Category: PHOTO ESSAY

PHOTO ESSAY : FREITAG AND MY IDENTITY


TEXT: SARUNKORN ARTHAN
PHOTO COURTESY OF THE PHOTOGRAPHER

(For English, press here

หากให้ผู้อ่านลองหยิบสิ่งของที่สื่อถึงตัวตนของตัวเองที่สุด สิ่งนั้นจะเป็นอะไรได้บ้าง แว่นตาที่ใส่ทุกวัน? หนังสือเล่มโปรด? กระปุกยาดมคู่กาย? ที่ว่ามาทั้งหมดนั่นก็ดูน่าสนุกและท้าทาย ระหว่างการบาลานซ์ความคิดตัวเองกับความสร้างสรรค์เพื่อรวมกันเป็นตัวตนออกมา แต่ถ้าเป็น ‘กระเป๋าคู่ใจ’ ล่ะ? จะสื่อถึงตัวตนในรูปแบบไหนได้บ้าง 

art4d x FREITAG จึงร่วมกันริเริ่มแคมเปญภาพถ่ายสุดพิเศษในหัวข้อ ‘FREITAG and my identity’ ที่อยากให้ทุกคนจากทุกอาชีพมานำเสนอตัวตนและความสร้างสรรค์ผ่านกระเป๋า FREITAG คู่ใจ 

ผู้คนจากหลากหลายอาชีพเวียนวนส่งผลงานเข้ามา แต่ก็มีผลงานจากอาชีพหนึ่งที่น่าสนใจและงดงามในตัวเองอย่างมาก คือ ผลงาน ‘แบกกันไปทุกที่’ ของมาลินี เม็นดอนก้า ในอาชีพ #FULLTIMEMOTHER ที่ไม่เพียงสื่อสารความสวยงามผ่านภาพถ่าย แต่ยังสื่อสารเรื่องราวเล็กน้อยที่ยิ่งใหญ่อย่างความเป็นแม่ได้อย่างดี 

ผลงานอื่นๆ ก็น่าสนใจและสื่อสารตัวตนออกมาได้สวยงามไม่แพ้กัน ตามแต่สาขาอาชีพของตัวเองไม่ว่าจะเป็น #ARCHITECT #SHOPKEEPER #INTERIORARCHITECT หรือแม้แต่ #VETERINARIAN ที่โดดเด่นในความคิดสร้างสรรค์ที่ผนวกสัตว์ คน และวัตถุอย่างกระเป๋าเข้ามาอยู่ในเรื่องราวที่เรียกรอยยิ้มได้อย่างพอดิบพอดี 

ไม่ว่าผลงานไหนจะได้รางวัลอะไร ก็ไม่ได้เป็นการทำลายหรือลดทอนคุณค่าในตัวตนของคุณเลยแม้แต่น้อย เพราะความเป็นตัวเอง (be yourself) นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดของทุกขณะของการดำรงอยู่ของชีวิต เพราะการเป็นตัวเองก็คือการรักตัวเอง เพื่อส่งต่อความรักให้คนอื่นต่อไป 

If you can’t love yourself, how the hell you gonna love somebody else?” – RuPaul

___________________

มาลินี เม็นดอนก้า
Occupation: Full-time mother
Title of the Photo: แบกกันไปทุกที่

ไม่ว่าจะทริปใกล้ ไกล สิ่งที่ขาดไม่ได้คือกระเป๋าคู่ใจใบนี้ ถึกทน สะพายข้าง สะพายเป็นเป้ก็สะดวก

ทีป์ชลิต จุฬารัตน์
Occupation: สถาปนิก
Title of the Photo: Art Play Work 

FREITAG นอกเหนือจากจะเป็นกระเป๋าที่ออกมาเพื่อการใช้งานและมีความ Eco แล้วถือเป็นงานที่ให้ความสำคัญกับศิลปะในการจัดวางในเรื่อง pattern และ color มาก ให้ความสนุกและสร้างแรงบันดาลใจทุกครั้งในการใช้งาน ภาพนี้เป็นตัวอย่างที่เรียบง่ายในตัวตนของผมที่ชอบงานศิลปะ ถ่ายรูปเล่น และใช้เก็บอุปกรณ์ทำงานที่พกพาสะดวก สอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ในการทำงานของ FREITAG เลย 

