Category: ADVERTORIAL

CPAC GREEN SOLUTION

พบกับมิติใหม่ของการก่อสร้างครบวงจร กับบูธ CPAC Green Solution ที่จัดแสดงนวัตกรรมการก่อสร้างสุดล้ำต่างๆ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
Read More

WOODDEN THEMATIC PAVILION

ทำความเข้าใจการใช้ไม้อย่างยั่งยืนผ่านการออกแบบบูธ WOODDEN หนึ่งใน Thematic Pavilion ของงานสถาปนิก’66 ที่ PAVA Architects ออกแบบให้คล้ายป่าขนาดย่อมที่แสดงกระบวนการแปรรูปไม้สักตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ Read More

THEMATIC PAVILION

สำรวจไฮไลท์ประจำงานสถาปนิก’66 อย่าง ‘Thematic Pavilion’ อันเป็นการสร้างสรรค์พื้นที่จัดแสดงสินค้าจากการนำวัสดุก่อสร้างมาตีความพื้นที่ผ่านมุมมองของนักออกแบบ เพื่อก่อให้เกิดจินตนาการในการใช้วัสดุผ่านความคิดสร้างสรรค์พร้อมทั้งสร้างประสบการณ์แบบใหม่ให้ผู้ที่มาร่วมชมงาน
Read More

FLOS

ทำความรู้จักกับโคมไฟทั้ง 3 จาก FLOS แบรนด์โคมไฟสัญชาติอิตาลีที่ก่อตั้งตั้งแต่ปี 1960 โดย Dino และ Cesare Cassina ที่นำเสนองานออกแบบอันมากกว่าแค่แสงสว่างพื้นฐาน หากยังตอบรับกับการใช้งาน เทคโนโลยี รวมถึงสุนทรียภาพ ผ่านการร่วมมือกับนักออกแบบระดับโลกอยู่เสมอ Read More

ASA 2023 HUMAN LIBRARY

เรียนรู้สิ่งใหม่ผ่านการพูดคุยกับ ‘หนังสือมนุษย์’ ในงานสถาปนิก’66 จาก 4 สาขาวิชาชีพทั้ง สถาปัตยกรรม ออกแบบภายใน ภูมิสถาปัตยกรรม และผังเมือง พร้อมทั้งพบปะเหล่า Influencer มากความสามารถจากสาขาอื่นๆ ไปพร้อมกัน Read More

CLOUD 11

ผลงานจากบริษัทอสังหาริมทรัพย์ MQDC, Snøhetta สตูดิโอสถาปัตยกรรมจากนอร์เวย์ และ A49 สตูดิโอสถาปัตยกรรมจากไทย ที่หมายมั่นเป็น hub ฟูมฟักความคิดสร้างสรรค์ของ creator ที่ใหญ่ที่สุดของเอเชีย

TEXT: PRATCHAYAPOL LERTWICHA
PHOTO COURTESY OF CLOUD 11 EXCEPT AS NOTED

(For English, press here)

“creator คนไทยเก่งมาก แต่เมืองไทยยังไม่มี hub ให้ creator มารวมตัวและร่วมมือกัน ทำให้คอนเทนต์เติบโตสู่ระดับสากล”

องศา จรรยาประเสริฐ ผู้อำนวยการโครงการ Cloud 11 เกริ่นให้เราฟังถึงไอเดียของโครงการ Cloud 11 ก่อนที่จะเปลี่ยนสไลด์ไปโชว์รูปอาคารโครงการอันใหญ่โต ดูเหมือนกรอบประตูบานเบ้อเริ่มที่ดึงดูดนักสร้างสรรค์และผู้คนโดยรอบให้เข้าไปใช้งาน

