Category: PHOTO ESSAY

PHOTO ESSAY : FARM WORKPLACE


TEXT & PHOTO: KRONGRAT JINDAPOL

(For English, press here

ผมชอบถ่ายภาพสิ่งที่พบเจอจากสถานที่ทำงาน เพราะมันให้ความรู้สึกสงบ ผ่อนคลาย และงดงาม เป็นการพักใจจากความเหนื่อยล้าในแต่ละวัน ผมหลงใหลในความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับธรรมชาติ ความแปลกประหลาดที่น่าสังเกต จินตนาการ และตีความใหม่ผ่านภาพถ่าย

การเลี้ยงกุ้งนั้นเต็มไปด้วยแรงกดดันและความไม่แน่นอน เราเฝ้าดูตลอด 24 ชั่วโมง เพราะไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น ภาพถ่ายชุดนี้สะท้อนมุมมองของเกษตรกรเลี้ยงกุ้งในระหว่างวันทำงาน ความไม่คาดฝันทั้งจากสภาพอากาศ ภารกิจที่ต้องทำ หรือแม้แต่อารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

___________________

ครองรัฐ จินดาพล (อ่อง) – ปัจจุบันเป็นเกษตรกร (เลี้ยงกุ้งขาว) เริ่มถ่ายภาพในฟาร์มมาตั้งแต่ปี 2021 และชอบการถ่ายสตรีทและภาพเรื่องราวอารมณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวันเป็นงานอดิเรก

facebook.com/krongrat.jindapol
instagram.com/ong_krongrat

 

PHOTO ESSAY : PATTERN AROUND US


TEXT & PHOTO: WARUNTORN KAEWKEEREE

(For English, press here

แพทเทิร์น (Pattern) เป็นคำที่เราพบเจอได้ในชีวิตประจำวันและคุ้นหูกันเป็นอย่างดี โดยเป็นนิยามของการเรียงตัวกันของสิ่งที่มีรูปแบบลักษณะเหมือนกัน เช่น รูปทรงเรขาคณิตต่างๆ หรือแม้กระทั่งการนำสิ่งของมาเรียงต่อกันอย่างเป็นระเบียบก็จะเกิดแพทเทิร์นได้เช่นเดียวกัน

หากมองสังเกตรอบๆ ตัวเราก็จะพบแพทเทิร์นซ่อนอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นตามตึกรามบ้านช่อง หรือแม้กระทั่งตามพื้นท้องถนนที่ใช้ในการสัญจร ซึ่งแพทเทิร์นในแต่ละพื้นจะมีความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์แตกต่างกันไปตามการออกแบบและการจัดวางของผู้ออกแบบนั้นๆ

ทุกครั้งที่ผมได้เดินออกไปถ่ายภาพ ผมมักจะชอบหามุมมองแพทเทิร์นที่ซ่อนอยู่ตามระหว่างทางรอให้ค้นหา สำหรับผมนั้นการถ่ายภาพแพทเทิร์น คือการถ่ายทอดความสวยงามที่เรียบง่าย (Beauty of Simplicity) ทำให้ผมรู้สึกสนุกกับการถ่ายภาพมากขึ้น อีกทั้งนำไปต่อยอดและประยุกต์ใช้ในการถ่ายภาพสไตล์อื่นๆ ได้ด้วย

___________________

วรันธร แก้วคีรี พนักงานเอกชนที่ชอบพกกล้องถ่ายรูปติดตัวตลอดเปรียบเสมือนมีคู่หูอยู่ข้างกาย ชื่นชอบการถ่ายภาพในสไตล์มินิมอลลิสต์ที่พบได้ตามรอบตัว สำหรับผมการถ่ายภาพเปรียบเสมือนเป็นการพักผ่อน และเป็นการเยียวยาจิตใจของตัวเองไปพร้อมกัน

