Category: PHOTO ESSAY

PHOTO ESSAY : NEKO CATS OF JAPAN


TEXT & PHOTO: MASAYUKI OKI

(For English, press here

ภาพถ่ายซีรีส์นี้เป็นส่วนหนึ่งของ ‘Neko Cats of Japan’ โฟโต้บุ๊คต่างประเทศเล่มแรกของผม ซึ่งตีพิมพ์เมื่อเดือนมีนาคม 2026 ที่ผ่านมา ภายในเล่มเป็นประสบการณ์การเดินทางของผมทั่วประเทศญี่ปุ่น ผมพยายามจับภาพท่วงท่าและสีหน้าอันละเอียดอ่อนที่เปิดเผยหัวใจที่แท้จริงของแมว รวมถึงเอกลักษณ์เฉพาะที่มาพร้อมความน่ารักในธรรมชาติ โดยภาพแต่ละภาพเป็นการแสดงความเคารพเพื่อนแมวเหมียวอันเป็นที่รักเหล่านี้ที่อาศัยอยู่ท่ามกลางภูมิทัศน์อันงดงามของญี่ปุ่น

___________________

มาซายูกิ โอกิ (Masayuki Oki) ช่างภาพชาวญี่ปุ่นผู้เริ่มถ่ายภาพแมวอย่างจริงจังในปี 2014 หลังพบกับแมวตัวแรกชื่อ ‘บุซะเนียน เซนไป’ (Busanyan Senpai) ผลงานของเขาโดดเด่นในการจับภาพอารมณ์และความสัมพันธ์ของแมวที่คล้ายมนุษย์ จนมีชื่อเสียงและได้ขยายสู่ระดับสากลด้วยการจัดนิทรรศการที่ไต้หวันพร้อมออกโฟโต้บุ๊คในปีนี้ ปัจจุบันเขาพร้อมเปิดรับโอกาสในการร่วมงานระดับนานาชาติอยู่เสมอ

instagram.com/okirakuoki

PHOTO ESSAY : INCONVENIENT SUNSET


TEXT & PHOTO: BHUMIBHAT PROMBOOT

(For English, press here

สิ่งปลูกสร้างกับพื้นที่สาธารณะมักถูกใช้เป็นเครื่องมือในการพยายามก่อรูปสังคมและวัฒนธรรมใหม่ๆ ขึ้นมา ที่ยังแสดงถึงร่องรอยของอำนาจในการที่จะต้องการลบรูปสังคมและวัฒนธรรมดั้งเดิมไปพร้อมๆ กัน ผ่านกระบวนการวิธี เช่น การซ้อนทับ การแทนที่ หรือการหลอมรวม ที่ไม่ใช่เพียงกระบวนการทางกายภาพที่เกิดขึ้นโดยปกติธรรมชาติ หากแต่เป็นกลไกเชิงโครงสร้างที่คอยบีบและรัดวิถีชีวิตของผู้คนและชุมชนให้ยอมรับและเคยชินกับความไม่ปกติธรรมดาที่เกิดขึ้น 

ภายใต้แรงกดของระบบแรงงานและอุตสาหกรรม ผู้คนที่แวดล้อมทั้งที่อยู่ในและอยู่นอกระบบแรงงาน ต่างต้องการพื้นที่สาธารณะสำหรับพักผ่อนที่รู้สึกปลอดภัยและปลอดโล่งจากภาพการทำงานที่พบเจอในทุกๆ วัน เพื่อเยียวยาความเหนื่อยล้าและความเครียดต่างๆ ภายใต้มายาคติของความปรารถนา ความสุขเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้มีแรงขับเคลื่อนชีวิตให้ดำเนินต่อไปได้ 

ภาพชายหาดในแถบนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดคือภาพซ้อนของความหวังและความฝันของการพัฒนาพื้นที่สาธารณะโดยรอบนิคมอุตสาหกรรม ในนิยามของการมีงานทำ มีรายได้ที่มั่นคง ที่พื้นที่ทะเลและพื้นที่ชายหาดบางส่วนได้ถูกถมที่ เพื่อใช้เป็นสาธารณประโยชน์ในการผลิตพลังงานและสร้างพื้นฐานทางชีวิตที่มั่นคงเพื่อคนทั้งประเทศ ทั้งสิ่งก่อสร้างและโรงงานไฟฟ้า ได้เข้ามาซ้อนทับภูมิทัศน์ของพื้นที่สาธารณะเดิมที่ถูกใช้สำหรับการพักผ่อนและถูกแทนที่พื้นที่ของการทำประมงชายฝั่งเดิมให้ค่อยๆ ยอมรับและปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงที่ไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ ความแปลกใหม่เหล่านั้น จึงค่อยๆ ถูกทำให้กลายเป็น ‘ความปกติใหม่’ ที่ทำให้รอยต่อของพื้นที่สาธารณะที่ คน ทะเลและอุตสาหกรรม นั้นไม่สามารถแยกออกจากกันได้ 

วันนี้บนพื้นที่ริมชายหาดย่านนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ที่ทั้งคนระยองและคนจากหลายๆ สถานที่ ยังคงเข้ามาแวะเวียน พูดคุย พักใจ ทานอาหาร ตกปลา หรือทำกิจกรรมที่ริมชายหาดกันอย่างปกติธรรมดา ที่เกิดขึ้นอยู่เคียงข้างขนานไปกับเส้นแนวเขตของโรงงานไฟฟ้าที่ตั้งอยู่คั่นกลางและแบ่งแยกเส้นขอบฟ้ากับขอบทะเลมาบตาพุดให้แยกออกจากกัน ผ่านภาพเคลื่อนไหวของเวลา ที่ดวงอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้า ที่ ‘อดีต’ และความทรงจำเดิมกำลังจะลางเลือน ที่ซึ่ง ‘ปัจจุบัน’ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศยังคงเป็นตัวชี้วัดความมั่งคั่ง โดย ‘อนาคต’ ก็ยังเป็นปริศนาของความยั่งยืน ที่กระทบกับความเป็นไปของ ‘พื้นที่สาธารณะชายฝั่ง’ ในนามของการมีอยู่ของ ‘นิคมอุตสาหกรรมชายฝั่งทะเลตะวันออก’

___________________

ภูมิภัทร พรหมบุตร ภายใต้โครงการ Human Made in Rayong ร่วมกับ EPIGRAM, Thai News Pix, ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม และ Dot to Dot

instagram.com/bhumibhatpromboot

PHOTO ESSAY : URBAN LIGHT


TEXT & PHOTO: PATTARADANAI FANGNOI

(For English, press here

ภาพชุดนี้เป็นการสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างแสง วัตถุ และผู้คนในพื้นที่เมือง ผ่านการสังเกตในชีวิตประจำวันของผู้ถ่าย แสงถูกใช้เป็นองค์ประกอบหลักในการเปิดเผยและปิดบังบางสิ่ง ขณะที่วัตถุและผู้คนกลายเป็นเพียงร่องรอยของการดำรงอยู่ในช่วงเวลาสั้นๆ ภาพทั้งหมดไม่ได้พยายามเล่าเรื่องอย่างตรงไปตรงมา แต่เปิดพื้นที่ให้ผู้ชมตีความและเชื่อมโยงกับประสบการณ์ของตัวเอง

___________________

ภัทรดนัย แฟงน้อย เป็นช่างภาพที่สนใจการบันทึกเรื่องราวของผู้คนและสถานที่ผ่านช่วงเวลาจริงในชีวิตประจำวันในมุมมองความร่วมสมัยของคนรุ่นใหม่

instagram.com/aboutneung

PHOTO ESSAY : SOMETHING IN EVERYTHING


TEXT & PHOTO: SUKRIT PATJUNTADUSIT

(For English, press here

“เสียงกระซิบจากโรงงาน มันดังกว่าเสียงร้องของชาวบ้าน” 

ประโยคนี้ถูกพูดโดยตัวแทนชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากมลพิษที่กำเนิดมาจากโรงงานต่างๆ ในจังหวัดระยอง ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยควันส่งกลิ่นเหม็น และการรั่วไหลของสารเคมีปริศนาในทะเลที่มักจะเกิดขึ้นสลับกันเป็นประจำทุกปี ซึ่งส่งผลให้สิ่งมีชีวิตทางทะเลเริ่มหายไป ชาวประมงก็มีรายได้ลดน้อยลง และสุขภาพของผู้คนที่มีอัตราการเป็นโรคมะเร็งเพิ่มสูงขึ้น 