องศา จรรยาประเสริฐ ผู้อำนวยการโครงการ Cloud 11 | Photo: Worapas Dusadeewijai

คงไม่ต้องเถียงกันแล้วว่าอุตสาหกรรมคอนเทนต์ เช่น หนัง เกม ดนตรี ศิลปะ มีพลังทางเศรษฐกิจมากขนาดไหน ในปี 2020 กระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวของประเทศเกาหลีใต้ เผยรายงานออกมาว่า แค่เพลงดังทะลุโลก ‘Dynamite’ ของวง BTS เพลงเดียว ก็สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มหาศาลถึง 1.7 ล้านล้านวอน (หรือประมาณ 26,000 ล้านบาท) 

ประเทศไทย เป็นประเทศที่เปี่ยมด้วยคนมากความสามารถและศักยภาพในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ เห็นได้จากบุคลากรในประเทศที่ออกไปคว้ารางวัลระดับนานาชาติมากมาย แต่เนื่องจากนักสร้างสรรค์และทรัพยากรเครื่องมือต่างๆ อยู่กันอย่างกระจัดกระจาย เมื่อมองในภาพรวม อุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยเลยขับเคลื่อนไปได้อย่างไม่ต่อเนื่อง เป็นเหมือนกระแสลมที่เดี๋ยวแรง เดี๋ยวแผ่วเบา 

MQDC บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ จึงผุดโครงการ Cloud 11 เพื่อเป็นแหล่งผนึกพลังสร้างสรรค์ของ creator ผ่านการสร้างแหล่งเรียนรู้ การสนับสนุนด้านเงินทุน พื้นที่ อุปกรณ์ เทคโนโลยี และโอกาสต่างๆ เพื่อติดปีก creator ให้ไปได้ไกลอย่างฝัน

และที่นี่ไม่ได้วาดหวังเป็นแค่พื้นที่สำหรับ creator ในประเทศไทยเท่านั้น 

เพราะจุดหมายของ Cloud 11 คือการเป็น hub ของ creator ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย 

On Cloud 11 

นักอุตุนิยมวิทยาจำแนกก้อนเมฆบนท้องฟ้าไว้ 10 ประเภทด้วยกัน โดยใช้ตัวเลข 0 ถึง 9 บ่งบอกถึงเมฆแต่ละประเภท 0 คือเมฆที่อยู่ระดับต่ำสุด ไล่ไปจนถึง 9 ซึ่งก็คือเมฆที่อยู่ระดับสูงสุด ในภาษาอังกฤษเลยมีสำนวนว่า on cloud 9 ที่แปลว่ามีความสุขมากๆ เหมือนได้ลอยบนเมฆที่สูงสุดในท้องฟ้า

แต่โครงการ Cloud 11 มีเลข 11 ห้อยท้ายชื่อแทนที่จะเป็นเลข 9 ตามสำนวน เพราะโครงการอยากเป็นพื้นที่ให้ creator ได้มีความสุข และเติบโตได้ไกลกว่าที่เคยเป็น

Cloud 11 ตั้งอยู่บนที่ดินขนาด 27 ไร่ ติดกับถนนสุขุมวิทและอยู่ระหว่าง BTS ปุณณวิถีและ BTS อุดมสุข โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งในการพลิกย่านสุขุมวิทใต้ ให้เป็นย่านนวัตกรรม 

พื้นที่ใช้สอยโครงการที่มากถึง 254,000 ตารางเมตร ประกอบไปด้วยส่วนประกอบหลักๆ 7 ส่วนด้วยกันคือ

Creative Office & Studio Space พื้นที่สำนักงานและสตูดิโอเปิดทำการ 24 ชั่วโมง ที่ออกแบบมาเพื่อเหล่า creator โดยเฉพาะ ที่นี่มีระบบโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ระบบทำความเย็นแบบเงียบและยืดหยุ่น เอื้อให้ creator ปลดปล่อยพลังความสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่ 

