Category: PHOTO ESSAY

PHOTO ESSAY : 10.96%


TEXT & PHOTO: JAD JADSADA

(For English, press here

โปรเจกต์การถ่ายภาพทุกวันนี้เริ่มต้นจากความรู้สึกของการขาดแรงบันดาลใจในการถ่ายภาพ เลยคิดว่าโปรเจกต์นี้น่าจะทำให้เราจับกล้องง่ายขึ้น ตลอดระยะเวลาในการทำโปรเจกต์นี้ทำให้เรารู้ว่า การถ่ายภาพสตรีทนอกจากประสบการณ์แล้ว ต้องพึ่งพาเรื่องของโชคชะตาด้วยเหมือนกัน เพราะบางวันเดินถ่ายภาพหลายชั่วโมงกลับไม่ได้ภาพที่พอใจ แต่ในบางวันเดินแค่ไม่กี่นาทีก็ได้ภาพที่พอใจแล้ว นั้นมันคือเสน่ห์ของการถ่ายภาพสตรีทในทุกๆ วัน

ภาพชุดนี้เป็นส่วนหนึ่งของ ‘10.96%’ โปรเจกต์ photobook ของ เจษฎา อินเอก ที่เกิดจากการถ่ายภาพวันละหนึ่งรูปทุกวันเป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม โดยใน photobook นี้ เจษฎาได้คัดเลือกและตีพิมพ์รูปภาพที่เขาชอบที่สุดเป็นจำนวน 40 รูป หรือคิดเป็นสัดส่วน 10.96% ของ 365 อันเป็นจำนวนรูปภาพทั้งหมดที่เขาได้ถ่ายไว้ในโปรเจกต์นี้

___________________

เจษฎา อินเอก เป็นช่างภาพ Street ที่ถ่ายภาพอย่างจริงจัง และเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่ม 365 Days Street Photography โดยตอนนี้เขากำลังทำ photobook ในชื่อ ‘40/365 Days Street Photography’

facebook.com/Jadsadainek
instagram.com/JAD__JADSADA

PHOTO ESSAY : SEOUL


TEXT & PHOTO: RYO KATSUMURA

(For English, press here

ซีรีส์นี้เป็นส่วนหนึ่งของ photo zine แรกของผมชื่อว่า ‘SEOUL’ ที่เพิ่งตีพิมพ์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ที่ผ่านมา แทนที่ผมจะถ่ายภาพสถานที่หรือแลนด์มาร์กสำคัญๆ ผมกลับเตร็ดเตร่ในเมืองและเลือกจับห้วงเวลาอันเงียบสงบของแสง การสาดสะท้อนของเงา และฉากเล็กๆ ที่รู้สึกว่าใช่ต่อความรู้สึกของผม เป็นการถ่ายภาพที่ทำงานอย่างใกล้ชิดกับความรู้สึกที่ผมมีต่อ ‘สิ่งดีๆ’ ที่ถูกโอบอุ้มไว้อย่างเงียบเชียบภายในจิตใจ

ตั้งแต่เปิดตัว photo zine ชุดนี้ ได้รับการนำเสนอและพูดถึงโดยสื่อจากไต้หวัน และปัจจุบันนี้วางแผงอยู่ในร้านหนังสือที่เกาหลีใต้ ฮ่องกง และไทย แต่อย่างไรก็ตาม ผมเองก็คิดไว้ว่าอยากจะนำเสนอผลงานชิ้นนี้ให้กว้างไกลไปยิ่งขึ้นในอนาคต

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถชมผลงานเพิ่มเติมได้ที่ลิงก์: facebook.com/share/p/1C8cmXQKBF

