Category: PHOTO ESSAY

PHOTO ESSAY : THE DISTANT EVERYDAY

TEXT: BANGKOK TOKYO ARCHITECTURE
PHOTO: BANGKOK TOKYO ARCHITECTURE AND PAKKATUS PROMSAKA NA SAKOLNAKORN

(For English, press here

The Distant Everyday เป็นการสนทนาด้วยภาพระหว่างสถาปัตยกรรม การสังเกต และภาพที่เห็นในชีวิตประจําวัน อาจให้เหตุผลได้ว่าสถาปัตยกรรมเป็นผลมาจากการบรรจบกันของความเห็นและแนวคิดที่หลากหลาย ในฐานะผู้สังเกตการณ์ของสภาพแวดล้อม เราค้นหาความเชื่อมโยงของบริบทต่างๆ ที่หลากหลายอย่างต่อเนื่อง ภาพถ่ายที่นําเสนอนี้เป็นส่วนหนึ่งของภาพอีกมากมายของเราซึ่งสะสมมาตั้งแต่ปี 2559 เป็นการถ่ายฉากทัศน์และวัตถุในกรุงเทพฯ และโตเกียว ตามแต่โอกาส โดยไม่มีการเรียงลําดับและการจัดหมวดหมู่เป็นการเฉพาะใดๆ แต่ละภาพดูธรรมดา แต่เมื่อวางอยู่ด้วยกันแล้วจะกลายเป็นที่มาของแรงบันดาลใจและความคิด นอกจากนี้ ยังเผยให้เห็นถึง ความสามารถโดยธรรมชาติของสถาปัตยกรรมในการเชื่อมโยงของสรรพสิ่ง

_____________

Bangkok Tokyo Architecture เป็นสตูดิโอออกแบบสถาปัตยกรรม ก่อตั้งโดย วทันยา จันทร์วิทัน และ Takahiro Kume ในปี 2017 เราหลงใหลในโครงสร้างแบบปลายเปิด การประกอบกันของวัสดุทั่วๆ ไป และการลด เส้นแบ่งระหว่างความธรรมดาและความพิเศษ

btarchitecture.jp
facebook.com/bangkoktokyoarchitecture

PHOTO ESSAY : EXPO DISMANTLING

TEXT & PHOTO: FILIPPO POLI

(For English, press here

ผมไปงาน Expo Milano ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปี 2015  ไม่ถึง 3 เดือนก่อนที่งานจะเริ่มขึ้น พื้นที่ทั้งหมดดูราวกับรังมดขนาดมหึมาที่ถูกรายล้อมไปด้วยมวลหมู่รถบรรทุกเป็นแถวยาวเหยียดและเหล่าคนทำงานนับพัน ผมไม่เคยเห็นไซต์ก่อสร้างไหนที่ใหญ่โตและซับซ้อนขนาดนั้นมาก่อน ด้วยจำนวนโปรเจ็คต์ที่กำลังถูกดำเนินการไปพร้อมๆ กันในคราวเดียว 

หลังคายักษ์บนทางเดินหลักของงานถูกนำเข้ามาในไซต์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พาวิลเลียนต่างๆก็เริ่มจะเป็นรูปเป็นร่าง เกือบทั้งหมดถูกสร้างขึ้นด้วยวิธีการก่อสร้างแบบแห้งเพื่อร่นเวลาของกระบวนการประกอบชิ้นส่วนต่างๆ ทีมงานจากบางประเทศก็เริ่มขึ้นโครงสร้างกันอย่างรวดเร็วในขณะที่บางทีมก็ดูเหมือนว่าจะต้องใช้ปาฏิหารย์ช่วยถ้าอยากจะทำทุกอย่างให้เสร็จทันเวลา