ภาพถ่ายชุด SOMETHING IN EVERYTHING เป็นผลงานเชิงทดลองและสำรวจบนพื้นที่จริงในจังหวัดระยอง โดยใช้แผ่นฟิล์มในการบันทึกภาพและนำมาทดลองด้วยเทคนิค ‘ฟิล์มซุป’ (film Soup)

สิ่งที่นำมาใช้ซุปฟิล์มคือน้ำจากท่อน้ำทิ้งที่ต่อตรงมาจากในโรงงานที่กำลังไหลลงสู่ทะเล น้ำจากบ่อบำบัดน้ำเสียที่เกิดการรั่วไหลลงแหล่งน้ำของชุมชน ดินที่ปนเปื้อนเคมีจากสวนยางพาราที่อยู่ติดกับโรงงานที่เคยเกิดเหตุไฟไหม้ ขี้เถ้าจากถังสารเคมี และน้ำมันดิบที่ชาวบ้านเก็บได้จากเหตุการณ์ท่อส่งน้ำมันรั่วไหลลอยขึ้นมาบนหาดแม่รำพึงปี 2565 

เมื่อผ่านกระบวนการล้างและทำให้ภาพปรากฏบนแผ่นฟิล์มแสดงให้เห็นถึงรูปร่างที่แท้จริงของผลกระทบมีทั้งที่ทำให้สีสันผิดเพี้ยนไป เกิดคราบต่างๆ จากสารเคมี ที่มีความเป็นกรดกัดกร่อนแผ่นฟิล์มจนทำให้เนื้อฟิล์มเสียหาย และผิดรูปไปจากเดิม กระบวนการทดลองนี้ได้แสดงให้เห็นถึงบางสิ่งบางอย่างที่อาจสามารถทำให้เกิดความผิดปกติขึ้นได้ในร่างกายมนุษย์ ไม่ต่างจากแผ่นฟิล์มที่นำมาทดลอง

___________________

เปา สุกฤษฎิ์ ปัจจันตดุสิต หรือ SiiXTY-4 (64) ช่างภาพและศิลปินภาพถ่าย ปัจจุบันเป็นช่างภาพอิสระรับถ่ายงาน commercial และงาน event ต่างๆ ในบทของการเป็นศิลปินภาพถ่ายเปามีความสนใจในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ร่องรอยการกระทำบางอย่าง และการตั้งคำถามถึงความเป็นมนุษย์ ปัจจุบันอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ เมืองที่เต็มไปด้วยอารยธรรมและความวุ่นวาย

siixty-4.com
facebook.com/IXVIIXLI

PHOTO ESSAY : 10.96%


TEXT & PHOTO: JAD JADSADA

(For English, press here

โปรเจกต์การถ่ายภาพทุกวันนี้เริ่มต้นจากความรู้สึกของการขาดแรงบันดาลใจในการถ่ายภาพ เลยคิดว่าโปรเจกต์นี้น่าจะทำให้เราจับกล้องง่ายขึ้น ตลอดระยะเวลาในการทำโปรเจกต์นี้ทำให้เรารู้ว่า การถ่ายภาพสตรีทนอกจากประสบการณ์แล้ว ต้องพึ่งพาเรื่องของโชคชะตาด้วยเหมือนกัน เพราะบางวันเดินถ่ายภาพหลายชั่วโมงกลับไม่ได้ภาพที่พอใจ แต่ในบางวันเดินแค่ไม่กี่นาทีก็ได้ภาพที่พอใจแล้ว นั้นมันคือเสน่ห์ของการถ่ายภาพสตรีทในทุกๆ วัน

ภาพชุดนี้เป็นส่วนหนึ่งของ ‘10.96%’ โปรเจกต์ photobook ของ เจษฎา อินเอก ที่เกิดจากการถ่ายภาพวันละหนึ่งรูปทุกวันเป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม โดยใน photobook นี้ เจษฎาได้คัดเลือกและตีพิมพ์รูปภาพที่เขาชอบที่สุดเป็นจำนวน 40 รูป หรือคิดเป็นสัดส่วน 10.96% ของ 365 อันเป็นจำนวนรูปภาพทั้งหมดที่เขาได้ถ่ายไว้ในโปรเจกต์นี้