พชร เลิศผดุงธรรม
Occupation: Interior Architect, Branding, AI Experience Strategist
Title of the Photo: Layers in 3D

FREITAG, one of my life’s (p)layers (not just layers), still takes the stage

ธนภัทร ฆ้องวงศ์วิไล
Occupation: ขายรองเท้า
Title of the Photo: Be Yourself

จะสีไหนก็ไม่สะดุด ถ้าเป็นสีสันของตัวเรา 

กฤช เจ็งสืบสันต์
Occupation: ธุรกิจส่วนตัว
Title of the Photo: The Business Man

“I came here to drop somе money, droppin’ all my money 💴”

นิมิตพร ตั๋นวัน
Occupation: เจ้าของกิจการ
Title of the Photo: จุใจ

ไอเดียเกิดจากที่เรามี FREITAG รุ่น F302 ROY อยู่หนึ่งใบ ซึ่งเป็นใบที่ชอบและใบใหญ่ สามารถใส่ของใช้ได้เยอะมากๆ เวลาไปเที่ยวที่ไหนใบเดียวก็เอาอยู่

รัฐพงษ์ อังกสิทธิ์
Occupation: สถาปนิก / อาจารย์
Title of the Photo: นิ่งในกระแสเมือง

ท่ามกลางเสียงพูดคุย กลิ่นอาหาร และการเคลื่อนไหวของผู้คนในตลาด ผมยืนนิ่งอยู่เพียงชั่วขณะ เหมือนโลกภายนอกยังคงหมุนไป แต่ใจกลับสงบลง หยุดอยู่กับตัวเองในความวุ่นวายรอบตัว

เมธาวิน ไสวเกิดศิริ
Occupation: สัตวแพทย์
Title of the Photo: ฟายถาก or ฟรายถาก

อ่าน (ควายๆ) แบบไหนก็ไม่สำคัญ ขอแค่รักรีไซเคิลในแบบเดียวกันก็พอ เพื่อโลกที่น่าอยู่อาศัยกว่าเดิม

พงศกรณ์ ลังกากาศ
Occupation: ช่างภาพ
Title of the Photo: Art in 360 

ในเมื่อศิลปะมีอยู่ทุกที่ ผมก็เลยอยากดึงมันออกมาให้ได้มากที่สุด จากกระเป๋า F40 สีดำตัดกับขาว ที่มีความอาร์ตในตัวอยู่แล้ว จึงอยากให้เสื้อผ้าที่สวมใส่ เข้ากันกับกระเป๋าที่คล้องอยู่

เลยเกิดความคิดใช้วิธีพ่นสีดำลงบนพื้นเสื้อผ้าสีขาว โดยใช้กระดาษตัดเป็นรูปวงรีบังสีดำที่พ่นไว้ ให้เกิดรูปภาพเชื่อมต่อกันกับกระเป๋า ดีดสีลงไปเล็กน้อย และอาจจะต่อยอดแบบสะพายด้านหลังด้วย เพื่อเกิดเป็นศิลปะชิ้นใหม่ที่อยู่บนตัวเรา 360 องศา

เป็นชิ้นงานเฉพาะของใครของมัน กระเป๋าหนึ่งใบต่อเสื้อหนึ่งตัว และสามารถโชว์ศิลปะทั้งหมดนี้ไปได้ทุกที่เมื่อสวมใส่นั่นเอง

รังค์ อิ่นปัน
Occupation: สถาปนิก
Title of the Photo: The Architect’s Canvas

สถาปนิกกับ FREITAG คู่แท้แห่งความทนทานและการสร้างสรรค์ที่ยั่งยืน ท่ามกลางสมรภูมิรบของสถาปนิกแบบแปลนบ้านที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น พร้อมเครื่องมือและอุปกรณ์ ที่ถูกแบกไว้บนบ่ากับกระเป๋าที่ทำจากผ้าใบรีไซเคิล FREITAG ไม่เป็นเพียงแค่กระเป๋า แต่เป็นสัญลักษณ์ของความยั่งยืน ทนทาน และเป็นเอกลักษณ์ ภาพนี้จะสื่อถึงตัวตนและการทำงานของผมที่ต้องสร้างสรรค์สิ่งที่ยืนยาวและรับมือกับความท้าทายได้ทุกรูปแบบ หลอมรวมเข้ากับแบรนด์กระเป๋าแฟชั่น FREITAG เข้าด้วยกันอย่างลงตัว