พื้นที่ทั้งไซต์อยู่ภายใต้การดูแลควบคุมของตำรวจด้วย เพราะมีคำขู่ว่าจะเกิดการก่อจลาจลโดยกลุ่มผู้ประท้วงชุดดำที่ชื่อเสียงไม่ค่อยจะดีสักไหร่ ระหว่างทางเดินไปยังทางเข้างาน มีโซนที่เรียกว่าโซนเอื้ออาทร’ (zones of condescension) ที่จะมีผู้อพยพมายืนรอต่อคิวที่ด้านนอกรั้วกันทุกเช้าเพื่อรอการถูกว่าจ้างให้เข้าไปทำงานในไซต์ในแต่ละวัน ระบบการจัดการอันล่มสลายและขั้นตอนการว่าจ้างแรงงานแบบไม่เป็นทางการได้กลายมาเป็นทางเลือกเดียวในการทำงานให้สำเร็จลุล่วง ในช่วงท้ายๆ ก่อนวันเปิดงาน เหล่าทีมนักเก็บรายละเอียดมืออาชีพ บริษัทจัดงานแสดงสินค้า และติดตั้งระบบโทรทัศน์ต่างๆ เข้ามาร่วมขบวนกับบริษัทก่อสร้าง เพื่อช่วยพรางอะไรก็แล้วแต่ที่เสร็จไม่ทันการ และเตรียมทุกอย่างให้พร้อมสำหรับการเปิดงานอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 พฤษภาคม 2015

ผู้เข้าร่วมงานสิริรวมราว 21 ล้านคน คือสิ่งที่ตามมา และสื่อก็เฉลิมฉลองความสำเร็จนี้ด้วยบทความประกาศศักดาถึงการฟื้นคืนชีพของมิลานและอิตาลี

กฎของ BIE กำหนดว่า14 เดือนหลังจากงานจบลง ประเทศที่เข้าร่วมต้องรื้อถอนทุกอย่างให้อยู่ในสภาพเดิม และควรพยายามนำเอาพาวิลเลียนไปใช้งานที่อื่น มีอยู่ไม่กี่ประเทศที่พอจะจัดการหาที่ลงให้กับพาวิลเลียนของตัวเองได้ เป็นที่น่าเสียดายว่า รายชื่อของกลุ่มที่เอาพาวิลเลียนไปทำลายทิ้งนั้นยาวกว่ากลุ่มที่เลือกที่จะถอดชิ้นส่วนแล้วนำไปใช้ใหม่ อย่างไรก็ดี งาน Expo ก็กำลังปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยอย่างช้าๆ ขยะที่เกิดจากงานแสดงสินค้าในสเกลใหญ่โตขนาดนี้นั้นอยู่ในระดับที่นับว่ารับไม่ได้ และกลยุทธที่จะช่วยหลีกเลี่ยงไม่ให้การผลิตขยะมหาศาลขึ้นมาอีกก็เป็นสิ่งที่กำลังถูกหยิบยกมาพิจารณา

Expo Milano สิ้นสุดลงในเดือนตุลาคม 2015 และในช่วงปลายปี ประตูของมันถูกเปิดขึ้นเพื่อให้เหล่ารถบรรทุกและคนงานได้เข้าไปรื้อถอนพาวิลเลียนออกมาราวกับชิ้นส่วนจิ๊กซอว์ขนาดมหึมา ผมได้เข้าไปที่งานอีกสองครั้งนับแต่ตั้งมันถูกปิดลงไม่ให้สาธารณชนเข้าถึงได้อีกต่อไป หลังจากได้เห็นกระบวนการก่อสร้างตลอดเวลาหลายเดือนที่งานดำเนินไป วงจรหนึ่งปิดตัวลง ก่อนจะบันทึกร่องรอยของสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่ตรงนั้น รวมไปถึงเหล่าเครื่องจักรที่รื้อถอนเหล็ก เลื่อย และแรงงานของเหล่าคนงานผู้อดทนไปกับการคัดแยกวัสดุทั้งหลายแหล่

พาวิลเลียนบางหลังหายไปราวกับว่ามันระเหยไปกับอากาศ บนพื้นปรากฏร่องรอยของฐานรากและโคลนดิน บางชิ้นส่วนก็ถูกรื้อจนฉีกขาด บางหลังดูราวกับว่ามันถูกทำลายด้วยระเบิดลูกยักษ์ แต่ก็ยังคงยืนอยู่อย่างสงบนิ่ง