___________________

เจษฎา อินเอก เป็นช่างภาพ Street ที่ถ่ายภาพอย่างจริงจัง และเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่ม 365 Days Street Photography โดยตอนนี้เขากำลังทำ photobook ในชื่อ ‘40/365 Days Street Photography’

facebook.com/Jadsadainek
instagram.com/JAD__JADSADA

PHOTO ESSAY : SEOUL


TEXT & PHOTO: RYO KATSUMURA

(For English, press here

ซีรีส์นี้เป็นส่วนหนึ่งของ photo zine แรกของผมชื่อว่า ‘SEOUL’ ที่เพิ่งตีพิมพ์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ที่ผ่านมา แทนที่ผมจะถ่ายภาพสถานที่หรือแลนด์มาร์กสำคัญๆ ผมกลับเตร็ดเตร่ในเมืองและเลือกจับห้วงเวลาอันเงียบสงบของแสง การสาดสะท้อนของเงา และฉากเล็กๆ ที่รู้สึกว่าใช่ต่อความรู้สึกของผม เป็นการถ่ายภาพที่ทำงานอย่างใกล้ชิดกับความรู้สึกที่ผมมีต่อ ‘สิ่งดีๆ’ ที่ถูกโอบอุ้มไว้อย่างเงียบเชียบภายในจิตใจ

ตั้งแต่เปิดตัว photo zine ชุดนี้ ได้รับการนำเสนอและพูดถึงโดยสื่อจากไต้หวัน และปัจจุบันนี้วางแผงอยู่ในร้านหนังสือที่เกาหลีใต้ ฮ่องกง และไทย แต่อย่างไรก็ตาม ผมเองก็คิดไว้ว่าอยากจะนำเสนอผลงานชิ้นนี้ให้กว้างไกลไปยิ่งขึ้นในอนาคต

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถชมผลงานเพิ่มเติมได้ที่ลิงก์: facebook.com/share/p/1C8cmXQKBF

___________________

เรียว คัตสึมูระ (Ryo Katsumura) เป็นช่างภาพชาวโตเกียว ที่มักถ่ายภาพด้วยความรู้สึกเงียบสงบและวางใจ รวมถึงความรู้สึก ‘ดีๆ’ ที่ยังตราตรึงในหัวใจของเขา แม้สถานที่นั้นจะเปลี่ยนไปแค่ไหนก็ตาม อาจจะบอกได้ว่าเขามักถูกดึงดูดด้วยความสนใจที่มีต่อบรรยากาศพิเศษ อันมากด้วยมวลความรู้สึกอันละเอียดอ่อนที่ฟุ้งกระจายอยู่ในแต่ละเมืองที่หาไม่ได้จากที่ไหน

ryokatsumura.photo
instagram.com/2.ryo.photo

PHOTO ESSAY : CHROMATIC: A JOURNEY THROUGH NEIGHBORHOOD COLOR


TEXT & PHOTO: MICK SONCHAROEN

(For English, press here

บางครั้งเรามักจะมองข้ามคุณค่าและความงามของสิ่งที่เราคุ้นเคย

เฉกเช่นเรื่องราวของย่านการค้าสำคัญในเมืองเก่ากรุงเทพฯ อย่างทรงวาด พาหุรัด ปากคลองตลาด ที่อาจจะเป็นสถานที่ธรรมดาของใครหลายคน แต่บางครั้งมันอาจจะมีมุมที่คุณมองไม่เห็นซ่อนอยู่

ชุดภาพถ่าย CHROMATIC: A Journey Through Neighborhood Color เป็นการเก็บบันทึกและมองภาพย่านเมืองเก่าของกรุงเทพฯ ในมุมที่แตกต่าง ซึ่งให้ความสำคัญกับการอยู่ร่วมกันของอดีตและปัจจุบัน

เอกลักษณ์ของความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทั้งไทย จีน และอินเดีย ถูกแสดงออกผ่านทางสีสันที่สอดแทรกอยู่ในชุมชน ไม่ใช่เฉพาะสีของวัตถุหรือสถาปัตยกรรม แต่รวมถึงความหลากหลายของสีสันในการใช้ชีวิต การค้าขาย และกิจกรรมของวิถีชีวิตในทุกๆ วันที่หลอมรวมกันอย่างลงตัว

