Category: PHOTO ESSAY

PHOTO ESSAY : SPLITTING PERSPECTIVE


TEXT & PHOTO: KRID KARNSOMDEE

(For English, press here

Splitting Perspective เป็นซีรีส์ภาพถ่ายที่ผมต้องการสื่อถึงการมองเห็นสถานที่ธรรมดาๆ ในมุมใหม่ๆ เพราะแค่เปลี่ยนมุมกล้อง หรือจัดวางเส้นและรูปทรงในเฟรมให้ต่างออกไป ซีนธรรมดาก็สามารถดูน่าสนใจขึ้นได้

การถ่ายภาพชุดนี้ทำให้ผมสังเกตสิ่งรอบตัวมากขึ้น สถานที่ที่เดินผ่านทุกวันแค่ลองมองจากมุมที่ต่างออกไปมันก็สวยและพิเศษขึ้น เลยกลายเป็นเรื่องสนุกที่ได้ค้นหาและมองสิ่งเดิมๆ ด้วยสายตาใหม่

ผมหวังว่าภาพถ่ายชุดนี้จะทำให้คุณรู้สึกอยากลองเปลี่ยนมุมมองดูบ้าง บางทีแค่ขยับมุมเล็กน้อย โลกธรรมดารอบตัวก็กลายเป็นสิ่งที่น่าสนใจและไม่ธรรมดา

___________________

กฤษฏ์ การสมดี Co-founder and Director of Photography at Casper House ชอบถ่ายภาพหลากหลายแนว แต่ที่ชอบมากที่สุดคือ Minimalist Street Photography

facebook.com/krid.karnsomdee
instagram.com/kkrid

PHOTO ESSAY : FARM WORKPLACE


TEXT & PHOTO: KRONGRAT JINDAPOL

(For English, press here

ผมชอบถ่ายภาพสิ่งที่พบเจอจากสถานที่ทำงาน เพราะมันให้ความรู้สึกสงบ ผ่อนคลาย และงดงาม เป็นการพักใจจากความเหนื่อยล้าในแต่ละวัน ผมหลงใหลในความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับธรรมชาติ ความแปลกประหลาดที่น่าสังเกต จินตนาการ และตีความใหม่ผ่านภาพถ่าย

การเลี้ยงกุ้งนั้นเต็มไปด้วยแรงกดดันและความไม่แน่นอน เราเฝ้าดูตลอด 24 ชั่วโมง เพราะไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น ภาพถ่ายชุดนี้สะท้อนมุมมองของเกษตรกรเลี้ยงกุ้งในระหว่างวันทำงาน ความไม่คาดฝันทั้งจากสภาพอากาศ ภารกิจที่ต้องทำ หรือแม้แต่อารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

___________________

ครองรัฐ จินดาพล (อ่อง) – ปัจจุบันเป็นเกษตรกร (เลี้ยงกุ้งขาว) เริ่มถ่ายภาพในฟาร์มมาตั้งแต่ปี 2021 และชอบการถ่ายสตรีทและภาพเรื่องราวอารมณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวันเป็นงานอดิเรก

facebook.com/krongrat.jindapol
instagram.com/ong_krongrat

 

PHOTO ESSAY : PATTERN AROUND US


TEXT & PHOTO: WARUNTORN KAEWKEEREE

(For English, press here

แพทเทิร์น (Pattern) เป็นคำที่เราพบเจอได้ในชีวิตประจำวันและคุ้นหูกันเป็นอย่างดี โดยเป็นนิยามของการเรียงตัวกันของสิ่งที่มีรูปแบบลักษณะเหมือนกัน เช่น รูปทรงเรขาคณิตต่างๆ หรือแม้กระทั่งการนำสิ่งของมาเรียงต่อกันอย่างเป็นระเบียบก็จะเกิดแพทเทิร์นได้เช่นเดียวกัน

หากมองสังเกตรอบๆ ตัวเราก็จะพบแพทเทิร์นซ่อนอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นตามตึกรามบ้านช่อง หรือแม้กระทั่งตามพื้นท้องถนนที่ใช้ในการสัญจร ซึ่งแพทเทิร์นในแต่ละพื้นจะมีความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์แตกต่างกันไปตามการออกแบบและการจัดวางของผู้ออกแบบนั้นๆ