Hybrid Retail ศูนย์การค้าเพื่อส่งเสริมสินค้าและธุรกิจของนักสร้างสรรค์ หากนักสร้างสรรค์อยากต่อยอดทำธุรกิจก็สามารถนำสินค้ามาวางจำหน่ายได้ รวมถึงยังมีศูนย์สต็อก แพ็ก ส่งสินค้า และ cloud kitchen ที่สนับสนุนครีเอเตอร์สายอาหาร ที่อยากขายของแต่ยังไม่พร้อมลงทุนทำหน้าร้าน 

Hotel โรงแรมสองรูปแบบทั้ง Smart Hotel และ Lifestyle Hotel จากเครือโรงแรมระดับโลกที่จะเปิดตัวในกรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก เพื่อรองรับการสร้างย่านนวัตกรรมในอนาคต 

Education ส่วนการศึกษาไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัย ศูนย์วิจัยต่างๆ สำหรับสร้างบุคลากร creator ให้แข็งแกร่ง 

Cultural พื้นที่รองรับกิจกรรมทางวัฒนธรรม อย่างเช่น โรงละคร ฮอลล์จัดงานคอนเสิร์ต 

และไฮไลท์สำคัญก็คือ พื้นที่สีเขียวลอยฟ้าขนาดใหญ่ของโครงการ ที่เปิดให้คนในตึก รวมถึงสาธารณชนคนทั่วไปได้เข้ามาพักผ่อน และปะทะพลังความสร้างสรรค์ 

หัวหอกที่อยู่เบื้องหลังงานดีไซน์ของ Cloud 11 คือ Snøhetta สตูดิโอออกแบบสถาปัตยกรรมจากนอร์เวย์ ที่เคยฝากผลงานน่าสนใจเช่น Oslo Opera House หรือการปรับปรุงพื้นที่ Times Square ในเมือง New York ร่วมกับ A49 บริษัทออกแบบสถาปัตยกรรมเจ้าใหญ่ของเมืองไทย ผู้อยู่เบื้องหลังงานออกแบบ True Digital Park ซึ่งรับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาการออกแบบและวางผังงานสถาปัตยกรรม

“เรารู้สึกยินดีมากที่ได้เข้าร่วมโปรเจ็คต์นี้ เราชอบแนวคิดอันท้าทายที่จะเชื่อมต่อโลกดิจิตัลและโลกแอนาล็อกเข้าด้วยกัน รวมถึงการนำเสนอต้นแบบอาคารใหม่ๆ” Kjetil Thorsen สถาปนิกผู้ร่วมก่อตั้งออฟฟิศ Snøhetta กล่าว

Kjetil Thorsen, architect and co-founder of Snøhetta

“โครงการนี้เริ่มต้นด้วยแนวคิดที่แตกต่าง และมีฟังก์ชันการใช้งานที่แตกต่าง ซับซ้อน ผสมผสานอยู่ข้างใน ทำให้เป็นโครงการหนึ่งที่เรารู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้เข้าเป็นส่วนหนึ่ง” นิธิศ สถาปิตานนท์ สถาปนิกจาก A49 ร่วมยืนยันถึงความท้าทายของโครงการ Cloud 11

นิธิศ สถาปิตานนท์ สถาปนิกจาก A49

อาคาร Cloud 11 ได้รับการเนรมิตเป็นกลุ่มอาคารที่ยืนรายล้อมคอร์ทพื้นที่สีเขียวตรงกลาง คนที่เดินเข้าอาคารมาจาก skywalk จะประจันหน้ากับจอ LED ขนาดใหญ่และกรอบอาคารที่ดูไม่ต่างกับประตูเมืองขนาดยักษ์ ซึ่งแสนจะล่อตาล่อใจให้เดินเข้าไปค้นหาว่ามีอะไรอยู่ข้างใน 

“ช่องโล่งด้านหน้าที่เปิดออกไปสู่สวนตรงกลาง มีความกว้าง 40 กว่าเมตร อาคารด้านบนตั้งอยู่บนโครงสร้าง truss ที่พาดช่วงขนาดยาว ทำให้อาคารมีภาพเป็นเหมือนกรอบประตูขนาดใหญ่ข้างหน้า”  นิธิศ พูดถึงหน้าตาอาคารด้านหน้าอันเป็นเอกลักษณ์ 