facebook.com/pokpakphotographer
instagram.com/wk.fotosnapper

PHOTO ESSAY : EVERYTHING HAPPENED FOR A REASON


TEXT & PHOTO: PATIKORN PUNGSOMWONG

(For English, press here

ในชีวิตประจำวันของผมส่วนใหญ่จะอยู่ข้างนอกบ้านเป็นส่วนมาก ทำให้มักจะเจอสิ่งต่างๆ รอบตัวที่น่าสนใจอยู่ตลอด ผมมักจะพกกล้องคอมแพคติดตัวหรือใช้มือถือถ่ายภาพบ่อยๆ เพื่อที่จะได้เก็บเรื่องราว ความสวยงาม เล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็น สีสัน ธรรมชาติ เหตุการณ์ต่างๆ ภาพเหล่านี้ทำให้ผมเห็นเรียนรู้และให้ได้เห็นความงาม จากสิ่งต่างๆ รอบๆ ตัวในชีวิตประจำวัน ทำให้แต่ละวันมีความหมายมากขึ้น และได้ลุ้นว่าพรุ่งนี้เราจะต้องเจอกับอะไรอีกบ้าง

___________________

ฟอร์ม-ปฏิกรณ์ พึ่งสมวงศ์ ปัจจุบันเป็นครูสอนดนตรี โดยเริ่มต้นถ่ายภาพในช่วงประมาณปี 2017 จากการสังเกตสิ่งรอบตัวในชีวิตประจำวัน ก่อนจะค้นพบหลายสิ่งที่น่าสนใจ ทั้งแสง สี รูปทรงเรขาคณิต หรือรายละเอียดเล็กๆ ที่เราอาจมองข้าม ด้วยความรู้สึกอยากเก็บภาพเหล่านั้นไว้ จึงได้เริ่มจากการหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายภาพสิ่งที่พบเจอในแต่ละวัน

facebook.com/FormzPatikorn
instagram.com/Formz_patikorn

PHOTO ESSAY : GEOMETRIC FORMS IN URBAN ARCHITECTURE


TEXT & PHOTO: PUTTIPONG NIPATUTIT 

(For English, press here

 รูปทรงเรขาคณิตกับงานสถาปัตยกรรมในเมืองผ่านมุมมองฟิล์ม

สถาปัตยกรรมในเมืองเต็มไปด้วยรูปทรงเรขาคณิตที่สะท้อนถึงโครงสร้างและแนวคิดการออกแบบของแต่ละยุคสมัย เส้นสายของอาคารมักเรียบง่าย แต่กลับแฝงด้วยมิติของแสง เงา และสีสันที่ทำให้เกิดอารมณ์ที่แตกต่าง

การถ่ายภาพด้วยกล้องฟิล์มช่วยเสริมเสน่ห์ให้กับองค์ประกอบเหล่านี้ด้วยโทนสีที่เป็นธรรมชาติ เนื้อฟิล์มช่วยให้ภาพดูมีมิติ นุ่มนวล และจับอารมณ์ของสถานที่ได้เป็นพิเศษ ฟิล์มยังมีข้อจำกัดด้านจำนวนภาพ ทำให้ผมต้องใส่ใจกับองค์ประกอบในแต่ละเฟรมมากขึ้น

ในภาพสถาปัตยกรรม เมืองอาจถูกลดทอนให้เหลือเพียงรูปทรงสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม หรือเส้นโค้งที่เรียบง่าย แต่เมื่อมองผ่านเลนส์ของกล้องฟิล์ม สิ่งเหล่านี้กลับกลายเป็นเรื่องราวของแสงและเงาที่เคลื่อนไหวไปตามเวลา ถ่ายทอดความงามของเมืองที่คงอยู่เหนือกาลเวลา