หลังจากที่เมื่อไม่กี่เดือนก่อนผมเที่ยวตามหาจุดถ่ายรูปดีๆ ตอนนี้ผมเดินอยู่คนเดียวไปตามทางเดินหลักที่รายล้อมไปด้วยภูมิทัศน์ที่ดูราวกับโลกในวันหลังระเบิดปรมาณูลง เหล่าอาสาสมัครเข้ามาช่วยชีวิตพืชพรรณ แต่ต้นที่ไม่สามารถมีชีวิตรอดหากขาดระบบน้ำที่มนุษย์สร้างมาช่วยหล่อเลี้ยงก็ได้ล้มตายไป ในขณะเดียวกัน the third landscape ตามแนวคิดของ Gilles Clement ก็เพิ่มพื้นที่ขึ้นท่ามกลางกองโครงกระดูกของโครงสร้างและพื้นที่สวนที่ถูกทิ้งรกร้าง ในแง่มุมนี้ Expo ก็มีเสน่ห์ในแบบของมัน

ผลงานภาพถ่ายที่ถูกนำเสนอในที่นี้ต้องการที่จะตั้งคำถามที่ไม่ได้เกี่ยวเนื่องแต่กับเพียงสถาปัตยกรรม แต่เกี่ยวพันไปถึงสังคมของเราและความหมายของงานนิทรรศการเหล่านี้

_____________

Filippo Poli เป็นช่างภาพที่เชี่ยวชาญด้านการถ่ายภาพงานสถาปัตยกรรม เขาทำงานอยู่ในยุโรปและร่วมงานกับบริษัทออกแบบสถาปัตยกรรมหลายแห่งรวมไปถึงสถาบันและสำนักพิมพ์มากมาย

ผลงานส่วนตัวของเขามุ่งความสนใจไปที่ภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรม ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ และผลลัพธ์ที่มันก่อให้เกิดต่อพื้นที่

ภาพถ่ายของเขาได้รับเลือกให้ถูกจัดแสดงเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลคชั่นถาวรของ Art Centre of Santander of public Enaire Foundation แห่งใหม่ งานของเขายังได้ถูกนำเสนอในสถานที่และงานต่างๆในยุโรป เช่น Climate Summit (COP25) ที่มาดริด งาน Venice Biennale, Arco Madrid, Photo España, Deutsches Architekturmuseum และในสหรัฐอเมริกา รวมไปถึงงานที่เป็นส่วนหนึ่งของคอลเลคชันส่วนตัวและสาธารณะหลายต่อหลายคอลเลคชัน

เขามีผลงานถูกตีพิมพ์ในนิตยสารสถาปัตยกรรมสำคัญๆหลายฉบับ รวมไปถึงงานที่ได้รับรางวัลโดย Fundación Enaire, PX3, European Architectural Photography, Architekturbild, IPA, Photography Master Cup, Philadelphia Basho, ArchTriumph และอื่นๆ

Filippopoli.com
facebook.com/filippopoliphotography
instagram.com/filippo.poli

PHOTO ESSAY : FUTURE BOARD

TEXT & PHOTO: PEERAPAT WIMOLRUNGKARAT

(For English, press here

โปรเจ็คต์นี้ชื่อ ’Future Board’ เป็นการเก็บรูปป้ายหาเสียงของผู้ที่อาสาเข้ามาบริหารประเทศในอนาคต

ความตั้งใจแรก เริ่มต้นจากการออกไปถ่ายรูปเก็บบรรยากาศแถวบ้าน ระหว่างนั่งรถผ่าน ได้เห็นป้ายหาเสียงที่ติดอยู่สองข้างทางถนน เลยเกิดความสนใจสำรวจแง่มุมต่างๆ ที่อยู่รอบป้ายหาเสียง

ป้ายเต็มไปด้วยนโยบาย คำพูด ตัวอักษร และนัยยะเล็กๆ น้อยๆ ซ่อนอยู่ในนั้น การถ่ายภาพก็เป็นการเก็บบันทึกคำมั่นที่นักการเมืองให้ไว้บนป้าย

ป้ายหาเสียงเลือกตั้งที่แปะเต็มไปหมดอาจทำให้เมืองมีสีสัน แต่มันก็มองเป็นมลพิษทางสายตาก็ได้ บางป้ายก็รีบแปะโดยไม่สนใจคนที่เดินเท้าเลย และตอนนี้ การเดินไปถ่ายป้าย เลยได้ตั้งคำถามเหมือนกันว่าป้ายหาเสียงมันยังเวิร์คอยู่ไหม 