ตัวอาคารวางผังล้อมรอบสวนลอยฟ้าตรงกลาง ผลจากการวางอาคารเป็นคอร์ทคือร่มเงาที่ตกทอดลงมาที่สวน ทำให้คนสามารถใช้สวนได้อย่างสบายๆ แม้จะเป็นช่วงเวลาบ่ายที่แดดจัด ถึงอาคารจะวางล้อมสวนตรงกลาง แต่อาคารก็ไม่ได้ล้อมกรอบทึบจนอุดอู้ โดยรอบมีการเว้นช่องว่าง เพื่อเปิดให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามา และช่วยให้อากาศบริสุทธิ์ไหลเวียน 

เมื่อมองในภาพรวม ภาพกลุ่มอาคารที่ถูกแบ่งเป็นก้อนๆ ก็สะท้อนความครึกครื้น และหลากหลายของกิจกรรมที่บรรจุในอาคารได้จากไกลๆ หากมองรูปลักษณ์อาคารจากรูปด้าน อาคารจะถูกแบ่งสัดส่วนออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน คือ street level พื้นที่ส่วนฐานอาคารที่ได้แรงบันดาลใจการดีไซน์จากตึกแถว garden level พื้นที่ระดับสวน พร้อมเส้นแนวอาคารหยึกหยักรอบๆ ที่เชื่อมต่อเส้นสายจาก skywalk ด้านหน้า และสุดท้ายคือตัวอาคารด้านบนที่เรียกว่าระดับ skyline 

“เลเยอร์ที่หลากหลายของพื้นที่ใช้สอยของโครงการนี้ สะท้อนออกมาผ่านรูปทรงอาคาร ผู้คนสามารถมองเห็นได้จากหน้าตาอาคารข้างนอกเลยว่าอาคารหลังนี้เต็มไปด้วยการใช้งานที่หลากหลาย มันเหมือนกับเมืองกรุงเทพฯ ขนาดย่อ” Kjetil Thorsen เล่าถึงที่มาของหน้าตาอาคาร “และช่องว่างตามจุดต่างๆ ของตึกก็สะท้อนถึงต้นไม้เดิมที่อยู่ใน site ด้วย เพราะงานนี้ต้องออกแบบโดยไม่ตัดต้นไม้ที่มีอยู่เดิม” 

Beyond Cloud 11  

โครงการอสังหาริมทรัพย์บางโครงการอาจเน้นการสร้างพื้นที่ขายให้มากๆ เพื่อให้ได้เม็ดเงินเป็นกอบเป็นกำที่สุด แต่เหมือนว่า Cloud 11 จะไม่ได้เดินตามเส้นทางนั้น เพราะกลางอาคารคือพื้นที่สวนลอยฟ้าอันใหญ่โต คำถามที่ตามมาก็คือ ทำไมถึงยอมแลกพื้นที่ตึกไปกับสวน ?

Cloud 11 มองว่า สิ่งที่โครงการได้กลับมาจากพื้นที่ขายที่หายไป คือคนจำนวนมากที่จะเข้ามาใช้งานสวนกลางอาคาร ไม่ว่าจะเป็นคนในตึกเองหรือคนในละแวกโดยรอบ และนอกจากโครงการจะได้ประโยชน์แล้ว ชุมชนรอบข้างก็ได้พื้นที่สีเขียวผืนใหญ่มาใช้งานด้วย ซึ่งพื้นที่สีเขียวลอยฟ้าตรงนี้ ก็จะกลายเป็นพื้นที่สีเขียวลอยฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ อีกด้วย

“ตอนเริ่มทำโครงการ เราเดินลงไปถามคนในชุมชนรอบข้างว่าเขาต้องการอะไรบ้าง หรือเราจะช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง ก็พบคนบ่นว่าไม่มีสวนสาธารณะดีๆ หรือไม่มีพื้นที่ออกกำลังกาย เราเลยตั้งใจสร้างสวนออกมา เพื่อให้คนมาใช้งาน” องศา จรรยาประเสริฐ เผย