___________________

เรียว คัตสึมูระ (Ryo Katsumura) เป็นช่างภาพชาวโตเกียว ที่มักถ่ายภาพด้วยความรู้สึกเงียบสงบและวางใจ รวมถึงความรู้สึก ‘ดีๆ’ ที่ยังตราตรึงในหัวใจของเขา แม้สถานที่นั้นจะเปลี่ยนไปแค่ไหนก็ตาม อาจจะบอกได้ว่าเขามักถูกดึงดูดด้วยความสนใจที่มีต่อบรรยากาศพิเศษ อันมากด้วยมวลความรู้สึกอันละเอียดอ่อนที่ฟุ้งกระจายอยู่ในแต่ละเมืองที่หาไม่ได้จากที่ไหน

ryokatsumura.photo
instagram.com/2.ryo.photo

PHOTO ESSAY : CHROMATIC: A JOURNEY THROUGH NEIGHBORHOOD COLOR


TEXT & PHOTO: MICK SONCHAROEN

(For English, press here

บางครั้งเรามักจะมองข้ามคุณค่าและความงามของสิ่งที่เราคุ้นเคย

เฉกเช่นเรื่องราวของย่านการค้าสำคัญในเมืองเก่ากรุงเทพฯ อย่างทรงวาด พาหุรัด ปากคลองตลาด ที่อาจจะเป็นสถานที่ธรรมดาของใครหลายคน แต่บางครั้งมันอาจจะมีมุมที่คุณมองไม่เห็นซ่อนอยู่

ชุดภาพถ่าย CHROMATIC: A Journey Through Neighborhood Color เป็นการเก็บบันทึกและมองภาพย่านเมืองเก่าของกรุงเทพฯ ในมุมที่แตกต่าง ซึ่งให้ความสำคัญกับการอยู่ร่วมกันของอดีตและปัจจุบัน

เอกลักษณ์ของความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทั้งไทย จีน และอินเดีย ถูกแสดงออกผ่านทางสีสันที่สอดแทรกอยู่ในชุมชน ไม่ใช่เฉพาะสีของวัตถุหรือสถาปัตยกรรม แต่รวมถึงความหลากหลายของสีสันในการใช้ชีวิต การค้าขาย และกิจกรรมของวิถีชีวิตในทุกๆ วันที่หลอมรวมกันอย่างลงตัว

บางครั้งการมองสิ่งที่เราเคยชินให้ลึกลงไป อาจทำให้เราได้เห็นถึงมุมมองใหม่ๆ เพราะหัวใจของสถานที่คือการมีอยู่ของผู้คนและชีวิตที่มีความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา นำมาซึ่งเสน่ห์ของการผสมผสานระหว่างสิ่งใหม่ๆ และความดั้งเดิม ทำให้ย่านเหล่านี้ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

___________________

มิก สนเจริญ นักวางกลยุทธ์โฆษณาที่หลงรักการถ่ายรูปมามากกว่า 20 ปี จบการศึกษาจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ทำให้มิกมีความสนใจในรูปทรง พื้นที่ และผิวสัมผัส เป็นพิเศษ งานของเขามักถ่ายทอดมุมมององค์ประกอบเชิงเรขาคณิตและโครงสร้างด้วยการใช้แสงและเงาที่เป็นเอกลักษณ์​ นอกจากความสนใจงานภาพถ่ายสถาปัตยกรรม สตรีท และ พอร์ตเทรต มิกยัง มีผลงานภาพถ่ายกีฬา (action sports) ที่ได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศ

instagram.com/shotby.mick
instagram.com/micksoncharoenphoto

PHOTO ESSAY : WHITHER RIVERS FLOW


TEXT & PHOTO: XIMENG TU

(For English, press here

ในฐานะช่างภาพสถาปัตยกรรม เสียงชัตเตอร์ของผมคือการตามหา ‘พื้นผิว’ ของเมืองที่กำลังถูกกลบด้วยเสียงอึกทึกของวัฒนธรรมฉาบฉวย ผมเติบโตมากับเสียงหวูดเรือและเขม่าควันริมฝั่งแม่น้ำเจียหลิงในยุคอุตสาหกรรมสร้างชาติ ความทรงจำเหล่านั้นคือรากเหง้าที่ทำให้ผมเห็นความต่างเมื่อย้ายไปอยู่ทางเหนือ และเมื่อกลับมาฉงชิ่งอีกครั้งในวันที่เมืองกลายเป็นเพียง ‘ฉากหลัง’ สำหรับนักท่องเที่ยว ความแปลกแยกนี้ทำให้ผมตระหนักว่า เลนส์กล้องต้องทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงกาลเวลา ไม่ใช่แค่การบันทึกภาพ 