_____________

แอ๊ด พีรพัฒน์ วิมลรังครัตน์ (addcandid) ช่างภาพผู้ชื่นชอบเก็บบันทึกภาพนิ่ง ที่มีความเคลื่อนไหวในความทรงจำ

Leica Ambassador (Thailand)
Architecture photography @somethingarchitecture

facebook.com/somethingarchitecture
facebook.com/addcandid

PHOTO ESSAY : CONTEMPLATING IN RAMADAN1444

TEXT & PHOTO: TEECHALIT CHULARAT

(For English, press here

พินิจในรอมฎอน 1444  

หากจะถามว่าช่วงเวลาพิเศษแห่งปีที่มุสลิมผู้ศรัทธารอคอยคือช่วงเวลาไหน เราตอบได้ในทันทีว่าคือช่วงเดือนรอมฎอน แม้ช่วงเวลานี้ชาวมุสลิมจะต้องอดทนกับความหิวกระหายในช่วงเวลากลางวันเพื่อบำเพ็ญจิตให้มีสติในการรำลึก นอบน้อมและขอบคุณพระผู้เป็นเจ้า สำรวมจิตใจให้ห่างไกลจากสิ่งบันเทิง รวมถึงมีการประกอบศาสนกิจที่มากกว่าเดือนอื่นๆ แต่ชาวมุสลิมที่มีศรัทธาสามารถปฏิบัติได้อย่างมีความสุข และรู้สึกได้รับความจำเริญ เพราะเดือนนี้มีผลบุญมากกว่าเดือนอื่นๆ

สิ่งหนึ่งที่ผมมีความสุขในเดือนนี้ คือการมองเห็นชีวิตผู้คนชาวมุสลิมที่พิเศษกว่าเดือนไหนๆ ในกิจกรรม วิถีชีวิตต่างๆ ซึ่งได้รวบรวมภาพถ่ายชุดนี้ไว้ในช่วงต้นเดือนรอมฎอนของปีนี้ (เป็นปีที่ศาสนาอิสลาม ได้ครบรอบ 1,444 ปีพอดี) ผมได้ใช้เวลาในการถ่ายภาพช่วงขณะเวลาทำงาน หรือ เดินทางไปประกอบศาสนกิจที่มัสยิด รวมถึง การแวะเวียนซื้ออาหารในช่วงบ่ายเพื่อเตรียมละศีลอดในตอนพลบค่ำ โดยช่วงเวลาต่างๆ ผมสังเกต เห็นสีสันบรรยากาศและชีวิตผู้คนที่แตกต่างจากเดือนอื่นอย่างสิ้นเชิง 

ปีนี้จึงเป็นปีแรกที่ผมได้ทดลองการถ่ายภาพ พินิจวิถีในเดือนรอมฎอนด้วยมุมมองที่เรียบง่ายแต่ซ่อนความรู้สึกส่วนลึกที่มีอยู่ในภาพ ให้ทุกคนที่ชมร่วมรู้สึกเดินทางไปกับผม เห็นมิติชีวิตมุมมองแบบใหม่ๆ เปี่ยมไปด้วยศรัทธาในเดือนอันประเสริฐนี้

_____________

ทีป์ชลิต จุฬารัตน์ จบการศึกษาจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ปัจจุบันเป็นสถาปนิกอิสระสตูดิโอ TEECHALIT ARCHITECT ออกแบบงานมัสยิดมาแล้วกว่า 4 หลัง เป็นช่างภาพ และเป็นแอดมินกลุ่ม จุลภาพ minimal