นอกจากนั้น Cloud 11 ยังจับมือกับกทม. ปรับปรุงคุณภาพคลองด้านข้างโครงการ และพลิกโฉมให้กลายเป็น canal walk อำนวยความสะดวกการสัญจรของผู้คน และเชื่อมถนนสุขุมวิทด้านหน้าโครงการ กับซอยสุขุมวิท 66 ที่อยู่ข้างหลังเข้าด้วยกัน เป็นอีกผลลัพธ์ที่เกิดจากความตั้งใจของ MQDC รวมถึง Snøhetta และ A49 ที่อยากสร้างสรรค์โครงการให้เป็นประโยชน์ต่อชุมชนและคนนอกตึก ไม่ใช่แค่คนในตึกเพียงอย่างเดียว

ในวันนี้ โครงการ Cloud 11 ก็เริ่มลงหลักปักเสาเข็มและเดินหน้าก่อสร้างแล้ว คาดว่าจะพร้อมเปิดบริการในช่วงปลายปี พ.ศ. 2567 หวังว่าเจ้าก้อนเมฆก้อนสูงสุดบนท้องฟ้านี้ จะหอบหิ้วความฝันของ creator และนำความสุขมาสู่ชุมชนรอบข้างได้อย่างที่ใจหวัง  

facebook.com/cloud11bangkok

HP LARGE FORMAT

ทำความรู้จักกับ HP Large Format Design กลุ่มสินค้าเครื่องปริ้นจาก​ HP ที่มีฟังก์ชันครบครัน การใช้งานที่ง่ายดาย และมีลายเส้นที่คมชัด ตอบโจทย์กลุ่มสถาปนิก วิศวกร และอุตสาหกรรมก่อสร้างเป็นหลัก

Read More

CENTRAL RAMINDRA

ศูนย์การค้ารีโนเวทใหม่จาก Central Pattana ที่ตั้งใจจะเป็นเพื่อนบ้านที่เป็นมิตรให้กับผู้คนในย่านรามอินทราด้วยคอนเซ็ปต์ ‘Everyday Good Vibes’

Read More

RHYTHM CHAROENKRUNG PAVILLION

โครงการจาก AP Thailand ใจกลางเจริญกรุงที่หยิบเอาลักษณะอยู่อาศัยร่วมกันหลายเจเนอเรชั่นมาถ่ายทอดผ่านคอนเซ็ปต์ ‘The Luxury Gated Community’ ที่ตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงวัยภายใต้จุดร่วมที่เหมือนกันของทุกชีวิตนั่นคือ ‘ความอิสระภายใต้ความปลอดภัย’

Read More

LIXIL EXPERIENCE CENTER

LIXIL Experience Center entrance with GROHE AquaSymphony

LIXIL เปิดตัว LIXIL Experience Center, Bangkok ที่แสดงนวัตกรรมสุขภัณฑ์หลากหลายแบรนด์ ผ่านการสร้างประสบการณ์แบบ multi-sensorial experience ที่ช่วยให้คนเข้ามาสัมผัสผลิตภัณฑ์จริงๆ และได้เห็นภาพว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะช่วยเติมเต็มบ้านในฝันของพวกเขาได้อย่างไร

TEXT: PRATCHAYAPOL LERTWICHA
PHOTO COURTESY OF LIXIL (THAILAND) EXCEPT AS NOTED 

(For English, press here

เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ลิกซิล ประเทศไทย ผู้บุกเบิกผลิตภัณฑ์เพื่อการจัดการน้ำและที่อยู่อาศัย เปิดตัว LIXIL Experience Center, Bangkok พื้นที่สัมผัสประสบการณ์เหนือระดับจากแบรนด์สุขภัณฑ์คุณภาพภายใต้กลุ่มลิกซิล อันได้แก่ GROHE, American Standard และ INAX ตั้งอยู่ที่อาคาร All Seasons Place ถนนวิทยุ ย่านใจกลางเมืองกรุงเทพฯ โดยมี อองตวน เบสเซเร เดอ ซอร์ (Antoine Besseyre des Horts) ลีดเดอร์ประจำ ลิกซิล กลอบอล ดีไซน์ ภูมิภาคเอเชีย เป็นผู้กุมบังเหียนในการออกแบบโชว์รูมทั้งหมด 