___________________

พุทธิพงศ์ นิพัทธอุทิศ (แอมป์) เจ้าของโรงพิมพ์ดิจิตอลเล็กๆ ที่ชอบการถ่ายภาพเป็นชีวิตจิตใจ

facebook.com/amp.puttipong
instagram.com/amp_puttipong

PHOTO ESSAY : HONG KONG SOLITAIRE


TEXT & PHOTO: PATRICK KASINGSING

(For English, press here

ฮ่องกงทำให้ฉันประทับใจอย่างที่ไม่มีเมืองไหนทำได้ ตั้งแต่การเยือนครั้งแรกในปี 2017 จนถึงการแวะเยี่ยมเยียนครั้งล่าสุดเมื่อกันยายนที่ผ่านมา พื้นที่เพียง 1,108 ตารางกิโลเมตร อันเต็มไปด้วยความแตกต่างนี้ยังคงชวนให้ฉันกลับไปตลอด การเดินทางกลับมาทุกครั้งราวกับเป็นการค้นพบเรื่องราวครั้งใหม่อยู่เสมอ อะไรที่คุ้นเคยก็กลับมีบางอย่างแตกต่างไปตลอดเวลา มันเป็นดินแดนที่หอคอยกระจกและเหล็กตั้งสูงตระหง่านเหนือถนนหนทาง ขณะเดียวกันก็ยังคงตัวตนและจิตวิญญาณของช่วงเวลาที่แตกต่าง บนที่แห่งนี้ “นครหลวงของโลกเอเชีย” ค่อยๆ ละลายลงเป็นร่องรอยแห่งอดีตของการเป็นเมืองท่าที่รู้จักกันในนาม Fragrant Harbor

ฮ่องกงอื้ออึงไปด้วยความเร่งรีบ มันเร็ว อึกทึก และไม่หยุดยั้ง แต่ในบางครั้งคราว มันก็หยุดนิ่ง หายใจลึก และเผยโฉมด้านที่เงียบสงบ อันเป็นช่วงเวลาอันหาได้ยากที่ฉันต้องการบันทึกไว้ในภาพชุดนี้ ร่างของบุคคลเดียวดายยืนอยู่ใต้เงาตึกระฟ้า หญิงสวมชุดเขียวที่ตกอยู่ในห้วงความคิดตนเองริมถนน Avenue of Stars หรือถนนของเขตเยาวมาไตที่ค่อยๆ ตื่นขึ้นในยามรุ่งเช้า ช่วงเวลาเงียบสงบเหล่านี้ ซึ่งแทบจะถูกมองข้ามท่ามกลางความเร่งรีบของเมือง กลับเป็นสิ่งที่ฉันมักจะสนใจ เป็นรายละเอียดเล็กอันแท้จริงของมนุษย์ที่ซึ่งสะท้อนและก่อร่างสร้างตัวขึ้นเป็นตัวตนของฮ่องกง

___________________

แพทริก คาซิงซิง (Patrick Kasingsing) เป็นผู้อำนวยการศิลป์ ช่างภาพ นักเขียน และนักอนุรักษ์มรดกสถาปัตยกรรมชาวฟิลิปปินส์ เขาก่อตั้งแพลตฟอร์ม @brutalistpilipinas และ @modernistpilipinas เพื่อเฉลิมฉลองมรดกทางสถาปัตยกรรมของประเทศ และเริ่มต้น Kanto.PH นิตยสารออนไลน์ที่นำเสนอการออกแบบและวัฒนธรรมในฟิลิปปินส์และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เขายังเคยเป็นผู้อำนวยการสร้างสรรค์ของนิตยสารสถาปัตยกรรม BluPrint ที่ช่วยฟื้นฟูอัตลักษณ์องค์กร รวมถึงควบคุมการออกแบบสร้างสรรค์สำหรับสิ่งพิมพ์ของ One Mega Group หลายฉบับ ในฐานะผู้อำนวยการศิลป์ของนิตยสาร adobo เขาได้รับรางวัล Philippine Quill จากผลงานการปรับภาพลักษณ์ ผลงานเขียนและภาพถ่ายของเขายังปรากฏในสิ่งพิมพ์ต่างๆ อาทิ Birkhäuser Verlag, Braun, DOM Publishers, PURVEYR และ Vogue Philippines

instagram.com/patrick_kasingsing

PHOTO ESSAY : TW W/O HM


TEXT & PHOTO: SUKRIT PATJUNTADUSIT

(For English, press here

ลองจินตนาการดูว่า “โลกจะเป็นยังไงหากพวกเราหายไปในวันพรุ่งนี้เลย”