ภายใต้แรงกดดันของระบบทุนนิยมที่บีบอัดเมืองให้เหลือเพียงสัญลักษณ์เชิงพาณิชย์ ผมมองเห็นฉงชิ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่มีชีวิต เป็นภาชนะรองรับความสัมพันธ์ของมนุษย์ ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ผมลงพื้นที่เก็บข้อมูลภาคสนามผ่านภาพถ่าย เพื่อค้นหา ‘การต่อต้านที่เงียบเชียบ’ ของผู้คนตัวเล็กๆ ในตรอกซอกซอยที่มักถูกลืม โดยวางร่องรอยชีวิตเหล่านี้ให้สนทนากับความล้ำสมัยอย่างเหนือจริง 

ชื่อชุดภาพ Whither Rivers Flow สะท้อนว่าภาพเมืองที่กินใจควรเป็นเหมือนสายน้ำ ที่นอกจากจะแบกรับน้ำหนักของประวัติศาสตร์ ยังสะท้อนเฉดสีของความเป็นมนุษย์ไปพร้อมกัน เพราะท้ายที่สุดแล้ว ผู้คนก็เหมือนกระแสธารที่ไหลเวียน ทิ้งเรื่องราวและรับความทรงจำใหม่ๆ อยู่ระหว่างขุนเขาและสายน้ำตลอดกาล

___________________

ซีเหมิง ตู (Ximeng Tu -屠栖蒙) ช่างภาพสถาปัตยกรรมชาวฉงชิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ผู้ถ่ายทอดสถาปัตยกรรม ชีวิต และธรรมชาติบนแม่น้ำสองสายในเมืองฉงชิ่ง เพื่อบันทึกความสัมพันธ์และปฏิสัมพันธ์ในสิ่งเหล่านั้นผ่านร่องรอยการขยายตัวของเมืองและท้องถิ่น

instagram.com/aka_sk8simon

PHOTO ESSAY : SAME PLACE, SAME TIME


TEXT & PHOTO: KANTAWEE JINTANON

(For English, press here

เขาว่ากันว่า “หากคุณสามารถถ่ายภาพสตรีทในสถานที่เดียวกันได้เป็นเวลา 1 ปีติดต่อกัน คุณจะสามารถถ่ายภาพที่ไหนก็ได้บนโลกนี้” ตอนแรกผมก็ยังไม่เข้าใจคำพูดนี้ จนกระทั่งผมได้ถ่ายรูปใน ‘สวนลุมพินี’ ในตอนเช้าหลังจากออกกำลังกายเสร็จเป็นเวลา 1 ปีติดต่อกัน ทำให้ผมเข้าใจในประโยคดังกล่าวมากขึ้น

___________________

อาร์ม-กัณฐีวร์ จินตานนท์ เป็นพนักงานออฟฟิศทั่วไป (ตำแหน่ง Software Tester) ที่รักในการถ่ายภาพในการใส่ความคิดสร้างสรรค์ให้กับภาพทุกใบที่ถ่ายเพื่อให้ภาพของเรานั้นออกมาไม่เหมือนคนอื่นๆ ในทุกๆ สถานที่ที่ตัวเราไป

facebook.com/arm.kantawee
instagram.com/kantawee_street_snap

PHOTO ESSAY : LOST IN THE MOON


TEXT & PHOTO: CHATURON YADAM

(For English, press here

ถึงดวงจันทร์… เธอผู้ที่ฉัน ทำได้เพียงมองจากตรงนี้… อยู่บนนั้น มีแค่ดาวกับฟ้า คงเหงาแย่เลย 

คุณเคยหลงรักดวงจันทร์กันบ้างไหม?
ผมเป็นคนหนึ่งที่ตอนนี้หลงไหลดวงจันทร์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เรียกได้ว่าเป็นกระต่ายผู้หลงจันทร์พิศวาสเลยก็ว่าได้ 

ถึงแม้หลายๆ คนบอกว่า ดวงจันทร์… คือสัญลักษณ์ของความเป็นไปไม่ได้
มีคนบอกไว้แบบนั้น ที่เราทำได้เพียงแค่เฝ้ามองมันจากที่ไกลๆ แต่ไม่มีทางจะได้ครอบครองมัน 

