PHOTO ESSAY : INCONVENIENT SUNSET
TEXT & PHOTO: BHUMIBHAT PROMBOOT
(For English, press here)
สิ่งปลูกสร้างกับพื้นที่สาธารณะมักถูกใช้เป็นเครื่องมือในการพยายามก่อรูปสังคมและวัฒนธรรมใหม่ๆ ขึ้นมา ที่ยังแสดงถึงร่องรอยของอำนาจในการที่จะต้องการลบรูปสังคมและวัฒนธรรมดั้งเดิมไปพร้อมๆ กัน ผ่านกระบวนการวิธี เช่น การซ้อนทับ การแทนที่ หรือการหลอมรวม ที่ไม่ใช่เพียงกระบวนการทางกายภาพที่เกิดขึ้นโดยปกติธรรมชาติ หากแต่เป็นกลไกเชิงโครงสร้างที่คอยบีบและรัดวิถีชีวิตของผู้คนและชุมชนให้ยอมรับและเคยชินกับความไม่ปกติธรรมดาที่เกิดขึ้น
ภายใต้แรงกดของระบบแรงงานและอุตสาหกรรม ผู้คนที่แวดล้อมทั้งที่อยู่ในและอยู่นอกระบบแรงงาน ต่างต้องการพื้นที่สาธารณะสำหรับพักผ่อนที่รู้สึกปลอดภัยและปลอดโล่งจากภาพการทำงานที่พบเจอในทุกๆ วัน เพื่อเยียวยาความเหนื่อยล้าและความเครียดต่างๆ ภายใต้มายาคติของความปรารถนา ความสุขเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้มีแรงขับเคลื่อนชีวิตให้ดำเนินต่อไปได้
ภาพชายหาดในแถบนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดคือภาพซ้อนของความหวังและความฝันของการพัฒนาพื้นที่สาธารณะโดยรอบนิคมอุตสาหกรรม ในนิยามของการมีงานทำ มีรายได้ที่มั่นคง ที่พื้นที่ทะเลและพื้นที่ชายหาดบางส่วนได้ถูกถมที่ เพื่อใช้เป็นสาธารณประโยชน์ในการผลิตพลังงานและสร้างพื้นฐานทางชีวิตที่มั่นคงเพื่อคนทั้งประเทศ ทั้งสิ่งก่อสร้างและโรงงานไฟฟ้า ได้เข้ามาซ้อนทับภูมิทัศน์ของพื้นที่สาธารณะเดิมที่ถูกใช้สำหรับการพักผ่อนและถูกแทนที่พื้นที่ของการทำประมงชายฝั่งเดิมให้ค่อยๆ ยอมรับและปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงที่ไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ ความแปลกใหม่เหล่านั้น จึงค่อยๆ ถูกทำให้กลายเป็น ‘ความปกติใหม่’ ที่ทำให้รอยต่อของพื้นที่สาธารณะที่ คน ทะเลและอุตสาหกรรม นั้นไม่สามารถแยกออกจากกันได้
วันนี้บนพื้นที่ริมชายหาดย่านนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ที่ทั้งคนระยองและคนจากหลายๆ สถานที่ ยังคงเข้ามาแวะเวียน พูดคุย พักใจ ทานอาหาร ตกปลา หรือทำกิจกรรมที่ริมชายหาดกันอย่างปกติธรรมดา ที่เกิดขึ้นอยู่เคียงข้างขนานไปกับเส้นแนวเขตของโรงงานไฟฟ้าที่ตั้งอยู่คั่นกลางและแบ่งแยกเส้นขอบฟ้ากับขอบทะเลมาบตาพุดให้แยกออกจากกัน ผ่านภาพเคลื่อนไหวของเวลา ที่ดวงอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้า ที่ ‘อดีต’ และความทรงจำเดิมกำลังจะลางเลือน ที่ซึ่ง ‘ปัจจุบัน’ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศยังคงเป็นตัวชี้วัดความมั่งคั่ง โดย ‘อนาคต’ ก็ยังเป็นปริศนาของความยั่งยืน ที่กระทบกับความเป็นไปของ ‘พื้นที่สาธารณะชายฝั่ง’ ในนามของการมีอยู่ของ ‘นิคมอุตสาหกรรมชายฝั่งทะเลตะวันออก’
___________________
ภูมิภัทร พรหมบุตร ภายใต้โครงการ Human Made in Rayong ร่วมกับ EPIGRAM, Thai News Pix, ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม และ Dot to Dot
SERIOUS AND PLAY
LIGHT + BUILDING 2026 | TALK+TOUR #02: ICONIC LIGHT LINES FROM VISION TO REALITY BY DANIEL WALDEN