PHOTO ESSAY : AT THE HEART OF FAITH


TEXT & PHOTO: SAMATCHA APAISUWAN

(For English, press here

ใจกลางแห่งศรัทธา: ภาพเหมือนของชุมชนชาวอินเดียในกรุงเทพฯ

แนวคิดของโครงการ ใจกลางแห่งศรัทธา (At the Heart of Faith) เริ่มต้นขึ้นหลังจากนิทรรศการ ‘Connect’ ในงาน Bangkok Design Week 2025 ซึ่งเป็นผลงานที่สำรวจแนวคิดเรื่อง ‘การเชื่อมโยงผู้คนผ่านศิลปะ พื้นที่ และอารมณ์ร่วม’ ภายหลังจากนิทรรศการนั้น กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้เชิญให้ผมพัฒนาโครงการถ่ายภาพชุดใหม่ในรูปแบบนิทรรศการภาพถ่ายกลางแจ้ง เพื่อจัดแสดงในช่วงเทศกาลดิวาลี (Diwali Festival) วัตถุประสงค์คือเพื่อส่งเสริมและเผยแพร่ชีวิตของชุมชนชาวอินเดียในย่านพาหุรัด หรือ ลิตเติลอินเดียของกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีบทบาทสำคัญในความหลากหลายทางวัฒนธรรมของเมืองนี้

แนวคิดหลักของโครงการชัดเจนตั้งแต่ต้นคือการถ่ายทอดภาพชีวิตของผู้คนในชุมชนที่เต็มไปด้วยสีสันและศรัทธา ผ่านมุมมองที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อ การค้า และวิถีชีวิตที่ดำเนินควบคู่ไปกับเมืองสมัยใหม่ โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรม ขณะเดียวกันก็สำรวจ ‘สายใยของมนุษย์’ ที่เชื่อมโยงชุมชนชาวอินเดียในแต่ละประเทศเข้าด้วยกัน ผ่านภาษากลางของความศรัทธาและความเป็นหนึ่งเดียว 

ผลงานภาพถ่ายชุดนี้ประกอบด้วยภาพถ่ายจากประเทศอินเดียร่วมกับภาพถ่ายชุดใหม่ที่สร้างขึ้นในย่านพาหุรัด ทั้งสองชุดภาพถูกนำมาสานต่อกันเป็นบทสนทนาทางสายตา ระหว่างชุมชนที่มีจังหวะทางจิตวิญญาณเดียวกัน จุดศูนย์กลางของเรื่องราวอยู่ที่ คุรุดวารา ศรีคุรุสิงห์สภา (Gurdwara Sri Guru Singh Sabha) วัดซิกห์หลักของกรุงเทพฯ ที่มีโดมสีทองอร่ามโดดเด่นเหนือย่านการค้า เป็นสัญลักษณ์ของความศรัทธาและความต่อเนื่องของชุมชน 

รอบๆ วัดคือภาพชีวิตประจำวันอันเรียบง่ายแต่เปี่ยมความหมาย ช่างตัดผ้าที่กำลังนั่งทำงานอยู่ในร้านเล็กๆ พ่อค้าแม่ค้าที่ขายผ้าและเครื่องเทศ ผู้สูงอายุที่นั่งสนทนากันในยามบ่าย ภาพเหล่านี้คือช่วงท่วงทำนองชีวิตที่สืบทอดมาหลายชั่วคน ในทุกๆ การกระทำเล็กๆ การสวมมณฑ์ การทำงาน การแบ่งปันอาหาร ศรัทธาไม่ได้ปรากฏเพียงในพิธีกรรม หากแต่ปรากฏอยู่ใน ‘จังหวะของชีวิตประจำวัน’ ของผู้คนในชุมชนแห่งนี้ 

ใจกลางแห่งศรัทธา จึงไม่ใช่เพียงแค่ภาพเหมือนของย่านพาหุรัดเท่านั้น แต่ยังเป็นบทบันทึกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงความต่อเนื่องของความเชื่อและตัวตนของผู้คนในมหานครกรุงเทพฯ