เปรียบประดุจเธอไม่ต่างจากจันทร์อันแสงไกล
ที่มีกระต่ายเฝ้าหมายจันทร์และหมายปองอีกแสนตัว
มีดาวอีกแสนดวง เธอนวลผ่องกว่าดาวแสงใด
ถึงแม้อยากขึ้นไป แต่ฝูงกระต่ายก็แสนกลัว 

แต่ลึกๆ แล้วฉันก็ยังอยากจะครอบครองเธอ ถึงแม้จะเป็นเพียงในลักษณะของรูปภาพ ก็ยังดี… 

ฉันคือผู้ที่คอยจับคู่ให้กับดวงจันทร์ ถึงแม้ตัวฉันจะอยากคู่กับจันทร์มากสักเพียงใด แต่ก็คงเป็นไม่ได้ (เพราะไม่มีใครมาถ่ายให้ 5555) แต่ถึงเราจะไม่ได้ครอบครองมัน เพียงแค่เราได้มองจากตรงนี้ก็มีความสุขดีเช่นกัน 

สุดท้ายนี้ถึงดวงจันทร์ของผมจะไม่ได้ใหญ่โตเหมือนคนอื่นๆ แต่ผมถ่ายมันออกมาในแบบของผมได้เช่นกัน…

___________________

หลง – จตุรนต์ ยาดำ เป็นพ่อค้าที่หลงใหลในการถ่ายภาพ ถ่ายหลากหลายแนว ชอบถ่ายภาพแนว minimal ชอบความเรียบง่าย ส่วนตัวชอบถ่ายภาพให้ภาพมีพื้นที่ทิ้งสเปซว่างๆ เอาไว้ดูคลีนๆ สะอาดตา ชอบบันทึกภาพของดวงจันทร์และท้องฟ้า ผมอยากเก็บความรู้สึกประทับใจทุกครั้งที่แหงนมองฟ้าให้คงอยู่กับผมตลอดไป ในรูปแบบของภาพถ่าย

instagram.com/lost_in_the_mooon

PHOTO ESSAY : COINCIDENCES IN THE STREET

  • Blue Umbrellas


TEXT & PHOTO: KANTAYA NEW

(For English, press here

ในฐานะช่างภาพสตรีท สิ่งที่คอยมองหาอยู่เสมอคือ ‘โมเมนต์’ สั้นๆ ที่ทุกอย่างลงตัวกันพอดี—อิริยาบถของคนเดินผ่าน ฉากหลัง และแสงสีในเฟรมที่ดูเหมือนตอบรับกัน ราวกับนัดกันไว้โดยไม่ตั้งใจ 

ภาพชุดนี้บันทึกความบังเอิญจากพื้นที่สาธารณะที่คุ้นตา—ทางเดิน ถนน หรือมุมเมืองที่เราเดินผ่านทุกวัน แต่ไม่ค่อยหยุดสังเกต หลายภาพเล่นกับความสัมพันธ์ระหว่างฉากหลัง สีสัน และท่าทางของผู้คน เช่น โปสเตอร์หรือภาพวาดที่ท่าทางไปพ้องกับคนจริง หรือลวดลายบนกำแพงที่ดูเหมือนต่อเนื่องกับคนเดินผ่านในเฟรมเดียวกัน ผู้คนธรรมดาเหล่านี้กลายเป็นตัวละครหลักในฉากสั้นๆ ที่เกิดขึ้นแล้วก็ผ่านไป 

นี่คือเหตุผลที่หยุดถ่ายภาพสตรีทไม่ได้ เพราะมันคือการเก็บเสี้ยววินาทีที่ไม่ได้จัดฉาก ไม่ได้ขอให้ใครโพสท่า แต่เปิดให้เห็นจังหวะ ความพอดี และความงามเล็กๆ ที่มักถูกมองข้าม ภาพเหล่านี้ชวนให้หันกลับไปมองพื้นที่เดิมด้วยสายตาใหม่ ว่าชีวิตประจำวันเต็มไปด้วยช่วงเวลาน่าจดจำมากกว่าที่คิด