Daniel Walden จาก a·g Licht เผยแนวคิดเบื้องหลัง Audi Pavilion ในงาน Light + Building 2026 ที่ใช้แสงเป็นเครื่องมือสร้างอัตลักษณ์ หล่อหลอมบรรยากาศ และเปลี่ยนพื้นที่ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ผู้คนจดจำ Read More
AGROSEMILLAS OFFICES
Agrosemillas Offices รีเฟรชภาพจำของโรงงานเกษตร ด้วยคอนเทนเนอร์สีเขียวและหน้าต่างเหลืองสดบนอาคารคอนกรีต
Read More
AUKRA DESIGN
Aukra Design นำรากเหง้าทางวัฒนธรรมไทยมาตีความใหม่ผ่านงานศิลปะและงานฝีมือร่วมสมัย เพื่อสร้างพื้นที่ที่มีเอกลักษณ์และความหมายเฉพาะตัว Read More
DEGREE SHOWS 2025
พาชมผลงานของผู้ชนะรางวัลในแต่ละสาขาทั้ง 7 ชิ้นในงาน Degree Shows 2025
BORDERLESS
TEXT & PHOTO: MIHOKO SHIDA
(For English, press here)
ผลงานชุดนี้เป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการเดี่ยวของในชื่อ Borderless จัดแสดง ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นเมื่อเดือนมีนาคม 2026 ที่ผ่านมา ซึ่งชื่อของนิทรรศการนั้นเป็นคำที่สามารถตีความความหมายได้หลายแบบ อย่างไรก็ดี ในนิทรรศการนี้ฉันได้สร้างสรรค์ผลงานเหล่านี้ขึ้นพร้อมกับคำอธิษฐานและความปรารถนาถึงโลก—โลกที่ฉันมุ่งมาดปรารถนาเห็นว่าจะสงบและงดงามเพียงใด หากเส้นแบ่งหรือพรมแดนทั้งปวงเลือนหาย ไม่ว่าจะเป็นพรมแดนขีดคั่นประเทศ ขีดคั่นเชื้อชาติ เส้นขีดจำกัดภายในตัวบุคคล ตลอดจนเส้นแบ่งระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ
ในนิทรรศการครั้งนี้จะเห็นได้ว่าปรากฏภาพของผีเสื้ออยู่บ่อยครั้ง เพราะสำหรับฉันผีเสื้อคือรูปแทนของจิตวิญญาณและเป็นสะพานเชื่อมไปสู่โลกหลังความตาย ซึ่งทำให้สัญลักษณ์ผีเสื้อนี้เอง กล่าวไปถึงสายสัมพันธ์อันไร้พรมแดนระหว่างโลกของผู้ล่วงลับ (รวมถึงแม่ของฉันผู้จากไปแล้ว) กับโลกที่เรายังคงดำรงอยู่ด้วย
ในวันที่ฉันกำลังสร้างสรรค์ผลงานเพื่อนิทรรศการนี้ ฉันรู้สึกได้ว่าอารมณ์ความรู้สึกที่ซ่อนลึกอยู่ภายในจิตใจพลันปรากฏออกมาอย่างช้าๆ เช่นเดียวกันกับรูปทรงต่างๆ ที่ปรากฏขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
นิทรรศการเดี่ยวครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ฉันมุ่งเน้นการสร้างประติมากรรมรูปมนุษย์เป็นหลักตามคำขอของแกลเลอรี่ ซึ่งฉันรู้สึกกังวลเล็กน้อยว่าผู้ชมจะมีปฏิสัมพันธ์กับผลงานอย่างไร แต่ทั้งสีหน้าของตัวละครที่ฉันสร้างขึ้นและสีหน้าของผู้เข้าชม ต่างก็เปี่ยมด้วยความสงบนิ่ง เนื่องจากนิทรรศการครั้งนี้ตั้งใจจะลบเลือนเส้นแบ่งระหว่างตัวฉันกับผู้ชมด้วยเช่นกัน ฉันจึงรู้สึกว่าผลงานครั้งนี้สำเร็จออกมาได้อย่างสมบูรณ์
ความปรารถนาของฉันคือการได้เห็นทุกคนดำรงชีวิตอย่างสงบและอ่อนโยนในโลกที่ ‘Borderless’
_____________
มิโฮโกะ ชิดะ (Mihoko Shida) คือศิลปินประติมากรรมลวด หลังจากทำงานด้านภาพถ่ายให้กับนิตยสารมาเป็นเวลาหลายปี เธอเริ่มสร้างสรรค์ประติมากรรมลวดสามมิติในปี 2019 นับแต่นั้นมา และเธอได้จัดแสดงผลงานทั้งในนิทรรศการเดี่ยวและกลุ่มทั้งในประเทศญี่ปุ่นและต่างประเทศ ผลงานส่วนใหญ่ของเธอเกิดขึ้นโดยไม่มีภาพร่างล่วงหน้า หากแต่เป็นกระบวนการทำงานที่ปล่อยให้รูปทรงค่อยๆ ก่อเกิดขึ้นอย่างอิสระ ราวกับกำลัง ‘วาดภาพในอากาศ’ และในอนาคตข้างหน้า มิโฮโกะก็ยังคงแน่วแน่ในการสำรวจความเป็นไปได้ของลวด พร้อมขยายขอบเขตทางการแสดงออกของตนให้กว้างไกลยิ่งขึ้น



















