___________________

สมัชชา อภัยสุวรรณ เป็นช่างภาพและผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ในกรุงเทพฯ ที่มีประสบการณ์ด้านศิลปะและการออกแบบมากกว่า 30 ปี ผลงานของเขามุ่งสำรวจความเชื่อ โยงระหว่างวัฒนธรรม ศรัทธา และชีวิตประจำวันในแนวทางเชิงสารคดี เขาได้ร่วมงานกับองค์กรศิลปะและวัฒนธรรม รวมถึงเครือข่ายสื่อและข่าวชั้นนำ อาทิ Bangkok Post, Thai PBS World และ Financial Times 

samatchaapaisuwan.com
facebook.com/samatcha.apaisuwan 

PHOTO ESSAY : A LETTER TO REM AND HENRI


TEXT & PHOTO: BHUMIBHAT PROMBOOT

(For English, press here

การพยายามปะติดปะต่อภาพความทรงจำ ผ่านองค์ประกอบของเมืองในมุมมองของคนนอก ที่ที่เมืองนั้นถูกประกอบสร้างให้เป็นพื้นที่เพื่อการพักผ่อน บันดาลความสุข สร้างความสบาย และปลอบประโลมความบันเทิงในจิตใจให้แก่ผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือน โดยอ้างอิงสาระบางส่วนจากในหนังสือ Delirious New York, 1978 ของ Rem Koolhaas สถาปนิกและนักทฤษฎีที่มีบทบาทสำคัญต่อสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ที่ได้วิเคราะห์และตีแผ่ การก่อร่าง สร้างมหานครนิวยอร์กโดยเฉพาะบริเวณพื้นที่เกาะ Manhattan ขึ้นมา 

ภาพถ่ายชุดนี้จึงต้องการเชื่อมต่อความจริงบางประการจากหนังสือ Delirious New York ไปยังหนังสือภาพของ Henri Cartier-Bresson ที่ชื่อว่า America in Passing, 1991 ที่ได้นำเสนอความเป็นจริงและความปกติธรรมดาบางอย่างของ American’s Life ในช่วงยุคปี 1940s-1960s 

ภาพ American’s Life, 2025 แบบสะเปะสะปะ ที่เรียงรายบนพื้นที่และวัตถุที่ตอบสนองการพักผ่อนหย่อนใจต่างๆ รอบๆ ทั้งเกาะ Manhattan ยังคงทำให้นิวยอร์กเป็นมหานครที่เสมือนเป็นจอทีวีขนาดใหญ่ยักษ์ ที่นำเสนอภาพชีวิต ภาพความฝันและภาพความตาย ที่วนเวียนอย่างไม่รู้จบ ไม่รู้สิ้น 

Dear Rem,
I am very frustrated. 

Dear Henri,
I feel so disconnected. 

___________________

ภูมิภัทร พรหมบุตร สถาปนิกและอาจารย์พิเศษ มีความสนใจใน ตึก ต้นไม้ วิญญาณ และสิงสาราสัตว์

instagram.com/bhumibhatpromboot  

PHOTO ESSAY : BLOSSOM BURN TO ASH


TEXT & PHOTO: RICHARD SAESONG

(For English, press here

เทศกาลดอกไม้ไฟในญี่ปุ่น หรือ ฮานาบิไทไค ไม่ได้เป็นเพียงการแสดงสีสันบนท้องฟ้า แต่คือการรวมผู้คนให้มานั่งอยู่ด้วยกันใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืน เพื่อเฝ้ารอความงดงามที่เกิดขึ้นเพียงชั่วขณะ ดอกไม้ไฟแต่ละดอกเปรียบเสมือนดอกไม้ที่เบ่งบาน สว่างไสว งดงาม แต่ก็สลายหายไปอย่างรวดเร็ว ความไม่จีรังนี้เองที่ทำให้มันจับใจผู้ชม 

การได้ไปชมเทศกาลพลุนากาโอกะคือความฝันที่สืบเนื่องมาตั้งแต่วัยเด็ก ภาพจากหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นที่เคยเห็น ผู้คนเงยหน้ามองท้องฟ้าที่สว่างไสวด้วยประกายไฟ ทำให้ผมเฝ้าฝันว่าสักวันจะได้สัมผัสบรรยากาศจริงๆ และเมื่อได้ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนในฤดูร้อนที่ผ่านมา กล้องที่ผมถือไว้ไม่ได้เพียงบันทึกแสงสีของพลุที่เบ่งบานบนท้องฟ้า แต่ยังบันทึกความรู้สึกและความทรงจำที่ผูกพันกับภาพในวัยเยาว์ที่ครั้งหนึ่งเคยฝันถึง 