instagram.com/minimalmccalen
facebook.com/minimal.mccalen

PHOTO ESSAY : CHRISTMAS IN THAILAND

TEXT & PHOTO: BARRY MACDONALD

(For English, press here

สำหรับประเทศอังกฤษและประเทศอื่นๆ ที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นผู้นับถือศาสนาคริสต์ วันคริสต์มาสนับว่าเป็นเทศกาลแห่งการพักผ่อนและเฉลิมฉลองใหญ่ประจำปี ในช่วงเดือนที่อากาศมืดครึ้มหนาวเหน็บ คริสต์มาสคือสิ่งที่ใครหลายคนเฝ้ารอคอย เป็นโอกาสแห่งการได้ใช้เวลากับครอบครัวและคนที่รัก ทั่วทั้งประเทศปิดตัวลงไปชั่วครู่  วันปีใหม่ที่อยู่ไม่ไกลก็ถูกควบรวมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลาแห่งความสุขนี้ มันยังเป็นโอกาสให้ผู้คนได้สนุกสนาน พักผ่อน ทบทวนปีเก่าที่กำลังจะผ่านพ้นไป และมองไปยังปีใหม่ที่กำลังจะมา ในช่วงปี 2022 เป็นปีที่ผมมีโอกาสได้ใช้เวลาช่วงคริสต์มาสในประเทศไทย ผมรู้สึกทึ่งที่ได้เห็นว่าคนไทยตื่นเต้นกับเทศกาลนี้มากแค่ไหน นับตั้งแต่การออกแบบพื้นที่ขนาดมหึมาในห้างสรรพสินค้า ปาร์ตี้คริสต์มาสที่จัดขึ้นในบริษัทต่างๆ ไปจนถึงการเล่นบัดดี้จับของขวัญระหว่างเพื่อนฝูง คนไทยสนุกสนานไปกับประเพณีต่างๆ ที่มาพร้อมคริสต์มาส องค์ประกอบบางอย่างได้ถูกปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับวัฒนธรรมของคนไทย มันน่าสนใจที่ได้เห็นคริสต์มาสถูกตีความผ่านอีกวัฒนธรรมหนึ่ง และหวังว่างานของผมจะแสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณแห่งคริสต์มาสที่ผมได้สัมผัสในประเทศไทย

_____________

แบร์รี่ แมคโดนัลด์เกิดในเมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ พ่อของเขามีงานอดิเรกคือการถ่ายภาพด้วยกล้องฟิลม์ 35 มม. และสอนให้เขาเรียนรู้การใช้กล้องมาตั้งแต่ยังเด็กๆ เขามีกล้องถ่ายรูปฟิลม์เป็นของตัวเองครั้งแรกในปี 1995 สำหรับแบร์รี่ กล้องกลายเป็นสิ่งที่ช่วยเปิดหนทางในการปฏิสัมพันธ์กับโลกในแบบที่เขามองว่าเป็นเหตุเป็นผล การจับภาพ สร้างเฟรมและองค์ประกอบขึ้นจากช่วงเวลาๆ หนึ่งนำมาซึ่งความพึงใจ เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นและคงอยู่ร่วมกันอย่างลงตัว กล้องได้นำพาให้เขาออกเดินทางและพบเจอผู้คน และเขาก็รู้สึกขอบคุณมันเสมอที่มันเปลี่ยนชีวิตเขาและช่วยให้เขาเข้าใจโลกในแบบที่มันเป็น

instagram.com/barrymac84

PHOTO ESSAY : A YEAR COUNTDOWN

TEXT & PHOTO: JITTINUN JITHPRATUCK

(For English, press here

ภาพถ่ายบันทึกความทรงจำของอาคารแปลนเฮาส์ 1 บนถนนสาทร ซอย 10 ในปีสุดท้ายของการใช้งานเป็นสำนักงานของกลุ่มบริษัทแปลน หลังจากก่อสร้างและใช้งานมานานกว่า 30 ปี ที่ดินที่อาคารตั้งอยู่กำลังจะหมดสัญญาเช่าภายในปี 2566 นี้ และวันหนึ่งที่แห่งนี้คงหลงเหลือไว้เพียงความทรงจำ