ทุกครั้งที่ผมได้เดินออกไปถ่ายภาพ ผมมักจะชอบหามุมมองแพทเทิร์นที่ซ่อนอยู่ตามระหว่างทางรอให้ค้นหา สำหรับผมนั้นการถ่ายภาพแพทเทิร์น คือการถ่ายทอดความสวยงามที่เรียบง่าย (Beauty of Simplicity) ทำให้ผมรู้สึกสนุกกับการถ่ายภาพมากขึ้น อีกทั้งนำไปต่อยอดและประยุกต์ใช้ในการถ่ายภาพสไตล์อื่นๆ ได้ด้วย

___________________

วรันธร แก้วคีรี พนักงานเอกชนที่ชอบพกกล้องถ่ายรูปติดตัวตลอดเปรียบเสมือนมีคู่หูอยู่ข้างกาย ชื่นชอบการถ่ายภาพในสไตล์มินิมอลลิสต์ที่พบได้ตามรอบตัว สำหรับผมการถ่ายภาพเปรียบเสมือนเป็นการพักผ่อน และเป็นการเยียวยาจิตใจของตัวเองไปพร้อมกัน

facebook.com/pokpakphotographer
instagram.com/wk.fotosnapper

PHOTO ESSAY : EVERYTHING HAPPENED FOR A REASON


TEXT & PHOTO: PATIKORN PUNGSOMWONG

(For English, press here

ในชีวิตประจำวันของผมส่วนใหญ่จะอยู่ข้างนอกบ้านเป็นส่วนมาก ทำให้มักจะเจอสิ่งต่างๆ รอบตัวที่น่าสนใจอยู่ตลอด ผมมักจะพกกล้องคอมแพคติดตัวหรือใช้มือถือถ่ายภาพบ่อยๆ เพื่อที่จะได้เก็บเรื่องราว ความสวยงาม เล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็น สีสัน ธรรมชาติ เหตุการณ์ต่างๆ ภาพเหล่านี้ทำให้ผมเห็นเรียนรู้และให้ได้เห็นความงาม จากสิ่งต่างๆ รอบๆ ตัวในชีวิตประจำวัน ทำให้แต่ละวันมีความหมายมากขึ้น และได้ลุ้นว่าพรุ่งนี้เราจะต้องเจอกับอะไรอีกบ้าง

___________________

ฟอร์ม-ปฏิกรณ์ พึ่งสมวงศ์ ปัจจุบันเป็นครูสอนดนตรี โดยเริ่มต้นถ่ายภาพในช่วงประมาณปี 2017 จากการสังเกตสิ่งรอบตัวในชีวิตประจำวัน ก่อนจะค้นพบหลายสิ่งที่น่าสนใจ ทั้งแสง สี รูปทรงเรขาคณิต หรือรายละเอียดเล็กๆ ที่เราอาจมองข้าม ด้วยความรู้สึกอยากเก็บภาพเหล่านั้นไว้ จึงได้เริ่มจากการหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายภาพสิ่งที่พบเจอในแต่ละวัน

facebook.com/FormzPatikorn
instagram.com/Formz_patikorn

PHOTO ESSAY : GEOMETRIC FORMS IN URBAN ARCHITECTURE


TEXT & PHOTO: PUTTIPONG NIPATUTIT 

(For English, press here

 รูปทรงเรขาคณิตกับงานสถาปัตยกรรมในเมืองผ่านมุมมองฟิล์ม

สถาปัตยกรรมในเมืองเต็มไปด้วยรูปทรงเรขาคณิตที่สะท้อนถึงโครงสร้างและแนวคิดการออกแบบของแต่ละยุคสมัย เส้นสายของอาคารมักเรียบง่าย แต่กลับแฝงด้วยมิติของแสง เงา และสีสันที่ทำให้เกิดอารมณ์ที่แตกต่าง

การถ่ายภาพด้วยกล้องฟิล์มช่วยเสริมเสน่ห์ให้กับองค์ประกอบเหล่านี้ด้วยโทนสีที่เป็นธรรมชาติ เนื้อฟิล์มช่วยให้ภาพดูมีมิติ นุ่มนวล และจับอารมณ์ของสถานที่ได้เป็นพิเศษ ฟิล์มยังมีข้อจำกัดด้านจำนวนภาพ ทำให้ผมต้องใส่ใจกับองค์ประกอบในแต่ละเฟรมมากขึ้น

