All posts by Ketsiree Wongwan

PHOTO ESSAY : UNCERTAINTIES OF THEIR HOPES

TEXT & PHOTO: AKKARA NAKTAMNA

(For English, press here)

ฝันล้ม

อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเป็นเหมือนตัวแทนที่ป่าวประกาศอย่างภาคภูมิว่า ประเทศไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยที่ดูมีความเจริญทัดเทียมอารยประเทศ แต่ความเป็นจริงอาจไม่ได้สวยหรูขนาดนั้น คลื่นรบกวนมากมายแทรกแซงมาเป็นระยะๆ โดยอำนาจบางอย่าง ทำให้ประชาธิปไตยของไทยเดินทางอย่างกระท่อนกระแท่น ตั้งแต่เปลี่ยนการปกครองในปี ๒๔๗๕ มีการรัฐประหาร ๑๓ ครั้ง จำนวนรัฐธรรมนูญที่มีมากถึง ๒๐ ฉบับ เป็นเสมือนหลักฐานที่โดดเด่นและสื่อความหมายมากกว่าอนุสาวรีย์ปูนที่เอาไว้ให้รถขับรถวนผ่านหรือเอาไว้วางกระถางดอกไม้เสียด้วยซ้ำ งานภาพถ่ายชุดนี้ถ่ายภาพอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยจากหน้าจอทีวีที่เกิดสัญญาณรบกวนจนทำให้เกิดภาพที่บิดเกลียว เป็นคลื่นขาดๆ หายๆ ชาวบ้านเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “ภาพล้ม” ประชาธิปไตยไทยก็เหมือนกับภาพเหล่านี้ เปราะบาง อ่อนไหว ราวกับภาพฝัน แทรกแซงง่าย ล้มง่าย จนในที่สุดบีบให้ประชาชนต้องลุกขึ้นเอามือไปตบหลังทีวีให้ภาพกลับมาดูได้อีกครั้ง

_____________

อัครา นักทำนา เกิดที่กรุงเทพฯ เมื่อปี 1979 เริ่มถ่ายภาพด้วยตัวเองในปี 2008 โดยได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือภาพของ Elliott Erwitt และหนังเรื่อง Pecker ในปี 2012 เขาได้ร่วมก่อตั้งกลุ่มช่างภาพ Street Photo Thailand อัคราเคยเข้ารอบสุดท้ายของการประกวดภาพถ่ายแนวสตรีทตั้งแต่ปี 2013 ในเทศกาล Miami Street Photography Festival และได้แสดงผลงานในเทศกาลถ่ายภาพหลายรายการ อาทิเช่น Singapore Photo Festival 2016, Photo Bangkok Festival 2015-2018. Signs หนังสือภาพถ่ายของเขาที่ทำขึ้นในปี 2016 ปีเดียวกับงานแสดงภาพถ่ายเดี่ยวครั้งแรก ถูกรวบรวมเข้าไปไว้ที่ Franklin Furnace Archive และ MoMA Library กรุงนิวยอร์ก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานประกวดหนังสือภาพถ่าย The Anamorphosis Prize อัคราก่อตั้งอีแมกกาซีน CTypeMag เพื่อโปรโมตงานภาพถ่ายชุดที่น่าสนใจทั่วโลก ตามด้วยโปรเจค 99 Thai New Photographers ในปี 2020 อัคราได้รับการเสนอชื่อให้เข้าร่วม Joop Swart Masterclass ของทาง World Press Photo โดยมานิต ศรีวานิชภูมิ

akkaranaktamna.com/series/uncertainties-of-their-hopes

PHOTO ESSAY : WEEKEND STAGE

TEXT & PHOTO: SOOPAKORN SRISAKUL

(For English, press here)

ผมคิดถึงที่นั่นในวันคล้ายวันหยุด

มีเพียงบางสถานที่ที่เราจะปรนนิบัติมันได้ทั้งกลางวันและกลางคืน แต่แค่ทำงานจนมืดค่ำก็ไม่ได้หมายความว่าจิตของเราจะผูกพัน มันค่อนข้างแน่นอนว่าถ้าไม่อยู่กันดึกดื่นคงไม่มีใครเจอผี เรื่องมันมีอยู่ว่าเมื่อ 3 -10 กว่าปีก่อนที่สิ่งพิมพ์ยังไปได้สวย และที่ออฟฟิเรายังมีงานเลี้ยงฉลองอะไรสักอย่างที่ริมคลองบางกอกน้อย อันบรรจบกับคลองมหาสวัสดิ์ซึ่งเคยเป็นทางคมนาคมแต่เก่าก่อน นิ่มชวนน้องๆ (ซึ่งน่าจะเป็นเค้กและว่าน) ลงไปหอบเอาสิงห์และไฮเนเก้นใส่เสื้อจนตุงขึ้นมาส่งพี่ๆ ที่นั่งปั่นงานอยู่ชั้นสาม แม้ทุกวันนี้งานฉลองจะกลับมาอีกครั้งกับถังใส่น้ำแข็งที่มีแค่เบียร์ช้าง ที่เหลือคาตู้เย็นทุกครั้งเกือบสัปดาห์ จ๋อมอดีตเลขาและคุณแม่ของผมก็ยังยืนยันว่าถ้าเรื่องผีให้โทรไปถามพี่ซาร่า เพราะที่เล่ามาผมไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ 