สิ่งที่ทำให้ค่ำคืนนั้นพิเศษคือบรรยากาศรอบข้าง ผู้คนปูเสื่อ นั่งพูดคุย แบ่งปันอาหาร และรอคอยร่วมกัน เมื่อเสียงพลุแรกดังขึ้น ท้องฟ้าก็เบ่งบานด้วยสีสัน ผู้สูงวัยนั่งมองอย่างสงบ ขณะที่เสียงหัวเราะของเด็กๆ ก้องไปทั่วสวนสาธารณะ มันคือภาพแห่งความอบอุ่นที่เชื่อมโยงผู้คนมากมายไว้ด้วยกัน และเมื่อแสงสุดท้ายเลือนหาย ท้องฟ้าก็กลับคืนสู่ความมืด ความงามทั้งหมดยังคงอยู่ในใจ เพราะมันเกิดขึ้นเพียงเพื่อจะหายไป และด้วยการหายไปนั้นเอง เราจึงเรียนรู้ที่จะโอบกอดคุณค่าของช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่ร่วมกันใต้ฟ้าเดียวกัน

___________________

ริชาร์ด แซส่ง เป็น 3D Modeling & Visualizer ที่ไม่ถนัดในการการสื่อสารด้วยคำพูด เขาจึงมักใช้ภาพถ่ายเป็นอีกหนึ่งภาษาที่สะท้อนความเป็นตัวตนและมุมมองต่อสิ่งที่ได้พบเจอ ถ่ายทอดผ่านโทนสี เส้นสาย การเคลื่อนไหวที่เรียบง่าย และบรรยากาศที่สงบ จนกลายเป็นภาพที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน แต่ยังคงเก็บรายละเอียดของความรู้สึกไว้อย่างครบถ้วน

facebook.com/rcbline
instagram.com/___rc_

PHOTO ESSAY : A MODERN DAY AFFAIR

  • The Beginning: ช่องว่างระหว่างเรา ค่อยๆ กว้างขึ้น


TEXT & PHOTO: KANTAYA NEW

(For English, press here

ทุกอย่างเริ่มจากความเงียบที่คุ้นเคย—เรานั่งใกล้กันแต่ถูกคั่นด้วยแสงจากหน้าจอ นั่นคือจุดตั้งต้นของ ‘A Modern Day Affair’ 

ชุดภาพถ่ายนี้สำรวจการที่โทรศัพท์ค่อยๆ แทรกซึมในความสัมพันธ์ส่วนตัว ผ่านเซลฟ์พอร์ตเทรตและภาพสัญลักษณ์ บางภาพได้แรงบันดาลใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ขณะที่หลายภาพถูกจินตนาการและจัดวางขึ้น—ไม่ใช่เหตุการณ์จริง แต่ยังคงความจริงทางความรู้สึกที่สัมผัสได้ เช่น แผ่นฟิล์มกันรอยที่แตกร้าวตั้งบนหน้าเค้ก หรือกระดาษโพสต์อิทติดบนประตู—เป็นภาพสมมติที่สื่อถึงถ้อยคำที่ยังค้างคา 

ทุกภาพถูกจัดฉากอย่างพิถีพิถัน แต่หยั่งรากลึกจากประสบการณ์จริง จึงคงไว้ซึ่งอารมณ์และบรรยากาศที่แท้จริง ทำให้ผู้ชมสัมผัสได้ถึงความเป็นจริงที่อยู่เบื้องหลัง งานชิ้นนี้ผสานอารมณ์ขันเข้ากับความเศร้าอย่างลงตัว เพื่อชี้ให้เห็นถึงระยะห่างที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้น แม้ร่างกายจะอยู่เคียงข้างกัน แต่จิตใจกลับล่องลอยไปในโลกดิจิทัล 

‘A Modern Day Affair’ เป็นชุดภาพถ่ายที่ยังดำเนินต่อเนื่อง เพื่อสำรวจผลกระทบที่โทรศัพท์มีต่อชีวิตและความสัมพันธ์ของเรา แม้เริ่มต้นจากประสบการณ์ส่วนตัว ซึ่งหลายคนคงเชื่อมโยงได้—เพราะการใช้โทรศัพท์กลายเป็นเรื่องธรรมดาที่พบเห็นได้แทบทุกที่ทุกเวลา ซีรีส์นี้จึงเป็นการเชิญชวน—ให้หันกลับไปมองคนข้างๆ ที่กำลังรอให้เราสนทนาด้วย