Antoine Besseyre des Horts, Leader (VP), LIXIL Global Design, Asia | Photo: Ketsiree Wongwan

ถึงการชอปปิงออนไลน์จะได้รับความนิยมในตอนนี้ แต่การสร้างพื้นที่ออฟไลน์จะเปิดโอกาสให้คนได้สัมผัสกับผลิตภัณฑ์จริงๆ และช่วยให้ลูกค้านึกภาพออกว่าถ้าผลิตภัณฑ์นี้อยู่ในบ้านของเขา มันจะเป็นอย่างไร” Antoine Besseyre des Horts เผยถึงความสำคัญของ LIXIL Experience Center ในโลกยุค online shopping 

พื้นที่ LIXIL Experience Center ถูกแบ่งออกเป็นสัดเป็นส่วนตามแบรนด์ต่างๆ ซึ่งแต่ละส่วนก็สะท้อนคาแรกเตอร์ที่โดดเด่นของแบรนด์ออกมา แม้แต่ละส่วนจะต่างกัน แต่สิ่งที่ร้อยเรียงทุกพื้นที่ในโชว์รูมให้เป็นหนึ่งเดียวก็คือ การแสดงนวัตกรรมสุขภัณฑ์ไปจนถึงการจัดแสดงพื้นที่ห้องครัวที่ทำให้บ้านในฝันของทุกคนเป็นจริง 

GROHE Zone

“LIXIL ประกอบด้วยแบรนด์ต่างๆ ที่นำเสนอคุณค่าที่ส่งมอบให้กับลูกค้า (value proposition) และตำแหน่งทางการตลาดที่แตกต่างกัน เราดึงองค์ประกอบที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละแบรนด์มาใช้ในงานออกแบบเพื่อชูความโดดเด่นของแบรนด์ออกมา จากนั้นเราเชื่อมโยงทั้งสามแบรนด์ด้วยจุดมุ่งหมายที่มีร่วมกัน นั่นคือการทำให้บ้านน่าอยู่ขึ้นเป็นไปได้จริงสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลก’ ” Antoine กล่าว

เมื่อผ่านจากโถงทางเข้า ทุกคนจะได้พบกับพื้นที่แสดงผลิตภัณฑ์ของ GROHE แบรนด์ที่มาพร้อมสุขภัณฑ์ที่มอบประสบการณ์การใช้น้ำที่มีระดับและเพลิดเพลินไม่ซ้ำใคร 

ไฮไลท์ของโซน GROHE ก็คือพื้นที่ GROHE SPA ที่จำลองบรรยากาศแบบสบาย ๆ เงียบสงบ ไม่ต่างกันกับการไปสปา บริเวณนี้ยังคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นหอม ๆ ของน้ำมันหอมระเหย ‘AQUA Therapy’ ที่ปรุงขึ้นมาพิเศษสำหรับ GROHE SPA โดยมีผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ คือ GROHE AquaSymphony ผลิตภัณฑ์ฝักบัวที่เหนือชั้นด้วยสเปรย์หัวฉีดน้ำ 6 แบบ และความสามารถในการเปิดเพลงและปรับเอฟเฟ็กต์แสงไฟได้ตามใจชอบ และที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือก๊อกน้ำ GROHE ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี ICON 3D หรือการพิมพ์โลหะ 3 มิติ รวมถึงการขัดผิวด้วยมืออย่างประณีต ทำให้มีรูปทรงโฉบเฉี่ยว ไม่เหมือนใคร