คือคำโปรยของหนังสือ The World without US ที่เป็นแรงบันดาลใจสำคัญของผลงานชุด TW w/o HM

งานชุดนี้ส่วนตัวแล้วมันคือการเข้าไปสำรวจพื้นที่ที่ครั้งหนึ่งได้เคยมีร่องรอยการอยู่อาศัยของมนุษย์ และได้สูญหายไปจากพื้นที่ตรงนั้นด้วยเหตุผลบางอย่าง จากที่ได้ไปเห็นมาในหลายๆ พื้นที่ เราพบว่าธรรมชาติเป็นสิ่งที่ปรับตัวได้เก่งมากๆ มันใช้เวลาไม่นานในการฟื้นฟูสถานที่ที่ถูกช่วงชิงไป แต่สำหรับมนุษย์เราอาจหมายถึงช่วงทศวรรษหนึ่งได้เลย เราก็เลยต้องสร้างตัวแทนขึ้นมาเพื่อยืนยันการดำรงอยู่ของเรา อย่างเช่นที่บรรพบุรุษเราได้เคยวาดภาพการล่าที่ยิ่งใหญ่ และประทับลายมือลงบนผนังถ้ำ กลับมาในยุคสมัยของเราก็จะเป็นพวกอาคารโครงสร้างสิ่งก่อสร้างและรูปปั้นสัตว์ในจินตนาการ

ในผลงานภาพถ่ายชุดนี้ก็ยังมีอีกหลายๆ เรื่องราวที่เราหยิบยกมา ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิตของพวกเรามากขึ้น มลพิษทางอากาศอย่างฝุ่น PM2.5 ที่มาจากการเผาป่า รวมๆ แล้วมันคือบันทึกของการสำรวจหลักฐานการกระทำของพวกเราที่มีต่อโลกใบนี้ เพื่อย้ำเตือนว่าเราควรที่จะรักษาบ้านหลังนี้เอาไว้ เพราะมันอาจไม่มีบ้านหลังใหม่แล้วก็ได้

___________________

สุกฤษฎิ์ ปัจจันตดุสิต หรือ SiiXTY-4 ปัจจุบันทำงานเป็นช่างภาพแฟชั่นเพื่อหาเงินมาทำงานในส่วนของความชอบตัวเองอีกที ส่วนตัวแล้วตอนนี้สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นพิเศษ เพราะโลกในตอนนี้รับการกระทำของมนุษย์เราไม่ไหวแล้ว เลยอยากเป็นอีกหนึ่งเสียงที่ช่วยตะโกนว่า “ช่วยกันดูแลบ้านหลังนี้หน่อยโว้ยยย”

siixty-4.com
facebook.com/SukritPatjuntadusit

PHOTO ESSAY : EVERYTHING JINGLE BELL


TEXT & PHOTO: BARRY MACDONALD 

(For English, press here) 

เทศกาลคริสต์มาสในประเทศอังกฤษ เป็นวันหยุดและเป็นเทศกาลเฉลิมฉลองที่สำคัญที่สุดของปี ในช่วงฤดูหนาวที่มืดมน เทศกาลนี้จึงเป็นเทศกาลที่เรารอคอย เป็นโอกาสดีที่จะได้ใช้เวลารร่วมกับครอบครัวและคนที่เรารัก เป็นโอกาสที่ผู้คนได้เฉลิมฉลอง พักผ่อน ได้ทบทวนปีที่ผ่านไป และรวมถึงวางแผนปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง

ในช่วงปี 2022 และ 2023 ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้เฉลิมฉลองคริสต์มาสในประเทศไทย และรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับความกระตือรือร้นของคนไทยเกี่ยวกับวันคริสต์มาส ตั้งแต่การตกแต่งห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ไปจนถึงงานปาร์ตี้คริสต์มาสของแต่ละออฟฟิศ การแลกของขวัญระหว่างเพื่อนๆ หลายๆ ประเพณีที่ผมรู้จักเกี่ยวกับวันคริสมาสต์ได้รับการยอมรับอย่างเต็มที่ หรือมีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับวัฒนธรรมไทย การได้เห็นคริสต์มาสผ่านวัฒนธรรมที่แตกต่างกันเป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก โปรเจกต์ของผมต้องการที่จะแสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณของคริสต์มาสในประเทศไทย

ในประเทศไทย ‘Everything jingle bell’ เป็นภาษาพูดที่หมายถึง ‘ของเยอะแยะไปหมด’ หรือ ‘ทุกอย่าง’ ซึ่งคนใช้กันเพราะเสียงของคำว่า ‘ติง’ กับ ‘จิง’ คล้องจองกันเฉยๆ โดยไม่ได้เกี่ยวข้องกับเทศกาลคริสต์มาสเลย วลีนี้สามารถใช้ได้ทั้งปี เป็นการแสดงถึงการรับวัฒธรรมเข้ามาแบบไทยๆ ในอีกรูปแบบหนึ่ง

___________________

แบร์รี่ แมคโดนัลด์ (เกิดปี 1984) เป็นช่างภาพจากลอนดอน ประเทศอังกฤษ เขาเริ่มต้นจากการ ถ่ายภาพนักดนตรี และได้ค้นพบความสนุกจากการเดินทางในขณะที่ออกทัวร์กับวงดนตรีต่างๆ ทั่วยุโรปและสหรัฐอเมริกา ต่อมาเขาได้พัฒนาสู่การถ่ายภาพที่ผสมผสานระหว่างแนวสตรีท และสารคดี เขาสนใจในสังคมวิทยาและพยายามแสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมและธรรมชาติของ มนุษย์ผ่านการถ่ายภาพของเขา เขาอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ ตั้งแต่ปี 2022

barrymacdonald.co.uk
instagram.com/barrymac84

PHOTO ESSAY : TRANSFORMATION THEORY

TEXT & PHOTO: SIRAWIT KUWAWATTANANONT

(For English, press here

‘Gain in entropy always means loss of information and nothing more.’ – G. N. Lewis 1930

สิ่งมีชีวิตต่างล้วนต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด การเปลี่ยนแปลงในวงจรชีวิตของธรรมชาติเป็นสิ่งที่ปรากฏอยู่ในทุกช่วงเวลาของประวัติศาสตร์อยู่เสมอ แต่หากเราต้องเอาตัวรอดจากการคัดสรรของมนุษย์ด้วยกันเอง เราจะต้องทำเช่นใด

ทุกสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อบูชาความฝัน เพื่อตอบสนองความต้องการของตนเอง ของคนอื่น หรือเพื่อแสวงหากำไร เมื่อเวลาผ่านไปการดำรงอยู่ในสภาพเดิมย่อมเป็นเรื่องที่ยากอยู่เสมอ ทุกสิ่งย่อมมีการเปลี่ยนแปลง ความฝันใดๆ ที่เราได้ร่างไว้สำหรับอนาคต ล้วนไม่สามารถซ้อนทับกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงได้อย่างลงตัวแทบจะทุกครั้ง เราจึงเริ่มทำลายสิ่งเดิมและสร้างสิ่งใหม่ขึ้นมาทดแทน เพื่อให้กำเนิดอนาคตในอุดมคติ แม้จะรู้ว่าอนาคตก็ยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างคาดการณ์ไม่ได้อยู่เสมอ