ในภาพสถาปัตยกรรม เมืองอาจถูกลดทอนให้เหลือเพียงรูปทรงสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม หรือเส้นโค้งที่เรียบง่าย แต่เมื่อมองผ่านเลนส์ของกล้องฟิล์ม สิ่งเหล่านี้กลับกลายเป็นเรื่องราวของแสงและเงาที่เคลื่อนไหวไปตามเวลา ถ่ายทอดความงามของเมืองที่คงอยู่เหนือกาลเวลา

___________________

พุทธิพงศ์ นิพัทธอุทิศ (แอมป์) เจ้าของโรงพิมพ์ดิจิตอลเล็กๆ ที่ชอบการถ่ายภาพเป็นชีวิตจิตใจ

facebook.com/amp.puttipong
instagram.com/amp_puttipong

PHOTO ESSAY : HONG KONG SOLITAIRE


TEXT & PHOTO: PATRICK KASINGSING

(For English, press here

ฮ่องกงทำให้ฉันประทับใจอย่างที่ไม่มีเมืองไหนทำได้ ตั้งแต่การเยือนครั้งแรกในปี 2017 จนถึงการแวะเยี่ยมเยียนครั้งล่าสุดเมื่อกันยายนที่ผ่านมา พื้นที่เพียง 1,108 ตารางกิโลเมตร อันเต็มไปด้วยความแตกต่างนี้ยังคงชวนให้ฉันกลับไปตลอด การเดินทางกลับมาทุกครั้งราวกับเป็นการค้นพบเรื่องราวครั้งใหม่อยู่เสมอ อะไรที่คุ้นเคยก็กลับมีบางอย่างแตกต่างไปตลอดเวลา มันเป็นดินแดนที่หอคอยกระจกและเหล็กตั้งสูงตระหง่านเหนือถนนหนทาง ขณะเดียวกันก็ยังคงตัวตนและจิตวิญญาณของช่วงเวลาที่แตกต่าง บนที่แห่งนี้ “นครหลวงของโลกเอเชีย” ค่อยๆ ละลายลงเป็นร่องรอยแห่งอดีตของการเป็นเมืองท่าที่รู้จักกันในนาม Fragrant Harbor

ฮ่องกงอื้ออึงไปด้วยความเร่งรีบ มันเร็ว อึกทึก และไม่หยุดยั้ง แต่ในบางครั้งคราว มันก็หยุดนิ่ง หายใจลึก และเผยโฉมด้านที่เงียบสงบ อันเป็นช่วงเวลาอันหาได้ยากที่ฉันต้องการบันทึกไว้ในภาพชุดนี้ ร่างของบุคคลเดียวดายยืนอยู่ใต้เงาตึกระฟ้า หญิงสวมชุดเขียวที่ตกอยู่ในห้วงความคิดตนเองริมถนน Avenue of Stars หรือถนนของเขตเยาวมาไตที่ค่อยๆ ตื่นขึ้นในยามรุ่งเช้า ช่วงเวลาเงียบสงบเหล่านี้ ซึ่งแทบจะถูกมองข้ามท่ามกลางความเร่งรีบของเมือง กลับเป็นสิ่งที่ฉันมักจะสนใจ เป็นรายละเอียดเล็กอันแท้จริงของมนุษย์ที่ซึ่งสะท้อนและก่อร่างสร้างตัวขึ้นเป็นตัวตนของฮ่องกง