___________________

กันตยา นิว เป็นช่างภาพสตรีทและภาพถ่ายแนวคอนเซ็ปชวล เชื้อสายไทย–สิงคโปร์ ผลงานสตรีทของเธอมุ่งเน้นการจับอิริยาบถของผู้คนในพื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะโมเมนต์ที่บังเอิญเข้าจังหวะกับฉากหลังและสีสันในเสี้ยววินาทีเดียว

ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่สิงคโปร์ ผลงานของเธอเคยจัดแสดงในระดับนานาชาติ และได้รับการคัดเลือกในหลายรางวัลสำคัญ เช่น Sony Alpha: MX Street Photo Contest (ชนะเลิศ, 2025), Women Street Photographers Artist Residency (Shortlist, 2025), Fujifilm Moment Street Photo Awards (รองชนะเลิศ, 2024), LensCulture Critics’ Choice (Winner, 2023) และ Sony World Photography Awards (Shortlist, 2022 — Open Competition และ Alpha Female Awards)

kantayanew.com
instagram.com/kantaya_new
instagram.com/kantaya_new_art

PHOTO ESSAY : LAYERS OF THE CITY


TEXT & PHOTO: PUTTIPONG NIPATUTIT

(For English, press here

ภาพชุดนี้ถ่ายด้วยเทคนิคภาพซ้อนจากในกล้อง ที่ผมใช้มองเมืองในมุมที่ต่างไปจากเดิม ไม่ได้ตั้งใจให้ดูแฟนตาซี แต่แค่อยากเล่าให้เห็นว่าชีวิตในเมืองมันมีหลายชั้นกว่าที่เรามักเห็นผ่านตา ถนนกับตึกที่ตัดกัน ผู้คนที่เดินสวนกัน แสง สี เสียง ที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กันโดยไม่ได้นัดหมาย 

การซ้อนภาพช่วยทำให้สิ่งเหล่านั้นมารวมอยู่ในเฟรมเดียวกัน เหมือนเป็นวิธีบันทึกความวุ่นวาย และความเป็นระเบียบเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ในแต่ละวันของเมืองนี้ 

แค่ตั้งใจอยากให้เราเห็นเมืองเดิมๆ ในมุมที่เปลี่ยนไป 

ภาพทั้งหมดนี้ ใช้เทคนิคการถ่ายภาพแบบ multiple exposure ไม่มีการรีทัชโดยใช้โปรแกรมอะไรทั้งสิ้น โดยผมเริ่มศึกษาและทดลองการถ่ายภาพซ้อนจากกล้องฟิล์มช่วงปี 2020 โดยที่ไม่รู้ว่ากล้องดิจิตอลบางรุ่นก็สามารถถ่ายภาพซ้อนได้ด้วย จนได้เริ่มขยับมาลองถ่ายภาพซ้อนในกล้องดิจิตอล ปัจจุบันยังคงถ่ายภาพซ้อนทั้งกล้องฟิล์มและดิจิตอล

___________________

พุทธิพงศ์ นิพัทธอุทิศ (แอมป์) เจ้าของโรงพิมพ์ดิจิทัลเล็กๆ ที่ชอบการถ่ายภาพเป็นชีวิตจิตใจ

facebook.com/amp.puttipong
instagram.com/amp_puttipong

PHOTO ESSAY : DAILY SNAP JUXTAPOSITION


TEXT & PHOTO: WORARAT MEEKRONGTHAM

(For English, press here

การนำสิ่งสองสิ่งมาวางเทียบกันเพื่อให้เกิดความหมายใหม่ หรือตีความใหม่ เป็นการสร้างอารมณ์ขันให้กับผลงานภาพถ่ายที่ผมชื่นชอบ อนึ่งเป็นเทคนิคการถ่ายภาพที่ทำให้ผมสนุกกับการสังเกต สิ่งเล็กๆ รอบๆ ตัวที่คนส่วนมากมักมองข้าม 

ทุกครั้งที่ผมออกจากบ้าน ไม่ว่าจะเป็นวันทำงานหรือวันหยุดราชการ ผมจะพกกล้องคอมแพคติดตัวเสมอ และมักจะใช้เวลาที่จำกัดเพื่อสังเกตสิ่งรอบตัวและกดบันทึกภาพจนเป็นที่มาของภาพชุดนี้

