นักออกแบบ หรือผู้ประกอบธุรกิจสร้างสรรค์ ทั้งคนสงขลาที่กลับมาอยู่บ้านและคนจากที่อื่นที่ย้ายเข้ามา ทำให้เมืองมีจิตวิญญาณของคนหลายรุ่นผสมผสานกัน

Photo courtesy of StudiOK

Photo: Kijpimuk Thawornsuk
ในจิตรกรรมชุมชนครั้งนี้ นาวินยังเพิ่มมาสคอตของ OK Nakhon เข้าไปตรงกลางภาพ คล้ายเป็นโลโก้ของเมืองเก่าสงขลา มาสคอตที่ว่าคือ ‘น้องอ้วน’ แมวชุมชนลายวัวสีขาวดำตัวอ้วนที่ว่ากันว่าสามารถเดินเข้าออกได้ทุกบ้าน (แต่จะเลือกนอนเฉพาะบ้านและร้านที่เปิดแอร์) ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ ตัวการ์ตูนน้องอ้วนนี้เป็นมากกว่าลูกเล่น เพราะเข้ากันได้ดีกับภาพของเมืองเก่าสงขลาที่กำลังเติบโตเป็นเมืองสร้างสรรค์ และมาสคอตนี้ยังถูกนำไปต่อยอดเป็นสินค้าดีไซน์ได้อีก เช่น เสื้อยืดที่ StudiOK ร่วมทำกับแบรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์ Good Goods

Photo: Kijpimuk Thawornsuk

Photo: Kijpimuk Thawornsuk
ยังมีอีกการเปลี่ยนแปลงหนึ่งใน ‘OK Nakhon’ ครั้งนี้ ซึ่งแม้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่แสนธรรมดา นั่นคือ การเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาที่เกิดกับชีวิตผู้คน แต่กลับเป็นเรื่องราวที่ทำงานกับความรู้สึกของผู้ชมได้มากกว่า
นาวินเล่าเรื่องราวส่วนนี้ผ่านภาพยนตร์ที่เขากลับไปถ่ายและสัมภาษณ์ชาวชุมชนแต่ละครอบครัว โดยใช้มุมกล้องเดิมแบบเดียวกับที่เคยใช้ และนำชอตใหม่มาตัดสลับกับชอตที่ถ่ายไว้เมื่อสิบปีก่อน บางครั้งภาพปัจจุบันในโทนสีปรากฏขึ้นก่อน แล้วจึงตัดสลับไปยังภาพเมื่อสิบปีก่อนในโทนขาวดำ เป็นวิธีบอกเวลาอย่างเรียบง่ายโดยไม่ต้องมีตัวหนังสือระบุปี พ.ศ. มาขัดจังหวะอารมณ์
ภาพชีวิตที่ห่างกันสิบปีนี้เผยให้เห็นเด็กน้อยที่เติบโตเป็นวัยรุ่นที่เพิ่งสอบติดมหาวิทยาลัย ผู้สูงวัยที่ชราภาพลง ร้านค้าเก่าแก่ที่บ้างมีรุ่นลูกรุ่นหลานรับช่วงสืบทอด แต่บ้างก็ปิดประตูร้านเป็นการถาวร ไม่ต่างจากบางคนที่เคยนั่งประจันหน้ากับกล้องพูดคุยกับนาวิน ก็เลือนหายไปแล้วในครั้งนี้

Photo courtesy of StudiOK
การเล่าเรื่องที่กินใจได้อย่างเรียบง่ายนี้ทำให้เราอดไม่ได้ที่จะนึกถึงผลงานก่อนหน้าของนาวินที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับครอบครัวและอาจารย์ที่เขาเคารพรัก เช่น ‘A Tale of Two Homes’ (2015) และ ‘Revisited <> Departed’ (2019) การเชื่อมโยงของความรู้สึกนี้เองทำให้เราคล้ายๆ จะเห็นความผูกพันที่นาวินมีต่อเมืองเก่าสงขลาได้เป็นรูปธรรมมากขึ้น
เรื่องราวสามัญของชาวชุมชนยังทำให้คนที่เพียงผ่านมายังสงขลาตระหนักถึงสิ่งที่บางครั้งอาจหลงลืมไป นั่นคือถึงแม้เมืองเก่าสงขลาจะเติบโตกลายเป็นเมืองท่องเที่ยว เมืองศิลปะ หรืออะไรก็ตามที่สร้างความน่าตื่นตาให้กับคนที่มาเยือน แต่เมืองแห่งนี้ยังคงเป็นชุมชนที่มีผู้คนอาศัยและใช้ชีวิตอยู่มานาน ผู้คนเหล่านี้ไม่เพียงเป็นส่วนหนึ่งของเมือง แต่ชีวิต การงาน และความสัมพันธ์ของพวกเขายังร่วมกันสร้างเรื่องราวและประวัติศาสตร์ของเมืองขึ้นมา ไม่ว่าในอนาคตเมืองเก่าสงขลาจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด พวกเขาจึงควรเป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดความเปลี่ยนแปลงนั้นด้วย
ส่วนในมุมของชาวชุมชน แม้เราจะไม่อาจบอกได้ว่าพวกเขารู้สึกอย่างไรกับงานทั้งหมดนี้ แต่การที่เรื่องราวของผู้คน ครอบครัว ร้านค้า และวิถีชีวิตในชุมชนถูกนำมาบันทึกร่วมกันผ่านงานศิลปะ อย่างน้อยก็ทำให้เรื่องราวเหล่านั้นกลายเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำร่วมของชุมชน และอาจทำให้งานครั้งนี้เข้าใกล้สิ่งที่นาวินมองว่าเป็นหน้าที่หนึ่งของศิลปะชุมชน นั่นคือ ‘การทำให้คนในชุมชนมองเห็นคุณค่าของตัวเอง’

Photo courtesy of StudiOK
‘นครโอเค ซิงกอร่าเหนือกาลเวลา 2’ จัดแสดงถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 วันศุกร์-อาทิตย์ 11:00-19:00 น. ที่ ท่าน้ำนพรัมภา 35 (ถนนนครนอก อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา)

Photo: Kijpimuk Thawornsuk 





