ในทางกลับกันอีกหลายสิ่งที่มนุษย์สร้างไปแล้วจำนวนมาก ในวันหนึ่งปัจจัยจำนวนนับไม่ถ้วนจะพยายามทำทุกอย่างให้มันต้องพังทลายลง แต่ไม่ว่าจะผุพังแค่ไหน หากมีความผูกพันกับสิ่งเหล่านั้นแล้ว มนุษย์ก็ฝืนปกป้องรักษามันไว้ ไม่ว่าจะต้องยอมสูญเสียอนาคตไปมากเท่าใดหรือฉุดรั้งมันเอาไว้ได้ชั่วคราวเพียงแค่ไหนก็ตาม ขอเพียงให้บางอย่างเป็นตัวแทนของอดีตที่เคยงดงามได้นั้นก็เพียงพอแล้ว

ทฤษฎีสารสนเทศ หรือกฎข้อที่ 2 ของเทอร์โมไดนามิกส์ได้อธิบายว่าการเข้าใจข้อมูลของเรื่องต่างๆ ในอนาคต มีแนวโน้มที่จะซับซ้อนขึ้นตามกาลเวลา หากเราอยากกำหนดอนาคตหรือระบบให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เราต้องใช้อัลกอริทึมที่ทรงพลังยิ่งขึ้นตามไป บางสิ่งยิ่งเป็นระเบียบ ทำให้เรารับรู้ข้อมูลของมันได้น้อยลง บางอย่างยิ่งยุ่งเหยิง เราก็กลับรู้ข้อมูลของมันน้อยลงเช่นกัน สองสิ่งที่ดูเหมือนจะไม่สามารถบรรจบกันได้นี้ กลับมีปลายทางร่วมกันอย่างน่าประหลาด 

Transformation Theory จึงเป็นการสำรวจสถานที่สองแห่ง ระหว่างเชียงใหม่และกรุงเทพฯ ระหว่างการพยายามฉุดรั้งอดีตและพัฒนาสู่อนาคต ผ่านการประกอบสร้างเศษเสี้ยวของภาพถ่ายขึ้นมาใหม่อีกครั้ง รวมถึงเป็นการตั้งคำถามถึงการพัฒนาของมนุษย์ว่าจะนำพาเราไปสู่อุดมคติอย่างที่เราวาดฝันไว้ได้จริงหรือไม่กันแน่

___________________

ศิรวิทย์ คุววัฒนานนท์ ติวเตอร์สอนฟิสิกส์ที่เริ่มต้นเส้นทางนี้ด้วยการที่พยายามถ่ายภาพเพื่อสอนนักเรียนเกี่ยวกับเมฆและดวงดาวเมื่อ 8 ปีก่อน การถ่ายภาพได้พาศิรวิทย์ไปถึงการจัดนิทรรศการเพื่อเล่าหลายเรื่องที่เขาค้างคาใจ ทั้งเทคนิคการถ่ายภาพ วิทยาศาสตร์ ความรัก ตราบจนถึงความสัมพันธ์ของสังคม มนุษย์ และธรรมชาติ

sirawitkittikorn.com
instagram.com/titi.kittikorn

PHOTO ESSAY : ORDINARY

TEXT & PHOTO: KROEKRIT NOPPHAGAO

(For English, press here

ในทุกวันที่ผมออกไปถ่ายรูป ผมเลือกมองหาความธรรมดาแต่ให้ความรู้สึกพิเศษ ด้วยการเชื่อมโยงระหว่างธรรมชาติและสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นผ่านมุมมองแบบ street minimalist เปลี่ยนสิ่งที่เราเห็นจนชินตา มองเมืองที่กว้างใหญ่ในมุมเล็กๆ เราอาจพบความสวยงามที่ซ่อนอยู่ตามซอกมุมของตึก ตรอกซอกซอย หรือท้องถนน นั่นเพราะความสวยงามมันอาจไม่ได้ซ่อนอยู่ เพียงแต่ว่าเราเองที่เป็นฝ่ายมองข้ามมันไปต่างหาก