_____________

จิตตินันท์ จิตรประทักษ์ สถาปนิกบริษัทแปลน อาคิเต็ค เริ่มเข้าทำงานตั้งแต่ปี 2012 บันทึกภาพมุมหนึ่งของที่ทำงานที่มองเห็นในแต่ละวันผ่านความเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล

instagram.com/ayearcountdown

PHOTO ESSAY : #TAKEHOMEDESIGNFURSPECTIVE

TEXT & PHOTO: PAPHOP WONGPANICH

(For English, press here

เวลาไปเที่ยว เราอยากเก็บภาพความทรงจำกับสถานที่นั้นๆ เราเลือกใช้ ลูกๆ (เฟอร์นิเจอร์ที่เราออกแบบ) เป็นตัวแทนเก็บความทรงจำ ณ โมเมนท์นั้นๆ เอาไว้

แรกๆ เริ่มจากที่เราอยากจะถ่ายภาพผลงานของเราให้สวยและแตกต่าง ก็เลยเริ่มเอาเก้าอี้ไปถ่ายตามสถานที่ต่างๆ ให้คนดูมีอารมณ์ร่วมและจินตนาการได้ด้วยว่า ถ้าได้ใช้เฟอร์นิเจอร์แบบนี้  ได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติสวยๆ ตรงหน้าจะเป็นอย่างไรจนกลายเป็นงานอดิเรกที่พอไปเที่ยวทั้งน้ำตกป่าเขียวทะเลจนกระทั่งภูเขาไฟและบนยอดเขาที่มีหิมะขาวโพลนก็ต้องพาลูกๆ ของเราไปด้วยจนภาพเฟอร์นิเจอร์ในที่สถานที่ต่างๆ ของเรากลายเป็นลายเซ็นอีกอย่างของแบรนด์ไปแล้วสนุกดี

_____________

ปภพ ว่องพาณิชย์ เป็นเจ้าของแบรนด์เฟอร์นิเจอร์บูทิค TAKE HOME DESIGN เคยได้แสดงงานในฐานะนักออกแบบรุ่นใหม่ ในส่วนคัดเลือกโซนพิเศษ Salone Satellite ที่งาน Salone Internazionale del Mobile di Milano อิตาลี

facebook.com/takehomedesignfurniture

PHOTO ESSAY : SALT FIELDS

TEXT & PHOTO: WAN CHANTAVILASVONG

(For English, press here

ความสงบสงัดของปากน้ำผนวกกับท้องฟ้าสีหม่นในหน้าฝนขับให้เถียงนาเกลือ ยุ้งเกลือ และคันนาเกลือโดดเด่นขึ้นมาท่ามกลางบรรยากาศโทนเดียวในฉากหลัง ความนิ่งเงียบไร้ซึ่งผู้คนอาจเป็นสัญญะสำคัญที่ชี้นำว่าพื้นที่แห่งนี้อาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของอดีตที่จางหายไปจากวิถีชีวิตคน

_____________

ว่าน ฉันทวิลาสวงศ์ นักวางแผนเมืองและนักวิจัย ผู้มีการถ่ายภาพเป็นการเล่นที่จริงจัง ภาพถ่ายของว่านมักเป็นการถ่ายทอดความคล้ายและความแตกต่างของสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติและวิถีชีวิตของผู้คนจากพื้นที่ต่างๆ ทั่วโลก

wanc.space 
facebook.com/wan.chtvlv
instagram.com/wan.chtvlv

 

PHOTO ESSAY : FADE #01

TEXT & PHOTO: THANNOP AUTTAPUMSUWAN

(For English, press here)  

สิ่งที่เห็นชัด บางที ก็ไม่ได้ชัดในความรู้สึก

เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป…. 
ตามกาลเวลาของวัตถุ สถานที่ จิตวิญญาณ ทุกสิ่งที่เราเห็นอยู่วันนี้ บอกไม่ได้ว่าจะคงอยู่อีกนานแค่ไหน อาจจะเลือนหายไป เมือไหร่ ไม่รู้ได้ แต่ทุกอย่างที่เราได้พบเจอ ล้วนมีประสบการณ์ที่เราได้รับตามการได้พบ การปะทะ การได้สัมผัสของแต่ละคน ทั้งความเป็นตัวตนของสิ่งนั้นแต่ละช่วงเวลา ทั้งการสะท้อนกลับต่อตนเองเปลี่ยน หรือเลือนลางไปในความทรงจำ