บางครั้งการมองสิ่งที่เราเคยชินให้ลึกลงไป อาจทำให้เราได้เห็นถึงมุมมองใหม่ๆ เพราะหัวใจของสถานที่คือการมีอยู่ของผู้คนและชีวิตที่มีความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา นำมาซึ่งเสน่ห์ของการผสมผสานระหว่างสิ่งใหม่ๆ และความดั้งเดิม ทำให้ย่านเหล่านี้ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

___________________

มิก สนเจริญ นักวางกลยุทธ์โฆษณาที่หลงรักการถ่ายรูปมามากกว่า 20 ปี จบการศึกษาจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ทำให้มิกมีความสนใจในรูปทรง พื้นที่ และผิวสัมผัส เป็นพิเศษ งานของเขามักถ่ายทอดมุมมององค์ประกอบเชิงเรขาคณิตและโครงสร้างด้วยการใช้แสงและเงาที่เป็นเอกลักษณ์​ นอกจากความสนใจงานภาพถ่ายสถาปัตยกรรม สตรีท และ พอร์ตเทรต มิกยัง มีผลงานภาพถ่ายกีฬา (action sports) ที่ได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศ

instagram.com/shotby.mick
instagram.com/micksoncharoenphoto

PHOTO ESSAY : WHITHER RIVERS FLOW


TEXT & PHOTO: XIMENG TU

(For English, press here

ในฐานะช่างภาพสถาปัตยกรรม เสียงชัตเตอร์ของผมคือการตามหา ‘พื้นผิว’ ของเมืองที่กำลังถูกกลบด้วยเสียงอึกทึกของวัฒนธรรมฉาบฉวย ผมเติบโตมากับเสียงหวูดเรือและเขม่าควันริมฝั่งแม่น้ำเจียหลิงในยุคอุตสาหกรรมสร้างชาติ ความทรงจำเหล่านั้นคือรากเหง้าที่ทำให้ผมเห็นความต่างเมื่อย้ายไปอยู่ทางเหนือ และเมื่อกลับมาฉงชิ่งอีกครั้งในวันที่เมืองกลายเป็นเพียง ‘ฉากหลัง’ สำหรับนักท่องเที่ยว ความแปลกแยกนี้ทำให้ผมตระหนักว่า เลนส์กล้องต้องทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงกาลเวลา ไม่ใช่แค่การบันทึกภาพ 

ภายใต้แรงกดดันของระบบทุนนิยมที่บีบอัดเมืองให้เหลือเพียงสัญลักษณ์เชิงพาณิชย์ ผมมองเห็นฉงชิ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่มีชีวิต เป็นภาชนะรองรับความสัมพันธ์ของมนุษย์ ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ผมลงพื้นที่เก็บข้อมูลภาคสนามผ่านภาพถ่าย เพื่อค้นหา ‘การต่อต้านที่เงียบเชียบ’ ของผู้คนตัวเล็กๆ ในตรอกซอกซอยที่มักถูกลืม โดยวางร่องรอยชีวิตเหล่านี้ให้สนทนากับความล้ำสมัยอย่างเหนือจริง 

ชื่อชุดภาพ Whither Rivers Flow สะท้อนว่าภาพเมืองที่กินใจควรเป็นเหมือนสายน้ำ ที่นอกจากจะแบกรับน้ำหนักของประวัติศาสตร์ ยังสะท้อนเฉดสีของความเป็นมนุษย์ไปพร้อมกัน เพราะท้ายที่สุดแล้ว ผู้คนก็เหมือนกระแสธารที่ไหลเวียน ทิ้งเรื่องราวและรับความทรงจำใหม่ๆ อยู่ระหว่างขุนเขาและสายน้ำตลอดกาล