___________________

กันตยา นิว เป็นศิลปินภาพถ่ายเชื้อสายไทย–สิงคโปร์ ทำงานทั้งภาพถ่ายสตรีทและภาพถ่ายคอนเซ็ปชวล งานสตรีทของเธอมองหาจังหวะในชีวิตประจำวันที่มักถูกมองข้าม—ความบังเอิญที่เล่าเรื่อง ส่วนงานคอนเซ็ปชวลใช้การจัดฉากและการเลือกวัตถุ เพื่อชวนให้ผู้ชมคิดทบทวน โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับเทคโนโลยี ซึ่งปัจจุบันเธออาศัยอยู่ที่สิงคโปร์ และกำลังทำงานชุดภาพถ่าย ‘A Modern Day Affair’

ผลงานของเธอเคยจัดแสดงในระดับนานาชาติ และได้รับการคัดเลือกในหลายรางวัลสำคัญ เช่น LensCulture Critics’ Choice (Winner, 2023), Fujifilm Moment Street Photo Awards (2nd Prize, 2024) และ Sony World Photography Awards (Shortlist, 2022 — Open Competition และ Alpha Female Awards)

kantayanew.com
instagram.com/kantaya_new
instagram.com/kantaya_new_art

PHOTO ESSAY : CATS IN THE AIR


TEXT & PHOTO: PUTTIPONG NIPATUTIT

(For English, press here

“ทุกครั้งที่เดินผ่านพื้นที่เล็กๆ ในเมือง ผมมักเห็นแมวก้าวกระโดดอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่มีการเตรียมตัว ไม่มีพิธีการ มันคือเสี้ยววินาทีสั้นๆ ที่บอกเล่าเรื่องราวของการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ภาพเหล่านี้เลยกลายเป็นเหมือนบันทึกที่บอกเราว่า ความงามบางอย่างซ่อนอยู่ในสิ่งเล็กๆ รอบตัวเสมอ”

___________________

พุทธิพงศ์ นิพัทธอุทิศ (แอมป์) เจ้าของโรงพิมพ์ดิจิทัลเล็กๆ ที่ชอบการถ่ายภาพเป็นชีวิตจิตใจ

facebook.com/amp.puttipong
instagram.com/amp_puttipong

PHOTO ESSAY : TOKYO NUDE


TEXT & PHOTO: RUMI ANDO

(For English, press here

ทุกฤดูร้อนนับตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่โตเกียว ฉันจะต้องเป็นลมล้มลงกลางถนนอยู่หนึ่งหรือสองครั้งเสมอ และทุกครั้งที่เป็นลม ฉันก็อดรู้สึกหวาดหวั่นไม่ได้ เมื่อจินตนาการว่าตัวเองกำลังจะจมหายไปในคลื่นผู้คน ท่ามกลางกระแสข้อมูลที่ไหลบ่า และไอร้อนของเมืองที่ดูไม่มีทางหนี จนวันหนึ่ง ความรู้สึกเหล่านี้ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ฉันสร้างภาพโตเกียวในอีกมุมมองหนึ่งขึ้นมา 

ผลงานครั้งนี้ว่าด้วยการทำให้ ‘โตเกียวในจินตนาการ’ ปรากฏขึ้นในภาพถ่ายผ่านเทคนิคการตัดต่อภาพดิจิทัล กฎที่ฉันตั้งไว้ก็คือ ฉันจะลบสิ่งรบกวนสายตาที่โดดเด่นออกไป ไม่ว่าจะเป็นหน้าต่าง เสาไฟ ป้ายโฆษณา ผู้คน หรือเศษขยะ การค่อยๆ ลบองค์ประกอบเหล่านี้ที่เป็นเหมือน ‘เสียงรบกวน’ ให้หมดสิ้น คล้ายเป็นการลอกคราบจนเห็นตัวตนที่แท้จริงของโตเกียว = เปลือยเปล่า 

ทุกวันนี้ ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนของผู้คนค่อยๆ เปลี่ยนไปอยู่บนโลกออนไลน์ ท่ามกลางสภาวะแบบนั้น ฉันกลับรู้สึกโหยหาโตเกียวในภาพที่อยู่นอกกำแพงที่ล้อมรอบ และความโหยหานี้เองคือแรงผลักดันให้ฉันสร้างผลงานเหล่านี้ขึ้นมา