บางตำนานเริ่มลางเลือนไม่ปะติดปะต่อ ในขณะที่บางรูปถ่ายเมื่อเดือนก่อนยังแสดงทัศนียภาพกับหน้าต่างบานกระทุ้ง และเฟรมกระจกอะลูมิเนียมที่ไม่ได้ทำสีอโนไดซ์ ซึ่งมักถูกเปิดออกรับลมพร้อมเสียงเรือในช่วงเวลาหลังหนึ่งทุ่มช่วงเดือนเมษาจนถึงปลายมีนาคม ผลไม้แห้งกรังริมระเบียงที่ไม่รู้ใครเอาไปวาง ไม่ว่าจะกล้วยแอปเปิ้ลหรือมะม่วงมัน ทำให้นึกถึงเสียงแหวกก้านใบหนาพุ่มที่กระรอกกระโดดไล่กันบนต้นหมากแดง พวกมันมีขนฟูสีดำแตกต่างจากพญากระรอก และกระรอกพันธุ์ขนสีน้ำตาลท้องขาว และถ้าตอนนี้เป็นเวลากลางวันพวกมันคงจะพากันไต่ต้นหูกระจงมาถึงหน้าต่างชั้นสาม

ท่ามกลางแดดร้อนในวันหยุด บางทีผมจะแอบสูบบุหรี่โดยยื่นแขนออกไปด้านที่ติดกับร่องสวนผลไม้ที่มีฉากหลังเป็นต้นยางนาคู่หนึ่งที่สูงที่สุดใน กทม. นี่เป็นการสูบบนชั้นสามในวันหยุดที่ต้องใช้หลักการง่ายๆ ก็คือ งอข้อศอกตามองศาบานกระทุ้ง แล้วชูบุหรี่มวนสุดท้ายไว้นอกหน้าต่างเพื่อดูทิศทางลม โดยที่ขาทั้งสองข้างคอยระวังหนามจากแคคตัส รวมถึงไม้อวบน้ำที่ชาวออฟฟิศชอบปลูกไว้ริมหน้าต่าง มู่ลี่อะลูมิเนียมสีขาววางตัวซ้อนกันในแนวยาวกับเชือกสองเส้นที่มีไว้ปรับองศา และใช้เชือกอีกคู่หนึ่งสำหรับรูดมันขึ้นจนสุด ด้วยกระแสลมเย็นจากระบบปรับอากาศรวมของอาคาร ทำให้มันทิ้งคราบละอองน้ำรูปสันทรายจากลมทะเลไว้บนกระจกเสมอ 

ในวันคล้ายวันหยุด ผมกลับไปที่นั่นอีกครั้ง บ่ายร้อนระอุฉายแสงฉาบประตูสแตนเลสด้านหน้าที่แทบไม่เคยปิดเลยตลอด 15 ปี พร้อมเสียงเตาะแตะจากรองเท้าแตะที่ผมลากผ่านป้อมยาม และโรงพิมพ์ขนาดใหญ่โตที่เกือบครึ่งถูกรีโนเวทให้เป็นอะไรสักอย่าง ในที่สุดเสียงนั้นก็มาหยุดตรงหน้าพี่ยามที่วันนี้ต้องทำหน้าที่วัดอุณหภูมิแทนเจ้าหน้าที่พยาบาล เขาเคยเล่าให้ฟังว่ามีบ้านอยู่จอมทองหรือที่ไหนสักที่แถวเอกชัยแต่ผมก็ไม่เคยเห็นเขากลับบ้านเลยสักครั้ง ด้วยเครื่องวัดที่ชี้มาบนหน้าผากแสดงผลสีแดง พี่ยามบอกผมว่าอากาศคงร้อนไปและบอกให้ผมลองเอาหน้าจ่อกับพัดลมเป็นครั้งที่สี่

บ่ายวันนี้น่าจะเป็นโอกาสดีที่จะกลับไปโทรหาพี่ซาร่า และคงต้องส่งข้อความถามเบอร์เธอจากใครคนหนึ่ง

_____________

ศุภกร​ ศรี​สกุล ช่างภาพประจำนิตยสาร​บ้านและสวน รวมทั้งรูมแมกกาซีน​ นอกเหนือจากถ่ายภาพแนวสถาปัตยกรรม​แล้วมักถ่ายสิ่งใกล้ตัว​ (ยกตัวอย่างง่ายๆ เลยคือแฟน)

behance.net/soopakornsrisakul