___________________

แพทริก คาซิงซิง (Patrick Kasingsing) เป็นผู้อำนวยการศิลป์ ช่างภาพ นักเขียน และนักอนุรักษ์มรดกสถาปัตยกรรมชาวฟิลิปปินส์ เขาก่อตั้งแพลตฟอร์ม @brutalistpilipinas และ @modernistpilipinas เพื่อเฉลิมฉลองมรดกทางสถาปัตยกรรมของประเทศ และเริ่มต้น Kanto.PH นิตยสารออนไลน์ที่นำเสนอการออกแบบและวัฒนธรรมในฟิลิปปินส์และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เขายังเคยเป็นผู้อำนวยการสร้างสรรค์ของนิตยสารสถาปัตยกรรม BluPrint ที่ช่วยฟื้นฟูอัตลักษณ์องค์กร รวมถึงควบคุมการออกแบบสร้างสรรค์สำหรับสิ่งพิมพ์ของ One Mega Group หลายฉบับ ในฐานะผู้อำนวยการศิลป์ของนิตยสาร adobo เขาได้รับรางวัล Philippine Quill จากผลงานการปรับภาพลักษณ์ ผลงานเขียนและภาพถ่ายของเขายังปรากฏในสิ่งพิมพ์ต่างๆ อาทิ Birkhäuser Verlag, Braun, DOM Publishers, PURVEYR และ Vogue Philippines

instagram.com/patrick_kasingsing

PHOTO ESSAY : TW W/O HM


TEXT & PHOTO: SUKRIT PATJUNTADUSIT

(For English, press here

ลองจินตนาการดูว่า “โลกจะเป็นยังไงหากพวกเราหายไปในวันพรุ่งนี้เลย”

คือคำโปรยของหนังสือ The World without US ที่เป็นแรงบันดาลใจสำคัญของผลงานชุด TW w/o HM

งานชุดนี้ส่วนตัวแล้วมันคือการเข้าไปสำรวจพื้นที่ที่ครั้งหนึ่งได้เคยมีร่องรอยการอยู่อาศัยของมนุษย์ และได้สูญหายไปจากพื้นที่ตรงนั้นด้วยเหตุผลบางอย่าง จากที่ได้ไปเห็นมาในหลายๆ พื้นที่ เราพบว่าธรรมชาติเป็นสิ่งที่ปรับตัวได้เก่งมากๆ มันใช้เวลาไม่นานในการฟื้นฟูสถานที่ที่ถูกช่วงชิงไป แต่สำหรับมนุษย์เราอาจหมายถึงช่วงทศวรรษหนึ่งได้เลย เราก็เลยต้องสร้างตัวแทนขึ้นมาเพื่อยืนยันการดำรงอยู่ของเรา อย่างเช่นที่บรรพบุรุษเราได้เคยวาดภาพการล่าที่ยิ่งใหญ่ และประทับลายมือลงบนผนังถ้ำ กลับมาในยุคสมัยของเราก็จะเป็นพวกอาคารโครงสร้างสิ่งก่อสร้างและรูปปั้นสัตว์ในจินตนาการ

ในผลงานภาพถ่ายชุดนี้ก็ยังมีอีกหลายๆ เรื่องราวที่เราหยิบยกมา ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิตของพวกเรามากขึ้น มลพิษทางอากาศอย่างฝุ่น PM2.5 ที่มาจากการเผาป่า รวมๆ แล้วมันคือบันทึกของการสำรวจหลักฐานการกระทำของพวกเราที่มีต่อโลกใบนี้ เพื่อย้ำเตือนว่าเราควรที่จะรักษาบ้านหลังนี้เอาไว้ เพราะมันอาจไม่มีบ้านหลังใหม่แล้วก็ได้

___________________

สุกฤษฎิ์ ปัจจันตดุสิต หรือ SiiXTY-4 ปัจจุบันทำงานเป็นช่างภาพแฟชั่นเพื่อหาเงินมาทำงานในส่วนของความชอบตัวเองอีกที ส่วนตัวแล้วตอนนี้สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นพิเศษ เพราะโลกในตอนนี้รับการกระทำของมนุษย์เราไม่ไหวแล้ว เลยอยากเป็นอีกหนึ่งเสียงที่ช่วยตะโกนว่า “ช่วยกันดูแลบ้านหลังนี้หน่อยโว้ยยย”

siixty-4.com
facebook.com/SukritPatjuntadusit

PHOTO ESSAY : EVERYTHING JINGLE BELL


TEXT & PHOTO: BARRY MACDONALD 

(For English, press here) 

เทศกาลคริสต์มาสในประเทศอังกฤษ เป็นวันหยุดและเป็นเทศกาลเฉลิมฉลองที่สำคัญที่สุดของปี ในช่วงฤดูหนาวที่มืดมน เทศกาลนี้จึงเป็นเทศกาลที่เรารอคอย เป็นโอกาสดีที่จะได้ใช้เวลารร่วมกับครอบครัวและคนที่เรารัก เป็นโอกาสที่ผู้คนได้เฉลิมฉลอง พักผ่อน ได้ทบทวนปีที่ผ่านไป และรวมถึงวางแผนปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง

ในช่วงปี 2022 และ 2023 ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้เฉลิมฉลองคริสต์มาสในประเทศไทย และรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับความกระตือรือร้นของคนไทยเกี่ยวกับวันคริสต์มาส ตั้งแต่การตกแต่งห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ไปจนถึงงานปาร์ตี้คริสต์มาสของแต่ละออฟฟิศ การแลกของขวัญระหว่างเพื่อนๆ หลายๆ ประเพณีที่ผมรู้จักเกี่ยวกับวันคริสมาสต์ได้รับการยอมรับอย่างเต็มที่ หรือมีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับวัฒนธรรมไทย การได้เห็นคริสต์มาสผ่านวัฒนธรรมที่แตกต่างกันเป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก โปรเจกต์ของผมต้องการที่จะแสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณของคริสต์มาสในประเทศไทย

ในประเทศไทย ‘Everything jingle bell’ เป็นภาษาพูดที่หมายถึง ‘ของเยอะแยะไปหมด’ หรือ ‘ทุกอย่าง’ ซึ่งคนใช้กันเพราะเสียงของคำว่า ‘ติง’ กับ ‘จิง’ คล้องจองกันเฉยๆ โดยไม่ได้เกี่ยวข้องกับเทศกาลคริสต์มาสเลย วลีนี้สามารถใช้ได้ทั้งปี เป็นการแสดงถึงการรับวัฒธรรมเข้ามาแบบไทยๆ ในอีกรูปแบบหนึ่ง

___________________

แบร์รี่ แมคโดนัลด์ (เกิดปี 1984) เป็นช่างภาพจากลอนดอน ประเทศอังกฤษ เขาเริ่มต้นจากการ ถ่ายภาพนักดนตรี และได้ค้นพบความสนุกจากการเดินทางในขณะที่ออกทัวร์กับวงดนตรีต่างๆ ทั่วยุโรปและสหรัฐอเมริกา ต่อมาเขาได้พัฒนาสู่การถ่ายภาพที่ผสมผสานระหว่างแนวสตรีท และสารคดี เขาสนใจในสังคมวิทยาและพยายามแสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมและธรรมชาติของ มนุษย์ผ่านการถ่ายภาพของเขา เขาอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ ตั้งแต่ปี 2022

barrymacdonald.co.uk
instagram.com/barrymac84

PHOTO ESSAY : TRANSFORMATION THEORY

TEXT & PHOTO: SIRAWIT KUWAWATTANANONT

(For English, press here

‘Gain in entropy always means loss of information and nothing more.’ – G. N. Lewis 1930

สิ่งมีชีวิตต่างล้วนต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด การเปลี่ยนแปลงในวงจรชีวิตของธรรมชาติเป็นสิ่งที่ปรากฏอยู่ในทุกช่วงเวลาของประวัติศาสตร์อยู่เสมอ แต่หากเราต้องเอาตัวรอดจากการคัดสรรของมนุษย์ด้วยกันเอง เราจะต้องทำเช่นใด

ทุกสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อบูชาความฝัน เพื่อตอบสนองความต้องการของตนเอง ของคนอื่น หรือเพื่อแสวงหากำไร เมื่อเวลาผ่านไปการดำรงอยู่ในสภาพเดิมย่อมเป็นเรื่องที่ยากอยู่เสมอ ทุกสิ่งย่อมมีการเปลี่ยนแปลง ความฝันใดๆ ที่เราได้ร่างไว้สำหรับอนาคต ล้วนไม่สามารถซ้อนทับกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงได้อย่างลงตัวแทบจะทุกครั้ง เราจึงเริ่มทำลายสิ่งเดิมและสร้างสิ่งใหม่ขึ้นมาทดแทน เพื่อให้กำเนิดอนาคตในอุดมคติ แม้จะรู้ว่าอนาคตก็ยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างคาดการณ์ไม่ได้อยู่เสมอ