___________________

เกริกฤทธิ์ นพเก้า เป็นช่างภาพ wedding ผู้มีความสนใจภาพสตรีทและภาพถ่าย contemporary

facebook.com/Cherbellphoto
instagram.com/bell_kroekrit

PHOTO ESSAY : TWO THINGS ON THE WAY

TWO THINGS ON THE WAY
TWO THINGS ON THE WAYTWO THINGS ON THE WAYTWO THINGS ON THE WAYTWO THINGS ON THE WAYTWO THINGS ON THE WAYTWO THINGS ON THE WAYTWO THINGS ON THE WAYTWO THINGS ON THE WAYTWO THINGS ON THE WAYTWO THINGS ON THE WAYTWO THINGS ON THE WAYTWO THINGS ON THE WAYTWO THINGS ON THE WAYTWO THINGS ON THE WAYTWO THINGS ON THE WAYTWO THINGS ON THE WAYTWO THINGS ON THE WAY

TEXT: CHIWIN LAOKETKIT
PHOTO: CHAICHARN PHOTOGRAPHY

(For English, press here) 

เมื่อสายตาของเราชำเลืองมองบางสิ่ง เมื่อนั้นความคิดที่อยู่เบื้องหลังสายตามักจะพยายามหาคำอธิบายต่อสิ่งนั้น พลันเมื่อได้เดินทางผ่านส่วนเสี้ยวของถนนในเมืองกรุงเทพฯ ด้วยการเดินเท้าจากสถานีรถไฟฟ้าไปตามจุดหมายในสถานที่ต่างๆ เวลาที่เราใช้ในการพินิจพิเคราะห์สิ่งที่อยู่รอบตัวดูเหมือนจะช้าลง จนสามารถสังเกตเห็นถึงความแตกต่างและความไม่ลงรอยกัน ทั้งความธรรมดาหรือแม้แต่ความพิเศษ ไปจนถึงพัฒนาการทางสังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งสะท้อนให้เห็นในรูปแบบของอาคาร บ้านเรือน และถนนที่เป็นเสมือนบันทึกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของเมืองและสถานที่แห่งนั้นได้เป็นอย่างดี

‘TWO THINGS ON THE WAY’ เป็นชุดภาพถ่ายบันทึกการเดินทางสำรวจย่านที่รุ่มรวยวัฒนธรรม ตรอกเล็กซอกน้อยในบริเวณถนนทรงวาด ซอยนานา ตลอดจนห้างสรรพสินค้า สวนสาธารณะ และแลนด์มาร์กสำคัญบนถนนบรรทัดทองและถนนนราธิวาสฯ ซึ่งเผยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในชีวิตประจำวันผ่านพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทางเศรษฐกิจที่เรียกกันว่า ‘ย่านเก่า’ กับ ‘ย่านใหม่’ อันปะปนไปด้วยไลฟ์สไตล์และความหลากหลายทางเจเนอเรชัน 

ภาพถ่ายชุดนี้พาเราเดินทางผ่านการเชื่อมโยงกับวัตถุในรูปลักษณ์ของเครื่องทำน้ำอุ่น MEX CRAVE Series ซึ่งเป็นตัวแทนของเทคโนโลยีและระบบดิจิทัลที่ทันสมัย และแสดงให้เห็นถึงความเว้าโค้งเสมือนแผ่นกระเบื้องสามมิติที่มีความเงางามสะท้อนแสงแดด 

TWO THINGS ON THE WAY

MEX CRAVE Series เครื่องทำน้ำอุ่นโอบรับไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ด้วยเทคโนโลยีของระบบควบคุมอุณหภูมิน้ำแบบอัจฉริยะ Smart Electronic Control ที่สามารถใช้งานได้ด้วยระบบสัมผัส และ Rapid Preheat ฟังก์ชันปรับอุณหภูมิของน้ำได้ตามความต้องการอย่างรวดเร็วและแม่นยำ โดยจะมีการผลิตอิดิชั่นใหม่ภายใต้คอนเซปต์ ‘DIGITAL IS NOW’​ ​ที่มีทั้งสี Dark Emerald (เขียว) และสี Metallic Red (แดง) สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 – 31 มีนาคม 2568

อ่านเรื่องราวของ MEX CRAVE Series ได้ที่ 

MEX CRAVE SERIES

mexappliance.com
dots-designstudio.com