___________________

ซีเหมิง ตู (Ximeng Tu -屠栖蒙) ช่างภาพสถาปัตยกรรมชาวฉงชิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ผู้ถ่ายทอดสถาปัตยกรรม ชีวิต และธรรมชาติบนแม่น้ำสองสายในเมืองฉงชิ่ง เพื่อบันทึกความสัมพันธ์และปฏิสัมพันธ์ในสิ่งเหล่านั้นผ่านร่องรอยการขยายตัวของเมืองและท้องถิ่น

instagram.com/aka_sk8simon

PHOTO ESSAY : SAME PLACE, SAME TIME


TEXT & PHOTO: KANTAWEE JINTANON

(For English, press here

เขาว่ากันว่า “หากคุณสามารถถ่ายภาพสตรีทในสถานที่เดียวกันได้เป็นเวลา 1 ปีติดต่อกัน คุณจะสามารถถ่ายภาพที่ไหนก็ได้บนโลกนี้” ตอนแรกผมก็ยังไม่เข้าใจคำพูดนี้ จนกระทั่งผมได้ถ่ายรูปใน ‘สวนลุมพินี’ ในตอนเช้าหลังจากออกกำลังกายเสร็จเป็นเวลา 1 ปีติดต่อกัน ทำให้ผมเข้าใจในประโยคดังกล่าวมากขึ้น

___________________

อาร์ม-กัณฐีวร์ จินตานนท์ เป็นพนักงานออฟฟิศทั่วไป (ตำแหน่ง Software Tester) ที่รักในการถ่ายภาพในการใส่ความคิดสร้างสรรค์ให้กับภาพทุกใบที่ถ่ายเพื่อให้ภาพของเรานั้นออกมาไม่เหมือนคนอื่นๆ ในทุกๆ สถานที่ที่ตัวเราไป

facebook.com/arm.kantawee
instagram.com/kantawee_street_snap

PHOTO ESSAY : LOST IN THE MOON


TEXT & PHOTO: CHATURON YADAM

(For English, press here

ถึงดวงจันทร์… เธอผู้ที่ฉัน ทำได้เพียงมองจากตรงนี้… อยู่บนนั้น มีแค่ดาวกับฟ้า คงเหงาแย่เลย 

คุณเคยหลงรักดวงจันทร์กันบ้างไหม?
ผมเป็นคนหนึ่งที่ตอนนี้หลงไหลดวงจันทร์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เรียกได้ว่าเป็นกระต่ายผู้หลงจันทร์พิศวาสเลยก็ว่าได้ 

ถึงแม้หลายๆ คนบอกว่า ดวงจันทร์… คือสัญลักษณ์ของความเป็นไปไม่ได้
มีคนบอกไว้แบบนั้น ที่เราทำได้เพียงแค่เฝ้ามองมันจากที่ไกลๆ แต่ไม่มีทางจะได้ครอบครองมัน 

เปรียบประดุจเธอไม่ต่างจากจันทร์อันแสงไกล
ที่มีกระต่ายเฝ้าหมายจันทร์และหมายปองอีกแสนตัว
มีดาวอีกแสนดวง เธอนวลผ่องกว่าดาวแสงใด
ถึงแม้อยากขึ้นไป แต่ฝูงกระต่ายก็แสนกลัว 

แต่ลึกๆ แล้วฉันก็ยังอยากจะครอบครองเธอ ถึงแม้จะเป็นเพียงในลักษณะของรูปภาพ ก็ยังดี… 

ฉันคือผู้ที่คอยจับคู่ให้กับดวงจันทร์ ถึงแม้ตัวฉันจะอยากคู่กับจันทร์มากสักเพียงใด แต่ก็คงเป็นไม่ได้ (เพราะไม่มีใครมาถ่ายให้ 5555) แต่ถึงเราจะไม่ได้ครอบครองมัน เพียงแค่เราได้มองจากตรงนี้ก็มีความสุขดีเช่นกัน 

สุดท้ายนี้ถึงดวงจันทร์ของผมจะไม่ได้ใหญ่โตเหมือนคนอื่นๆ แต่ผมถ่ายมันออกมาในแบบของผมได้เช่นกัน…

___________________

หลง – จตุรนต์ ยาดำ เป็นพ่อค้าที่หลงใหลในการถ่ายภาพ ถ่ายหลากหลายแนว ชอบถ่ายภาพแนว minimal ชอบความเรียบง่าย ส่วนตัวชอบถ่ายภาพให้ภาพมีพื้นที่ทิ้งสเปซว่างๆ เอาไว้ดูคลีนๆ สะอาดตา ชอบบันทึกภาพของดวงจันทร์และท้องฟ้า ผมอยากเก็บความรู้สึกประทับใจทุกครั้งที่แหงนมองฟ้าให้คงอยู่กับผมตลอดไป ในรูปแบบของภาพถ่าย

instagram.com/lost_in_the_mooon