___________________

รูมิ อันโดะ (Rumi Ando) เป็นช่างภาพและนักรีทัชภาพ หลังจากจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศิลปะแห่งกรุงโตเกียว สาขาศิลปะขั้นสูง เธอได้สร้างสรรค์ผลงานโดยใช้ภาพถ่ายเป็นสื่อหลัก ผสมผสานเทคนิคการประมวลผลภาพ เพื่อถ่ายทอดภูมิทัศน์เมืองที่ผสานโลกแห่งความจริงและจินตนาการเข้าไว้ด้วยกัน

instagram.com/andytrowa

PHOTO ESSAY : SUN-DRIED STORIES: THE ART OF HANGING OUT


TEXT & PHOTO: KONGKIAT SAMANGSRI

(For English, press here

การตากผ้าในอิตาลีไม่ใช่เพียงแค่กิจวัตรประจำวันของคนท้องถิ่น แต่ยังเป็นสิ่งที่ดึงดูดสายตาของช่างภาพ 

ผ้าที่ปลิวกระพืออยู่ระหว่างอาคารเก่า ริมหน้าต่าง ผนังบ้านก่ออิฐส้มในเมืองอย่างเวนิส ฟลอเรนซ์ เซียนาหรือโบโลญญา บ้างมีระเบียบบ้างไร้ทิศทาง แต่ทุกราวล้วนเรียบง่ายกลายเป็นฉากไร้การปรุงแต่งที่ทั้งมีสีสันและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน 

การตากผ้ากลางแจ้งช่วยเติมชีวิตชีวาให้กับตรอกแคบๆ และผนังว่างเปล่า ผ้าที่ตากอยู่ไม่ได้เป็นเพียงวัตถุ แต่สะท้อนเรื่องราวของผู้คน ครอบครัว ฤดูกาลและความสัมพันธ์ของคนในชุมชน 

การถ่ายภาพผ้าที่ตากอยู่คือการเก็บรายละเอียดของวัฒนธรรมที่แท้จริง ใช้แค่แสงแดดธรรมชาติ ลมพัดนิดหน่อย และฝีมือจัดวางผ้าบนราวจากเหล่าแม่บ้านพ่อบ้านชาวอิตาเลียน ก็เพียงพอที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้ช่างภาพได้สร้างสรรค์ผลงานที่มีอารมณ์และความหมาย

___________________

ก้องเกียรติ สำอางศรี (ก้อง) เป็นเภสัชกรผู้ชอบการเดินทางและการถ่ายภาพสไตล์ minimalist

facebook.com/kongkiat.samangsri
instagram.com/sam_kongkiat

PHOTO ESSAY : PUBLIC AREA: EXPO 2025 OSAKA


TEXT & PHOTO: PEERAPAT WIMOLRUNGKARAT

(For English, press here

ถ้าจะพูดกันตรงๆ จุดมุ่งหมายของคนที่มางาน Expo 2025 Osaka ส่วนใหญ่ก็เพื่อมาดู pavilion ที่ตัวเองเล็งไว้แหละ ทั้งด้วยอยากจะรู้ว่าแต่ละประเทศจะโชว์อะไร หรือหวังจะไปลุ้น lotto ให้มันได้สักที (ใครๆ ก็อยากโชคดีเหมือนกันนั่นแหละนะ) 

แต่ถ้ามองข้ามความอลังการของแต่ละ pavilion ไป สิ่งที่ต้องพูดถึงแน่ๆ คือ ‘วงแหวนแห่งใจ’ หรือ Grand Ring โครงสร้างไม้ยักษ์ที่บอกเลยว่าตอนเดินเข้าไปครั้งแรกคือ “เห้ย… มันใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ?” แล้วมันเองก็ไม่ได้ใหญ่แบบเปล่าๆ มันมีความละเมียดละไมแบบญี่ปุ่นจ๋า แสงเงาตัดกันสวยทุกย่างก้าว เดินเพลินๆ เหมือนไม่ได้เดินวนแต่เหมือนเดินผ่านอะไรใหม่ๆ ตลอดเวลา 

แม้ทั้งหมดทั้งมวลจากที่เล่ามาจะล้วนแต่น่าสนใจ แต่สิ่งที่อยากบอกในเรื่องนี้ก็คือ… ห้องน้ำครับคุณผู้ชม! 