ในทางกลับกันอีกหลายสิ่งที่มนุษย์สร้างไปแล้วจำนวนมาก ในวันหนึ่งปัจจัยจำนวนนับไม่ถ้วนจะพยายามทำทุกอย่างให้มันต้องพังทลายลง แต่ไม่ว่าจะผุพังแค่ไหน หากมีความผูกพันกับสิ่งเหล่านั้นแล้ว มนุษย์ก็ฝืนปกป้องรักษามันไว้ ไม่ว่าจะต้องยอมสูญเสียอนาคตไปมากเท่าใดหรือฉุดรั้งมันเอาไว้ได้ชั่วคราวเพียงแค่ไหนก็ตาม ขอเพียงให้บางอย่างเป็นตัวแทนของอดีตที่เคยงดงามได้นั้นก็เพียงพอแล้ว

ทฤษฎีสารสนเทศ หรือกฎข้อที่ 2 ของเทอร์โมไดนามิกส์ได้อธิบายว่าการเข้าใจข้อมูลของเรื่องต่างๆ ในอนาคต มีแนวโน้มที่จะซับซ้อนขึ้นตามกาลเวลา หากเราอยากกำหนดอนาคตหรือระบบให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เราต้องใช้อัลกอริทึมที่ทรงพลังยิ่งขึ้นตามไป บางสิ่งยิ่งเป็นระเบียบ ทำให้เรารับรู้ข้อมูลของมันได้น้อยลง บางอย่างยิ่งยุ่งเหยิง เราก็กลับรู้ข้อมูลของมันน้อยลงเช่นกัน สองสิ่งที่ดูเหมือนจะไม่สามารถบรรจบกันได้นี้ กลับมีปลายทางร่วมกันอย่างน่าประหลาด 

Transformation Theory จึงเป็นการสำรวจสถานที่สองแห่ง ระหว่างเชียงใหม่และกรุงเทพฯ ระหว่างการพยายามฉุดรั้งอดีตและพัฒนาสู่อนาคต ผ่านการประกอบสร้างเศษเสี้ยวของภาพถ่ายขึ้นมาใหม่อีกครั้ง รวมถึงเป็นการตั้งคำถามถึงการพัฒนาของมนุษย์ว่าจะนำพาเราไปสู่อุดมคติอย่างที่เราวาดฝันไว้ได้จริงหรือไม่กันแน่

___________________

ศิรวิทย์ คุววัฒนานนท์ ติวเตอร์สอนฟิสิกส์ที่เริ่มต้นเส้นทางนี้ด้วยการที่พยายามถ่ายภาพเพื่อสอนนักเรียนเกี่ยวกับเมฆและดวงดาวเมื่อ 8 ปีก่อน การถ่ายภาพได้พาศิรวิทย์ไปถึงการจัดนิทรรศการเพื่อเล่าหลายเรื่องที่เขาค้างคาใจ ทั้งเทคนิคการถ่ายภาพ วิทยาศาสตร์ ความรัก ตราบจนถึงความสัมพันธ์ของสังคม มนุษย์ และธรรมชาติ

sirawitkittikorn.com
instagram.com/titi.kittikorn

PHOTO ESSAY : ORDINARY

TEXT & PHOTO: KROEKRIT NOPPHAGAO

(For English, press here

ในทุกวันที่ผมออกไปถ่ายรูป ผมเลือกมองหาความธรรมดาแต่ให้ความรู้สึกพิเศษ ด้วยการเชื่อมโยงระหว่างธรรมชาติและสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นผ่านมุมมองแบบ street minimalist เปลี่ยนสิ่งที่เราเห็นจนชินตา มองเมืองที่กว้างใหญ่ในมุมเล็กๆ เราอาจพบความสวยงามที่ซ่อนอยู่ตามซอกมุมของตึก ตรอกซอกซอย หรือท้องถนน นั่นเพราะความสวยงามมันอาจไม่ได้ซ่อนอยู่ เพียงแต่ว่าเราเองที่เป็นฝ่ายมองข้ามมันไปต่างหาก

___________________

เกริกฤทธิ์ นพเก้า เป็นช่างภาพ wedding ผู้มีความสนใจภาพสตรีทและภาพถ่าย contemporary

facebook.com/Cherbellphoto
instagram.com/bell_kroekrit