GROHE Icon 3D

GROHE SPA “The Five Senses Wall”

ยังไม่หายตื่นตาจากผลิตภัณฑ์เท่ๆ ในโซน GROHE เราก็เข้าสู่โซนของ INAX แบรนด์ที่นำวัฒนธรรมการใช้น้ำของญี่ปุ่นมาต่อยอดเป็นนวัตกรรมสุขภัณฑ์ โซนนี้มีบรรยากาศที่ดูอ่อนโยน นุ่มนวล สอดคล้องไปกับคาแรกเตอร์ของผลิตภัณฑ์ INAX ที่มีเส้นสายโค้งมน INAX Zone นำเสนอแนวคิด ‘Curated by LIXIL Design Bathroom Solutions’ นอกจากโซนนี้จะมีผลิตภัณฑ์ของ INAX แล้ว เรายังเห็นอุปกรณ์ฟิตติ้งของ GROHE ผสมผสานเข้ามาด้วย เปิดให้เห็นความสนุกในการ mix and match สุขภัณฑ์จากแบรนด์ต่างๆ เข้าด้วยกัน 

Curated by LIXIL Design Bathroom Solutions

ด้านในสุดของ LIXIL Experience Center คือพื้นที่ของแบรนด์ American Standard กับผลิตภัณฑ์ที่เน้นตอบโจทย์ฟังก์ชันการใช้งาน และมีการออกแบบที่เข้าถึงง่าย เป็นมิตรกับทุกคน นอกเหนือจากการโชว์นวัตกรรม เช่น สุขภัณฑ์เพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุ หรือนวัตกรรมที่เอื้อสุขอนามัยที่ดีแล้ว American Standard ก็มีส่วนจัดแสดงคอลเลกชัน ACACIA SUPASLEEK และ Signature ที่ทันสมัยและมีสไตล์ สร้างภาพจำที่สดใหม่ให้กับแบรนด์ American Standard อีกด้วย

American Standard Zone

ACACIA SUPASLEEK and Signature Collection

ใน Experience Center แห่งนี้ ผู้เข้าชมจะได้เพลิดเพลินกับประสบการณ์การเข้าชมที่เรียกว่า multi-sensorial experience เช่น กลิ่นและเสียงที่เราคัดสรรมาเพื่อเติมเต็มประสบการณ์โดยเฉพาะ รวมไปถึงชมการสาธิตนวัตกรรมการใช้น้ำในรูปแบบต่างๆ และเทคโนโลยีล่าสุดของเรา ห้องน้ำได้รับการตกแต่งด้วยสี วัสดุ และพื้นผิวต่างๆ สะท้อนเทรนด์ล่าสุดที่ทางทีมของเราได้ค้นคว้ามา เรายังเสริมสร้างประสบการณ์ดิจิทัลด้วยเครื่องมือ LIXIL CustoMy Space ที่ช่วยให้ลูกค้าได้เห็นภาพห้องน้ำที่พวกเขาใฝ่ฝันและต้องการในมุมมอง 360 องศา รวมไปถึงการติดป้าย QR CODE ข้างๆ ผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ทุกคนสแกนเข้าไปเช็คข้อมูลรายละเอียดผลิตภัณฑ์ และเก็บไว้เป็นรายการโปรดสำหรับการซื้อภายหลัง” Antoine พูดสรุปถึงเบื้องหลังงานออกแบบ LIXIL Experience Center 

ร่วมสัมผัสประสบการณ์เต็มอิ่มจาก LIXIL Experience Center, Bangkok โดยสามารถนัดหมาย online ได้เลยที่ https://lixilshowroom-th.youcanbook.me/ และถ้าไม่สะดวกมาที่ LIXIL Experience Center ด้วยตัวเองก็สามารถเข้าชมโชว์รูมแบบออนไลน์ได้เช่นกัน ที่ https://virtualshowroom.lixil.com/th

lixil.co.th