ห้องน้ำมักจะเป็นสิ่งที่คนมองข้าม แต่ห้องน้ำที่นี่เขาคิดมาดีมาก บางห้องน้ำออกแบบซะอย่างกับ pavilion ย่อมๆ จะเข้าไปปลดทุกข์แต่เหมือนเข้าไปสำรวจอะไรบางอย่างซะงั้น แถมบางจุดมีลูกเล่นทางเข้า-ทางออกคนละทางด้วยนะ เก๋…แต่คนไม่ชินก็มึนเล็กน้อย (บางคนหลงก็มี) แต่ทุกคนยิ้มได้ เพราะมันไม่ใช่หลงแบบเครียด มันหลงแบบ “555 ออกผิดทางว่ะ” 

แต่ๆๆๆ อันนี้เตือนเลยนะ
ก่อนเข้าห้องน้ำ ดูสัญลักษณ์ดีๆ
เพราะบางห้องถ้าไม่สังเกตดีๆ แล้วเผลอเข้าไปผิด… ชีวิตอาจไม่เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือความทรงจำนะครับพี่น้อง

___________________

พีรพัฒน์ วิมลรังครัตน์ (แอ๊ด) ช่างภาพผู้ชื่นชอบเก็บบันทึกภาพนิ่ง ที่มีความเคลื่อนไหวในความทรงจำ
Leica Ambassador (Thailand)
Architecture photography @somethingarchitecture

facebook.com/addcandid
instagram.com/addcandid

PHOTO ESSAY : ILLUSIONS OF THE STREET


TEXT & PHOTO: PHATSAKORN BUNDASAK

(For English, press here

“ภาพลวงตาสุดเหนือจริงเหล่านี้ จะเปลี่ยนมุมมองที่คุณมีต่อชีวิตประจำวัน”

ผลงานภาพถ่ายแนวสตรีทชุดนี้ คือการสำรวจความบังเอิญ มุมมองเฉพาะ และจังหวะที่เป๊ะอย่างไม่น่าเชื่อ — เพื่อสร้างภาพที่ดู ‘ไม่ปกติ’ และหลอกให้เราคิดไปอีกแบบ ทั้งที่สิ่งเหล่านั้นล้วนเกิดขึ้นจริงในโลกแห่งความเป็นจริง โดยไม่ได้มีการจัดฉากใดๆ เลย องค์ประกอบในภาพที่ซ้อนทับกันอย่างพอดิบพอดี เงาที่ขยายตัวเองผิดธรรมชาติ หรือมุมมองที่พลิกสิ่งธรรมดาให้กลายเป็นเรื่องเหลือเชื่อ ล้วนทำให้ผู้ชมเกิดความรู้สึกสงสัย ตั้งคำถาม และย้อนกลับมามองโลกด้วยสายตาที่ต่างออกไป

นั่นคือเสน่ห์ของ street photography ที่ผมหลงใหล ไม่ใช่เพียงการจับภาพเหตุการณ์ แต่เป็นการ ‘ตีความสิ่งที่เกิดขึ้น’ และส่งต่อความรู้สึกให้ผู้ชมได้ร่วมค้นพบไปพร้อมกัน 

___________________

ภาสกร บรรดาศักดิ์ ปัจจุบันทำงานเป็นกราฟิกดีไซน์เนอร์ในบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่ง เขาเริ่มถ่ายภาพสตรีทตั้งแต่ปี 2019 โดยใช้เวลาว่างออกเดินถนนเพื่อมองหาความพิเศษในความธรรมดา โดยเฉพาะ ‘ภาพลวงตา’ หรือโมเมนต์เหนือจริงที่เกิดขึ้นจากการจัดวางโดยธรรมชาติซึ่งมักซ่อนตัวอยู่ในแสง เงา หรือจังหวะที่คาดไม่ถึง เขานิยามสิ่งเหล่านี้ว่าเป็น ‘มายาแห่งชีวิตประจำวัน’ ที่รอให้เราสังเกต เพื่อกดชัตเตอร์เพียงครั้งเดียว และหยุดช่วงเวลานั้นไว้ตลอดกาล

facebook.com/phatsakorn
instagram.com/dave_street_photo