บางสิ่งบางอย่าง หลายคนจะมีประสบการณ์ร่วมกัน แตกต่างด้วยช่วงเวลาที่ได้รับมา ศิลปินจึงใช้งานภาพถ่ายด้วยกล้องฟิล์มขาวดำ กับเทคนิคการถ่ายภาพ และการทำงานในห้องมืดถ่ายทอดแทนมุมมองประสบการณ์ของผู้ชม ให้สัมผัสถึงความหมายของการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป โดยอาศัยประสบการณ์ส่วนตัวของผู้ชมภาพ เป็นตัวบอกเล่าต่อสิ่งที่สัมผัสได้จากการชมภาพถ่ายนี้ด้วยตนเอง

_____________

ธัญนพ อัตภูมิสุวรรณ์ จบจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย ศิลปากร ปัจจุบันเป็นช่างภาพสถาปัตยกรรม และทำงานส่วนตัวด้วยกล้องฟิล์มขาวดำ และกระบวนการในห้องมืด

facebook.com/gapjaa 
instagram.com/whydoyoulovefilm

 

PHOTO ESSAY : WHEN I WAKE UP, I WILL DREAM OF BEING A CHILD AGAIN

TEXT & PHOTO: RATTHEE PHAISANCHOTSIRI

(For English, press here)  

เมื่อฉันตื่น ฉันจะฝันให้กลายเป็นเด็กอีกครั้ง – ภาพชุดนี้เราถ่ายขึ้นเมื่อปี 2010-2011 ระหว่างที่ใช้ชีวิต 1 ปีในประเทศญี่ปุ่นในฐานะเด็กที่เพิ่งเรียนจบใหม่ๆ ซึ่งอาจเหมือนความฝันของเด็กเรียนออกแบบผลิตภัณฑ์หลายๆ คน ณ ขณะนั้น ที่อยากมีโอกาสไปศึกษาต่อที่ประเทศนี้ ในช่วงที่ยุคสมัยที่ความมินิมอลกำลังเฟื่องฟู

หากแต่ช่วงการเปลี่ยนผ่านของชีวิตจากวัยเรียนไปสู่วัยทำงาน หรือที่ใครหลายคนเรียกว่า Coming of age เรากลับพบว่ามันไม่ได้เป็นเรื่องที่เรียบง่ายเลยที่จะสามารถสร้างสมดุลระหว่าง ‘ความจริงกับความฝัน’ หรือการยอมรับความจริงที่ปราศจากอุดมคติ สิ่งที่เราค้นพบระหว่างช่วงเวลาจึงเป็นเพียงคำถามมากมายที่วนเวียนอยู่ในหัวเกี่ยวกับเรื่อง ‘การมีชีวิตและความตาย’ กับร่างกายที่อ่อนแรงลงในทุกๆ วัน เราจะอยู่กับความรู้สึกแบบนี้ต่อไปอย่างไร เมื่อถึงวันที่เราต้องเริ่มต้นดำเนินชีวิตในวันพรุ่งนี้ในแบบที่สังคมกำหนดโครงสร้างบางอย่างมาแล้ว

ตอนนี้ก็ผ่านมากว่า 12 ปี ความฝันในวัยเด็กที่เคยมีมันก็ไม่ได้ชัดเจนเหมือนแต่ก่อน พอเราลองมองย้อนกลับไปในภาพความทรงจำเหล่านี้เพื่อเปรียบเทียบกับปัจจุบันของเรา ในวันที่อายุเราค่อยๆ ใกล้เคียงกับผู้คนในภาพ ที่แม้ว่าเทคโนโลยีจะทำให้วิถีการใช้ชีวิตของเราสะดวกสบายมากขึ้น แต่ในภาพรวมของการเป็นมนุษย์มันก็ดูจะไม่แตกต่างจากวันนั้นมากนัก ซึ่งเราก็ยังคงดิ้นรนกับมันต่อไป กับความสุขที่มีในแต่ละวัน

_____________

รัฐธีร์ ไพศาลโชติสิริ นักออกแบบอุตสาหกรรม หนึ่งในสมาชิกกลุ่มอิสรภาพ ปัจจุบันใช้ชีวิตระหว่างเชียงใหม่-กรุงเทพฯ

rattheephaisanchotsiri.com
instagram.com/rattheephaisanchotsiri