___________________

วรรัตน์ มีครองธรรม ข้าราชการสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ที่รักและชื่นชอบในการถ่ายภาพ ปัจจุบันให้ความสนใจในการถ่าย Minimalist Photography, Street Photography, Portrait Photography

instagram.com/firstinblvck
instagram.com/firstinblvck_streetmoment

PHOTO ESSAY : SAWADEE


TEXT & PHOTO: BARRY MACDONALD

(For English, press here

‘สวัสดี’ และการไหว้เป็นสิ่งแรกๆ ที่นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้เมื่อมาถึงประเทศไทย การไหว้มีต้นกำเนิดมาจากท่า ‘อัญชลีมุทรา’ ในศาสนาฮินดูเมื่อกว่า 2,000 ปีที่แล้ว ซึ่งมาพร้อมกับคำว่า ‘นมัสเต’ และต่อมาก็ได้ถูกนํามาปรับใช้ในพุทธศาสนาด้วย 

ท่าอัญชลีมุทรานี้เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกโยคะ การประกบฝ่ามือทั้งสองข้างอย่างเท่าเทียมกันเป็นสัญลักษณ์ว่าอีกฝ่ายเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน นอกจากการทักทายแล้ว การไหว้ยังใช้ในการบอกลา การขอบคุณ การขอโทษ การขอความเมตตา และการแสดงความสุภาพและเคารพในรูปแบบอื่นๆ 

คนไทยมีลำดับชั้นทางสังคมที่เข้มงวด และการไหว้ก็เป็นศูนย์กลางในการแสดงออกถึงลำดับชั้นนี้ ในชีวิตประจำวัน การไหว้คนที่เท่าเทียมกันจะใช้การประกบฝ่ามือไว้ที่หน้าอก การไหว้ผู้ที่อาวุโสกว่าหรือผู้ที่มีตำแหน่งสูงกว่า เช่น ครูหรือเจ้านาย จะใช้การยกมือขึ้นจรดปลายคาง การไหว้พระสงฆ์ พระพุทธรูป หรือพระบรมวงศานุวงศ์ จะใช้การยกมือขึ้นจรดหน้าผากพร้อมกับก้มศีรษะลง ผู้ที่อาวุโสกว่าไม่จำเป็นต้องไหว้ ตอบผู้อายุน้อยกว่า และลูกค้าก็ไม่จําเป็นต้องไหว้ตอบพนักงานในร้านค้า การไหว้ของอีกฝ่ายมีความหมายอย่างมากถึงวิธีที่พวกเขาเห็นคุณและใครคือผู้ที่มีบทบาทนำในความสัมพันธ์นั้น 

ผมสนใจว่าท่าทางนี้ปรากฏอย่างแพร่หลายเพียงใด ไม่เพียงแต่ในบริบททางศาสนา การร่ายรำมวยไทย การแสดงโขน การนวด แต่ยังรวมถึงมาสคอตเชิงพาณิชย์ ป้ายประกาศสาธารณะ สติกเกอร์ และภาพตัดปะ ถึงแม้ว่าการไหว้จะได้รับความนิยมน้อยลงในหมู่คนรุ่นใหม่ ผมต้องการแสดงให้เห็นว่าท่าทางนี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นไทยในหลายระดับ

___________________

แบร์รี่ แมคโดนัลด์ ช่างภาพอิสระจากลอนดอน ประเทศอังกฤษ เขาเริ่มต้นจากการถ่ายภาพนักดนตรีและได้ค้นพบความสนุกของการเดินทางจากการทัวร์ ร่วมกับวงดนตรี ทั่วยุโรปและสหรัฐอเมริกา ปี พ.ศ. 2565 เขาย้ายมาพำนักอยู่ในกรุงเทพฯ ประเทศไทย ด้วยที่เขาเป็นคนสนใจด้านสังคมวิทยา มองวัฒนธรรมและธรรมชาติของมนุษย์ผ่านภาพถ่าย ผลงานของเขาได้ถูกพัฒนาไปเป็นรูปแบบผสมผสานระหว่างการถ่ายภาพแนวสตรีทและสารคดี

barrymacdonald.co.uk
facebook.com/barry.macdonald2